
ไขคดี!ตร.โคกครามยิงตัวตาย(1)
คลี่ปมปริศนา CSI THAILAND : 'หยดเลือด'...ไขคดีตร.โคกครามยิงตัวตาย (1) : โดย...ทีมข่าวรายงานพิเศษ
เหตุสะเทือนขวัญ เมื่อใกล้เที่ยงวันที่ 21 กันยายน ที่ผ่านมา เป็นภาพที่ติดตา จ.ส.ต.ทองแดง ภูแม่นเขียน ผบ.หมู่ (สส.) สน.โคกคราม จนยากที่จะสลัดออกจากมโนสำนึกในเวลาอันสั้น เมื่อจู่ๆ ร.ต.ต.วรพจน์ เสฏฐวัฒอังกูร รองสว.สส.สน.โคกคราม ในฐานะผู้บังคับบัญชาชั้นต้น ชักทูตมรณะขนาด 9 มม. ออกมาจ่อยิงศีรษะตัวเองถึงแก่ความตายไปต่อหน้าต่อตา ทิ้งคำพูดสุดท้ายไว้เพียง “ผมขอโทษ ผมขอโทษ ผมขอโทษ”
ทิ้งปมปริศนา! ให้ขบคิด อะไร? คือชนวนเหตุ ที่ทำให้ “ผู้หมวด” วัยเพียง 37 ปีรายนี้ตัดสินใจปลิดชีพตัวเอง
คดีดังกล่าวเป็นที่สนใจและกลายเป็นประเด็นวิพากษ์วิจารณ์ในสังคมอย่างแพร่หลายทันทีที่ภรรยาของผู้ตาย ออกมาให้ข่าวในทำนองว่า ผู้ตายบ่นให้ฟังถึงเรื่องเงินส่วนแบ่งจำนวน 3 หมื่นบาทที่มาจากการจับกุมปาร์ตี้ยาเสพติดของลูกทหารระดับ เสธ. คนหนึ่ง แล้วมีการใช้เงินจำนวน 1 ล้านบาทวิ่งเต้นล้มคดี
ตำรวจนายนี้ยิงตัวตายเอง หรือมีใครจัดฉากฆาตกรรม! กันแน่?
คดีดังกล่าวเกิดขึ้นริมถนนตรงข้ามปากซอยนวลจันทร์ 62 แขวงคลองกุ่ม เขตบึงกุ่ม กรุงเทพมหานคร ในเวลากลางวันใกล้เที่ยง แม้จะเป็นวันเสาร์ซึ่งเป็นวันหยุดไม่ใช่วันปกติ ที่การจราจรในย่านนั้นค่อนข้างคับคั่ง แต่ก็มีผู้สัญจรผ่านไม่ขาดระยะ ขณะที่ฝั่งตรงข้ามที่เกิดเหตุเป็นร้านก๋วยเตี๋ยว “วัดดงมูลเหล็ก” ซึ่งมีลูกค้าอยู่ภายในร้านหลายคน
จุดเกิดเหตุกับร้านดังกล่าวห่างกันเพียงถนนกั้น หากมีการจัดฉากฆาตกรรม น่าจะมีเสียงเอะอะโวยวาย หรือมีเหตุการณ์ชุลมุนวุ่นวาย ซึ่งนั่นหมายความว่าต้องมีพยานเห็นเหตุการณ์หลายคน ผิดวิสัยของฆาตกรหรือคนร้าย เพราะหากคิดสังหารเหยื่อ ฆาตกรน่าจะเลือกลงมือในสถานที่เปลี่ยว ห่างไกลผู้คน คงไม่เลือกลงมือในที่รโหฐาน ริมถนนใหญ่ มีผู้คนสัญจรผ่านไม่ขาดระยะเช่นนี้
หลังเกิดเหตุตำรวจฝ่ายสืบสวน สน.โคกคราม และ ตำรวจสังกัดกองบัญชาการปราบปรามยาเสพติด ซึ่งเป็นหน่วยงานเดิมที่ ร.ต.ต.วรพจน์ ทำงานอยู่ก่อนโยกย้ายมาสังกัด สน.โคกคราม พยายามตรวจสอบกล้องวงจรปิดที่ติดตั้งอยู่ในบริเวณนั้น เพื่อตรวจสอบวินาทีชีวิตของ ร.ต.ต.วรพจน์
การตรวจสอบของตำรวจทั้ง 2 หน่วย พบกล้องวงจรปิดในละแวกนั้น สามารถบันทึกภาพขณะเกิดเหตุเอาไว้ได้ในระยะไกล แม้จะไม่เห็นเหตุการณ์ในรถยนต์โตโยต้า รุ่นคัมรี สีเทา ทะเบียน ชผ 8837 กรุงเทพมหานคร ซึ่งผู้ตายเสียชีวิตอยู่ภายในรถยนต์คันนี้ แต่ภาพถ่ายเหตุการณ์ที่เห็นมีความชัดเจนมากพอที่จะยืนยันได้ว่า ก่อนและหลังนาทีชีวิต ไม่มีกลุ่มคนร้ายหรือใครทำร้ายผู้ตาย ไม่พบเหตุการณ์ต่อสู้ หรือเหตุการณ์ใดที่ส่อไปในทิศทางจัดฉากฆ่า
ภาพจากกล้องวงจรปิดดังกล่าว ถูกส่งให้ผู้เชี่ยวชาญจากกองพิสูจน์หลักฐาน สำนักงานพิสูจน์หลักฐานตำรวจตรวจสอบอย่างละเอียด ก็ไม่พบการตัดต่อ หรือสิ่งอื่นใดที่เป็นชนวนชวนสงสัยแต่อย่างใด
หลังคดีดังกล่าวเป็นที่สนใจของประชาชน พล.ต.อ.อดุลย์ แสงสิงแก้ว ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ มอบหมายให้ พล.ต.อ.จรัมพร สุระมณี ที่ปรึกษา (สบ10) ซึ่งขณะนั้นยังทำหน้าที่ผู้ช่วยผบ.ตร. เข้าไปอำนวยการการทำงานของตำรวจพิสูจน์หลักฐาน รวมถึงตำรวจชุดคลี่คลายคดีด้วยตนเอง
“ในรถยนต์ไม่พบร่องรอยการต่อสู้ เช่นเดียวกับเสื้อผ้าที่ผู้ตายสวมใส่อยู่ก็ไม่มีรอยยับหรือรอยเสียหายที่เกิดจากการต่อสู้ กระเป๋าสะพายสีน้ำตาลวางแนบตัว โทรศัพท์วางอยู่ตรงเบาะนั่งคนขับ มือขวากำปืนพาดอยู่บนขาขวา ในร่างกายไม่พบแอลกอฮอล์หรือสารอื่นใดที่มีฤทธิ์ทำให้มึนงงแต่อย่างใด และไม่พบร่องรอยการย้ายศพแต่อย่างใด” พล.ต.อ.จรัมพร ให้ข้อมูล
บริเวณแผ่นหลังของผู้ตายมีซองปืนเหน็บอยู่ ซึ่งบริเวณนั้นพบรอยกดทับของซองปืนบนแผ่นหลัง บ่งบอกว่าผู้ตายเหน็บปืนไว้บริเวณนี้ก่อนเสียชีวิตไม่นาน ขณะที่เอวด้านขวามีซองโทรศัพท์เหน็บติดอยู่และเปรอะคราบเลือด
ผู้ตายเสียชีวิตในท่านั่งบริเวณเบาะนั่งหน้าซ้ายของตัวรถ แผ่นหลังแนบติดเบาะ เอียงศีรษะและลำตัวไปทางด้านขวา โดยลำตัวและศีรษะโน้มไปด้านหน้าเล็กน้อย
ที่ศีรษะด้านขวามีรอยกระสุนปืนเข้าทะลุกะโหลกศีรษะด้านซ้าย แนววิถีกระสุนจากหลังไปหน้า และจากขวาไปซ้าย ก่อนจะทะลุกระจกรถยนต์ด้านหน้าซ้าย มุมเงยประมาณ 20 องศา
บริเวณบาดแผล กระสุนเข้าทางด้านขวามีคราบเลือดไหลออกมาไม่มาก โดยคราบเลือดไหลจากบนลงล่าง ขณะที่ศีรษะด้านซ้ายซึ่งเป็นรอยกระสุนออก แรงดันทำให้มีเลือดออกมามากกว่าศีรษะด้านขวา แรงดันส่งผลให้มีเลือดออกจมูก ปาก และหู ศีรษะผู้ตายโน้มไปทางด้านขวา จึงทำให้เลือดไหลลงไปสู่เสื้อ และกระเซ็นไปที่ปืนซึ่งอยู่ที่มือขวา แขนขวา และกางเกง
นอกจากนี้ยังมีการกระเซ็นของเลือดจากเสื้อไปที่กระเป๋าสะพายข้างตัวผู้ตาย ซึ่งกระเป๋าใบนี้วางอยู่ด้านขวาของผู้ตาย โดยคราบเลือดที่พบมีลักษณะไหลออกจากบาดแผล จมูก ปาก และหู ในแนวดิ่ง ทิศทางการไหลของเลือดไหลลงเป็นปลายแหลม
“เลือดไหลจากบาดแผล ออกจมูก และหู ลงบนเสื้อด้านขวาจนชุ่ม แล้วกระเซ็นไปในทิศทางต่างๆ โดยตกมาในแนวดิ่ง ที่เลือดไหลไปทางด้านขวามากเนื่องจากศีรษะและลำตัวโน้มไปทางด้านขวา” พล.ต.อ.จรัมพร บอก
การตรวจสอบภายในรถยนต์อย่างละเอียดยังพบ เนื้อเยื่อกระเด็นไปติดที่เสาโครงรถใกล้รูกระสุนที่ทะลุกระจกด้านซ้ายผู้ตาย อีกทั้งยังพบรอยเลือดที่พุ่งย้อนทิศทางเข้าของรูกระสุนที่ศีรษะ ติดอยู่บริเวณเบาะหลัง เมื่อนำไปตรวจเทียบดีเอ็นเอพบว่าตรงกับผู้ตาย
มือขวาซึ่งกำอาวุธปืนตกที่หน้าตัก เมื่อยกมือออก ก็ไม่พบคราบเลือดเปื้อนกางเกงบริเวณนั้น แต่พบหยดเลือดบนหลังมือด้านขวาของผู้ตาย และที่อาวุธปืนแทน
การกระเซ็นของเลือดลักษณะนี้จะผิดแผกออกไป หากผู้ตายเสียชีวิตจากที่อื่นแล้วมีการเคลื่อนย้ายศพมายังจุดที่พบศพ
“ที่พบคราบเลือดบางส่วนบริเวณลำคอของผู้ตายมีลักษณะโค้งเล็กน้อย เกิดจากแรงสะบัดซึ่งเกิดจากกล้ามเนื้อที่ทำงานอยู่ชั่วระยะเวลาหนึ่งก่อนร่างกายจะสงบนิ่ง เนื่องจากการทำงานของกล้ามเนื้อที่เกิดจากประสาทอัตโนมัติ ขณะที่คราบเลือดในรูจมูกเป็นลักษณะไหลลงในแนวดิ่ง สภาพเช่นนี้แสดงให้เห็นว่าผู้ตายเสียชีวิตบริเวณจุดพบศพ ไม่ได้ถูกเคลื่อนย้ายมาจากที่อื่น และศพก็ไม่ได้มีการเคลื่อนย้ายหรือจัดท่าทางแต่อย่างใด” พล.ต.อ.จรัมพร ขยายความ
หากศพถูกย้ายมาจากที่อื่น ลักษณะของรอยคราบเลือดจะผิดเพี้ยนไปจากปกติ ยกตัวอย่างเช่นหากศพเสียชีวิตในลักษณะนอนหงาย หรือคว่ำหน้า คราบเลือดก็จะไหลย้อนในลักษณะดิ่งลงล่าง คือหากนอนหงายเสียชีวิต คราบเลือดก็จะไหลเป็นทางยาวไปในทิศทางด้านหลังของศีรษะ หากนอนคว่ำหน้าเสียชีวิต เลือดก็จะไหลย้อนจากด้านหลังของศีรษะไปยังส่วนของใบหน้าแทน
นอกจากทิศทางการไหลของคราบเลือดแล้ว ในการตรวจพิสูจน์ศพของผู้ตาย พบมีรอยกระแทกที่บริเวณรอยกระสุนเข้าบนศีรษะด้านขวาของผู้ตาย แผลดังกล่าวเกิดจากการกระแทกของลำกล้องปืน เกิดจากการจ่อปืนประชิดศีรษะ จนหนังศีรษะมีรอยไหม้และมีคราบเขม่าดินปืนติดอยู่บริเวณนั้น
ขณะที่ง่ามมือขวาระหว่างนิ้วโป้งกับนิ้วชี้มีรอยช้ำ เกิดจากการกระแทกของด้ามปืน โดยลักษณะการยิงปืนของผู้ตาย ใช้มือทั้งสองข้าง โดยใช้มือขวาจับด้ามปืนแล้วใช้มือซ้ายประคองอยู่ที่โครงลูกเลื่อนเมื่อลั่นไกแล้วลูกเลื่อนถอยมากระแทกที่ง่ามมือขวา ซึ่งอาจทำให้ลูกเลื่อนถอยไม่สุด เป็นสาเหตุที่ทำให้พบลูกกระสุนขัดลำกล้องอยู่ 1 นัด
โดยการตรวจสอบเขม่าดินปืนที่มือทั้ง 2 ข้างของผู้ตาย พบเขม่าดินปืนจำนวนมากบริเวณหลังมือด้านขวาและซ้าย แต่ที่หลังมือด้านซ้ายพบในปริมาณที่มากกว่า ขณะที่ฝ่ามือกลับไม่พบเขม่าดินปืนแต่อย่างใด ซึ่ง พล.ต.อ.จรัมพร อธิบายว่า เป็นเพราะฝ่ามือกำอาวุธปืนเขม่าดินปืนจึงคลุ้งไปเกาะได้เฉพาะบริเวณหลังมือ
ลักษณะของหยดเลือด รวมถึงรอยช้ำที่ง่ามมือ เป็นหลักฐานทางนิติวิทยาศาสตร์เพียงบางส่วนที่บ่งบอกให้เชื่อได้ว่าผู้ตายยิงตัวตายเอง ขณะที่คราบเขม่าดินปืนที่พบภายในรถ หรือแม้กระทั่งอาวุธปืนที่เป็นทูตมรณะ ก็เป็นหลักฐานนิติวิทยาศาสตร์ที่สำคัญในการเชื่อมโยงทางคดี รายละเอียดจะเป็นอย่างไร ติดตามต่อตอนหน้า
------------------------
(ขอบคุณเว็บไซต์ยูทูบดอทคอม : pippodeco : iSnap csi thailand คดี ตร โคกคาม ยิงตัวตาย
- http://www.youtube.com/watch?v=epY_xdGsVak&feature=youtu.be
คลี่ปมปริศนา CSI THAILAND : 'หยดเลือด'...ไขคดีตร.โคกครามยิงตัวตาย (1) : โดย...ทีมข่าวรายงานพิเศษ)



