
สยอง!ชายมะกันเผาตัวกลางกรุง
ชายปริศนาราดน้ำมันเผาตัวในกรุงวอชิงตัน ดีซี บาดเจ็บสาหัส เสียชีวิตแล้ว ยังไม่ทราบเหตุจูงใจ 'แคร์รี' ยันชัตดาวน์ไม่กระทบหวนคืนเอเชีย
6 ต.ค. 56 สำนักข่าวต่างประเทศรายงานเมื่อวันเสาร์ (5 ต.ค.) ว่า เกิดเหตุระทึกขวัญขึ้นอีกในกรุงวอชิงตัน ดีซี ชายไม่ทราบชื่อคนหนึ่งราดน้ำมันเบนซินและจุดไฟเผาตัวเองที่ลานสนามหญ้า "เนชั่นแนล มอลล์" ใกล้กับอาคารรัฐสภาสหรัฐ เมื่อบ่ายวันศุกร์ตามเวลาท้องถิ่น ผู้ที่กำลังวิ่งออกกำลังกายผ่านมาพอดีรีบถอดเสื้อออกและช่วยกันดับไฟที่กำลังลุกท่วมทั่วตัวชายผู้นั้น ก่อนตำรวจรุดมายังจุดเกิดเหตุหลังได้รับแจ้ง และนำตัวโรงพยาบาลทันที เมื่อตำรวจไปถึงชายคนดังกล่าวยังหายใจและมีสติ ส่วนอาการล่าสุดยังวิกฤติ
สาเหตุการจุดไฟเผาตัวเองต่อหน้าสายตาผู้คนครั้งนี้ยังอยู่ระหว่างสอบสวน ผู้เห็นเหตุการณ์เล่าว่า ชายคนดังกล่าว ซึ่งเป็นชาวแอฟริกัน-อเมริกัน พูดอะไรบางอย่างก่อนราดน้ำมันจุดไฟแต่จับใจความไม่ได้
เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นเพียง 1 วัน หลังจากตำรวจยิงสตรีวัย 34 ปี เสียชีวิต หลังจากขับรถไล่ล่าตั้งแต่ทำเนียบขาวไปจนถึงอาคารรัฐสภา
ส่วนที่เกาะบาลี ประเทศอินโดนีเซีย นายจอห์น แคร์รี รัฐมนตรีต่างประเทศสหรัฐ กล่าวนอกรอบการประชุมสุดยอดความร่วมมือทางเศรษฐกิจในเอเชีย-แปซิฟิก (เอเปค) ยืนยันว่า การปิดหน่วยงานรัฐบาลกลางบางส่วน (กอฟเวอร์เมนต์ ชัตดาวน์) จะไม่กระทบต่อพันธกรณีของสหรัฐต่อเอเชีย และกล่าวถึงวิกฤติการเมืองอันเกิดจากการเผชิญหน้าระหว่างรัฐบาลกับรัฐสภาสหรัฐว่า เป็น "ความเหลวไหลชั่วขณะ" ที่จะสิ้นสุดลงในไม่ช้า
ชายจุดไฟเผาตัวเองเสียชีวิตแล้ว
โฆษกตำรวจนครบาลวอชิงตัน อาราช อาลาลี ระบุว่า ชายที่จุดไฟเผาตัวเองใกล้อาคารรัฐสภาเมื่อวันศุกร์นั้น เสียชีวิตลงแล้ว ในคืนวันเดียวกัน เพราะทนพิษบาดแผล ซึ่งมีสภาพไฟไหม้สาหัสทั่วทั้งร่างกายไม่ไหว ขณะที่เจ้าหน้าที่ยังไม่สามารถพิสูจน์ตัวบุคคลได้ กำลังเร่งตรวจสอบ โดยจะทำการตรวจสอบจาก ดีเอ็นเอ และประวัติการทำฟันของชายผู้นี้ ตลอดจนหาแรงจูงใจในการก่อเหตุครั้งนี้ ให้เร็วที่สุดด้วย
'แคร์รี' ยันชัตดาวน์ไม่กระทบหวนคืนเอเชีย
นายแคร์รี กล่าวว่า อย่าเข้าใจผิดว่าสิ่งที่เกิดขึ้นในเวลานี้เป็นอะไรที่มากไปว่าช่วงจังหวะหนึ่งของการเมืองเท่านั้น และไม่มีอะไรที่จะมากระทบต่อพันธกรณีของสหรัฐกับเอเชีย สหรัฐจะยังสานต่อความรับผิดชอบและภาระผูกพันต่อโลกต่อไป
การปิดหน่วยงานบางส่วนเพราะรัฐสภาสหรัฐไม่สามารถตกลงผ่านร่างงบประมาณรายจ่ายแก่รัฐบาลกลางเมื่อวันที่ 1 ตุลาคม ที่ผ่านมา ทำให้ประธานาธิบดีบารัก โอบามา ต้องยกเลิกการเยือนเอเชีย รวมถึงบาหลี ซึ่งเดิมมีกำหนดจะเข้าร่วมประชุมสุดยอดเอเปค ในวันจันทร์และอังคารนี้ นักวิเคราะห์ส่วนใหญ่มองว่า การยกเลิกแผนเยือนครั้งนี้ อาจบั่นทอนนโยบายต่างประเทศหวนคืนเอเชียของเขา
นายแคร์รี ซึ่งจะร่วมประชุมสุดยอดเอเปคแทนนายโอบามา เรียกร้องให้สภาคองเกรสยุติภาวะชะงักงัน เพราะหากยืดเยื้อต่อไป ประชาคมโลกจะเริ่มตั้งคำถามเจตนารมณ์และศักยภาพของสหรัฐ
อย่างไรก็ดี ผ่านมาแล้วหลายวันก็ยังไม่มีวี่แววว่าพรรคเดโมแครตกับรีพับลิกันจะตกลงกันได้ และยังกล่าวโทษอีกฝ่ายว่าเป็นต้นเหตุ
-----------------------
(หมายเหตุ : ที่มาภาพ : AP)



