ข่าว

'ปู'มั่นใจน้ำท่วมไม่ซ้ำรอยปี54

'ปู'มั่นใจน้ำท่วมไม่ซ้ำรอยปี54

06 ต.ค. 2556

'นายกฯ' มั่นใจปัญหาน้ำท่วมไม่ซ้ำรอยปี 54 จี้ 'กบอ.-กรมชลฯ' เฝ้าระวังใกล้ชิด ชี้ปรับครม.ขึ้นอยู่กับจังหวะและเหตุการณ์

 

                           6 ต.ค. 56  เมื่อเวลา 08.40 น. น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี และรมว.กลาโหม ให้สัมภาษณ์ก่อนออกเดินทางไปยังประเทศอินโดนิเซีย เพื่อร่วมประชุมผู้นำเขตเศรษฐกิจเอเปค ถึงการรับมือสถานการณ์น้ำท่วม ว่า ได้สั่งการให้นายปลอดประสพ สุรัสวดี รองนายกฯ และทางกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย ร่วมกันลงพื้นที่แล้ว ซึ่งในวันนี้ (6 ต.ค.) นายปลอดประสพ ก็ได้ลงพื้นที่ที่ จ.พระนครศรีอยุธยา โดยเบื้องต้นสถานการณ์น้ำในปีนี้ไม่มากเท่ากับปี 2554 แต่มีปัญหาคือปริมาณน้ำฝนที่ตกลงมาเฉพาะจุด ทำให้บางพื้นที่เกิดน้ำสะสม เช่นที่ อ.กบินทร์บุรี จ.ปราจีนบุรี ซึ่งได้สั่งการให้กบอ. ติดตามสถานการณ์ และแก้ปัญหาเฉพาะจุด โดยติดตั้งเครื่องสูบน้ำ เรือผลักดันน้ำ และนำกระสอบทรายไปกั้นในจุดสำคัญ โดยการทำงานวันนี้ มีการบูรณาการ โดยให้ผู้ว่าฯ แต่ละจังหวัดที่จะมีศูนย์ส่วนหน้าไปลงพื้นที่ เพื่อบูรณาการทำงานร่วมกับปภ. และกองทัพ

                           น.ส.ยิ่งลักษณ์ กล่าวว่า สำหรับพื้นที่ที่เป็นห่วงในขณะนี้ คือ กบินทร์บุรี รวมทั้งต้องติดตามปริมาณน้ำที่เขื่อนเจ้าพระยา จ.ชัยนาท และเขื่อนป่าสักชลสิทธิ์ ซึ่งทางกรมชลประทานและกบอ.ได้ติดตามดู อย่างไรก็ตามข้อกังวลว่าสถานการณ์น้ำจะซ้ำรอยปี 2554 นั้น ปีนี้รัฐบาลบูรณาการเข้าไปแก้ปัญหาล่วงหน้าได้เร็วขึ้น ช่วยประชาชนเคลื่อนย้ายสิ่งของและเตรียมการป้องกัน เราเตรียมตัวดีขึ้น และมีการเก็บข้อมูล เพื่อนำไปแก้ปัญหาต่อไป ต่างจากปี 2554 ที่เราทำหลังจากเกิดเหตุแล้ว

                           ผู้สื่อข่าวถามว่าในพื้นที่กทม.ได้ประสานการทำงานกับทางผู้ว่าฯอย่างไร นายกฯ กล่าวว่่า เบื้องต้นจะมอนิเตอร์ เขื่อนหลักที่จะกระทบกับภาคเศรษฐกิจ โดยทางกบอ. และกรมชลประทาน ก็ได้ประสานกทม.อยู่เป็นระยะ แต่ขอความร่วมมือทางกทม. หากเกิดสถานการณ์ให้หันมาร่วมมือกันทำงานอย่างเต็มที่

 

 

ชี้ปรับครม.ขึ้นอยู่กับจังหวะและเหตุการณ์

 

                           น.ส.ยิ่งลักษณ์ กล่าวถึงกระแสข่าวปรับครม. ว่า กระแสข่าวที่ออกมาถือเป็นปกติ ที่อาจจะมีบางตำแหน่งที่ถูกใจและไม่ถูกใจประชาชนที่คาดหวัง จึงอยากจะให้มีการปรับเปลี่ยน ดังนั้นเป็นหน้าที่ของครม.ทุกคน ที่ต้องทำหน้าที่ของตัวเองให้เต็มที่ เพราะประชาชนก็ติดตามการทำงานของครม. นอกจากนั้นการจะปรับหรือไม่ ยังต้องดูจังหวะเวลาและความพร้อมอีกครั้งหนึ่ง

                           ผู้สื่อข่าวถามว่าจะใช้เวลาประเมินการทำงานของรัฐมนตรีอย่างไร นายกฯ กล่าวว่า ตอบไม่ได้ เพราะเราอยากจะให้เวลาเพื่อให้มีผลงานออกมาเป็นรูปธรรม แต่บางครั้งก็ขึ้นอยู่กับสถานการณ์ และเหตุการณ์ แต่โดยหลักอยากทำงานให้มีความต่อเนื่อง ไม่อยากปรับเปลี่ยนบ่อย แต่บางครั้งอาจมีความจำเป็นมีเหตุการณ์ต่างๆ ก็ต้องไปว่าที่สถานการณ์หน้างานอีกครั้ง

                           เมื่อถามว่าการเข้ารักษาอาการป่วยของ ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง รมว.แรงงาน จะมีผลต่อการปรับครม.หรือไม่ นายกฯ กล่าวว่า ร.ต.อ.เฉลิม ยังแข็งแรงอยู่ และตนได้ส่งดอกไม้ไปให้กำลังใจ พร้อมฝาก นพ.ประดิษฐ สินธวณรงค์ รมว.สาธารสุข ไปเยี่ยม เชื่อว่าเมื่อได้พบแพทย์ แล้วอีกไม่กี่วันอาการคงจะดีขึ้น

 

 

ร่วมประชุมผู้นำเขตศก.เอเปค ครั้งที่ 21

 

                           น.ส.ยิ่งลักษณ์ และคณะ อาทิ นายสุรพงษ์ โตวิจักษณ์ชัยกุล รองนายกระฐมนตรี และรมว.ต่างประเทศ ได้เดินออกจากท่าอากาศสุวรรณภูมิ เพื่อเข้าร่วมการประชุมผู้นำเขตเศรษฐกิจเอเปคครั้งที่ 21 และการประชุมอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง ที่เมืองบาหลี ประเทศอินโดนีเซีย ระหว่างวันที่ 6 - 8 ต.ค. 56

                           โดยหัวข้อหลักของการประชุม คือ “เอเชียแปซิฟิกที่แข็งแกร่ง แรงขับเคลื่อนการเติบโตของเศรษฐกิจโลก" (Resilient Asia-Pacific, Engine of Global Growth) มีประเด็นหลัก 3 ประเด็นที่ให้ความสำคัญ 1. การบรรลุเป้าหมายโบกอร์ 2. การเจริญเติบโตอย่างยั่งยืนด้วยความเท่าเทียม และ 3. การส่งเสริมความเชื่อมโยงในภูมิภาค เน้นให้เกิดการบรรลุข้อตกลงเกี่ยวกับการค้า และการจัดทำเขตการค้าเสรี หรือเอฟทีเอ

                           นอกจากนี้ทันทีที่เดินทางถึงนายกฯ มีกำหนดพบหารือกับประธานาธิบดี สี จิ้นผิง ประธานธิบดีจีน จากนั้นวันที่ 7 ต.ค. น.ส.ยิ่งลักษณ์ มีกำหนดการหารือกับนายโทนีย์ แอ็บบ็อต นายกรัฐมนตรีคนใหม่ของออสเตรเลีย รวมทั้งพบปะหารือกับคณะนักธุรกิจชั้นนำ สหรัฐ-เอเปค เพื่อส่งเสริมการค้ารลงทุนระหว่างไทยและสหรัฐด้วย