ข่าว

ชัยชนะชาว'คำสร้างชัย'ต้านโรงไฟฟ้าบัวสมหมาย

ชัยชนะชาว'คำสร้างชัย'ต้านโรงไฟฟ้าบัวสมหมาย

06 ต.ค. 2556

ชัยชนะชาว'คำสร้างชัย' ต้านโรงไฟฟ้าบัวสมหมาย : จิติมา จันพรมรายงาน

           เมื่อศาลปกครองจังหวัดอุบลราชธานีได้มีคำพิพากษาสั่งเพิกถอนใบอนุญาตประกอบกิจการโรงงานผลิตพลังงานไฟฟ้า ที่ (สรข.5) 02-590/2553 บริษัทบัวสมหมายไบโอแมส จำกัด เมื่อวันที่ 27 กันยายน 2556 ที่ผ่านมา ฉายภาพการต่อสู้ของชาวบ้าน 5 หมู่บ้านในพื้นที่ ต.ท่าช้าง และ ต.บุ่งมะแลง อ.สว่างวีระวงศ์ จ.อุบลราชธานี ตลอด 6 ปี ที่ผ่านมา ชัดเจนยิ่งขึ้น เพราะนี่คือความสำเร็จของพวกเขาที่รวมตัวกันเคลื่อนไหว "ไม่เอาโรงไฟฟ้า" แห่งนี้อย่างต่อเนื่อง

           ด้วยเหตุผล โรงไฟฟ้าตั้งอยู่ใกล้กับชุมชนมากเกินไป และหากเกิดอะไรขึ้นมา คนที่จะเดือดร้อนและได้รับผลกระทบมากที่สุดคือชาวบ้านทั้งหมด...!!!

           บริษัทบัวสมหมายไบโอแมส จำกัด เริ่มขึ้นมาเมื่อเดือนตุลาคม 2551 นับตั้งแต่มีการกว้านซื้อที่ดินและเตรียมก่อสร้างโรงไฟฟ้าบนเนื้อที่รอยต่อของหลายหมู่บ้านของ ต.ท่าช้าง ต.บุ่งมะแลง กว่า 155 ไร่ และปรับพื้นที่เตรียมก่อสร้างโรงไฟฟ้าชีวมวล (แกลบ) ผลิตไฟฟ้าขายให้แก่การไฟฟ้าฯ ขนาด 9 เมกะวัตต์ มูลค่ากว่า 600 ล้านบาท

           จากนั้นก็เกิดแรงต่อต้านจากชาวบ้านมาโดยตลอด วิธีการหลากหลายรูปแบบ ทั้งเขียนป้ายผ้าคัดค้านติดในหมู่บ้าน แม้ป้ายเหล่านั้นจะขาดวิ่นไปหลายผืน และผิดหวังกับคำตัดสินของคณะกรรมการกำกับพลังงาน ที่พวกเขาเคยยื่นเรื่องเสนอหลายครั้ง จนสุดท้ายชาวบ้าน 185 คน ได้รวมลงชื่อยื่นฟ้องต่อศาลปกครองจังหวัดอุบลราชธานี ให้เพิกถอนใบอนุญาตประกอบกิจการโรงงานเพื่อผลิตไฟฟ้าชีวมวลแห่งนี้ และให้ฟื้นฟูทรัพยากรธรรมชาติคืนสู่สภาพเดิม เมื่อวันที่ 6 มีนาคม 2555

1 ปีเศษผ่านไป พวกเขาก็ได้รับชัยชนะ

           เรื่องนี้ ทองคับ มาดาสิทธิ์ อดีตผู้ใหญ่บ้านวัย 69 ปี แกนนำชาวบ้านที่ร่วมลงชื่อยื่นฟ้องต่อศาลปกครองจังหวัดอุบลราชธานี บอกว่า ชัยชนะครั้งนี้ แม้จะต้องรอคอยมานานนับปี แต่ก็ประสบความสำเร็จเมื่อศาลได้พิพากษาออกมา ดีใจที่ศาลให้ความเป็นธรรมกับประชาชน "ตอนแรกคิดว่าการต่อสู้จะสูญเปล่าคงจะไม่ได้รับความเป็นธรรม เพราะเป็นการสู้ของคนจนสู้กับผู้มีอิทธิพลหรือนายทุน" ที่ผ่านมาส่วนใหญ่ชาวบ้านมักจะแพ้ แม้แต่ข้ออ้างของคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงานยังอ้างแต่กฎหมายที่ออกในห้องแอร์ คุ้มครองแต่ตึกแถว ทาวน์เฮ้าส์ บ้านจัดสรรหรือคอนโด แต่ไม่ดูผลกระทบกับชาวบ้านที่อาศัยมาตั้งแต่ปู่ย่าตาทวด

           "โดยส่วนตัวไม่ได้คัดค้านโรงไฟฟ้า แต่คัดค้านที่ก่อสร้างใกล้แหล่งชุมชนใกล้หมู่บ้านเกินไป สุดท้ายคนที่เดือดร้อนก็คือชาวบ้าน ชาวบ้านต้องได้รับความเดือดร้อนแน่นอน แม้จะยังไม่ก่อสร้างโรงไฟฟ้า แค่บ่อน้ำขนาดใหญ่พื้นที่ 15 ไร่ ก็กระทบกับระบบน้ำแล้ว แหล่งน้ำธรรมชาติก็ตื้นเขิน การซับน้ำเปลี่ยนไป เพราะน้ำไหลเข้าสู่บ่อของโรงไฟฟ้าหมด ทำให้หน้าดินแห้ง ผลผลิตการเกษตรตกต่ำ เคยขายเก็บเม็ดมะม่วงหิมพานต์ขายได้เกือบ 5 หมื่น แต่พอมีการขุดบ่อผลผลิตลดลงเรื่อยๆ จนล่าสุดปีนี้เก็บขายได้แค่ 1.5 หมื่นบาทเท่านั้น" ทองคับ บอก

           เขายังบอกอีกว่า แม้ศาลจะตัดสินมีคำสั่งเพิกถอน แต่ก็ไม่วางใจร้อยเปอร์เซ็นต์ เพราะนายทุนก็ต้องทำเพื่อประโยชน์และกำไร กลัวว่าจะมีการอุทธรณ์ แต่เราก็จะยืนตามศาลชั้นต้น ถือว่าเป็นชนะยกแรกที่ทุกคนร่วมมือกันต่อสู้เพื่อลูกหลาน และเป็นแบบอย่างให้แก่ชุมชนอื่นๆ ทั่วประเทศให้ลุกขึ้นมาปกป้องสิทธิของตัวเองและชุมชนอย่างเต็มที่ อย่าให้โรงงานที่ส่งผลกระทบและทำลายระบบนิเวศทรัพยากรธรรมชาติและความเป็นอยู่สุขภาพเกิดขึ้นได้ เพราะถ้าเกิดแล้วจะแก้ไขยาก แต่ต้องต่อสู้อย่างมีสติ ไม่ชอบการใช้ความรุนแรง ปิดถนนหรือสร้างความเดือดร้อนให้คนอื่น

           "ที่สำคัญแม้แต่ชาวบ้านทุกคนที่ร่วมต่อสู้กันมาไม่ได้มีความขัดข้องหมองใจหรือรู้จักเป็นการส่วนตัวกับบริษัท แต่ทุกๆ อย่างเพื่อลูกหลานที่จะต้องอยู่ต่อไป" อดีตผู้ใหญ่บ้าน และเป็นคนที่ลุกขึ้นมาสู้เอง บอกเล่าในวันที่เขาได้ชื่นชมกับชัยชนะ แม้จะเป็นยกแรกก็ตาม

           สำหรับการยื่นขอความเป็นธรรมต่อศาลปกครอง เพื่อให้มีคำสั่งให้คณะกรรมการกำกับกิจการพลังงานถอดถอนใบอนุญาตประกอบกิจการโรงงานของบริษัทบัวสมหมายไบโอแมส จำกัด เนื่องจากออกใบอนุญาตโดยมิชอบด้วยกฎหมาย มีกระบวนการไม่โปร่งใส ไม่เป็นธรรมต่อชาวบ้าน ขัดต่อรัฐธรรมนูญ มาตรา 67 และมาตรา 289 ของคณะกรรมการกิจการพลังงาน กรมโรงงานอุตสาหกรรม ผู้ว่าราชการจังหวัดอุบลราชธานี อุตสาหกรรมจังหวัด อบต.ท่าช้าง รวมทั้งผู้ใหญ่บ้านหมู่ 17 บ้านคำสร้างไชยด้วย

           เริ่มต้นการเคลื่อนไหวก็ไม่ได้รับการเปิดเผยที่ถูกต้อง ชาวบ้านไม่มีส่วนร่วม ไม่มีการรับฟังความคิดเห็น ขณะเดียวกันคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงานก็ไม่ปกป้องสิทธิชุมชน สิทธิชาวบ้านที่เป็นผู้ได้รับผลกระทบและเป็นผู้ใช้พลังงาน โดยอ้างการออกใบอนุญาตตามความเห็นของกรมโรงงานและพ.ร.บ.กรมโรงงาน 2535 ซึ่งไม่ให้ความเป็นธรรมต่อชุมชนที่มีอยู่มายาวนาน ทำให้ชาวบ้านต้องพึ่งศาลเพื่อความยุติธรรม

           ทั้งนี้ สดใส สร่างโศรก เจ้าของศูนย์บำบัดโดยวิธีธรรมชาติ อาศรมสร่างโศก หมู่บ้านคำสร้างไชย ต.ทุ่งช้าง ซึ่งสถานที่ตั้งอยู่ห่างจากสถานที่ก่อสร้างโรงไฟฟ้าแค่ 500 เมตร บอกว่า พลังประชาชนมีความเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา หรือที่เรียกว่ามีพลวัต ถ้าการต่อสู้ยืดเยื้อ มองไม่เห็นทางชนะก็จะฝ่อลงเรื่อยๆ อีกอย่างขึ้นอยู่กับประเด็นปัญหาด้วย ถ้าเห็นปัญหาอยู่ตำตา เห็นความเดือดร้อน เราก็ทนไม่ได้

           แต่ถ้าปัญหาซับซ้อน มองไม่เห็นชัยชนะโดยง่ายๆ ก็จะค่อยๆ ฝ่อ อย่างหนึ่งต้องเห็นใจชาวบ้าน เพราะต้องทำมาหากิน โดยเฉพาะชาวบ้านในพื้นที่ทั้งสองตำบล และใกล้เคียงส่วนใหญ่เป็นลูกจ้างศูนย์วิจัยพืชไร่ เป็นลูกจ้างหน่วยงานราชการ ความสัมพันธ์แบบชาวชนบทจึงลดไปบ้าง หรือจะเรียกว่าเป็นที่ชานเมือง เพราะห่างจากตัวเมืองอุบลราชธานีแค่ 18 กิโลเมตรเท่านั้น มวลชนจึงค่อนข้างหลวมไม่แน่นมากนัก

           แต่ตลอดระยะเวลา 5 ปีที่ร่วมต่อสู้ด้วยกัน ผ่านสุขผ่านทุกข์ ผ่านความพ่ายแพ้ ท้อแท้ เห็นแก่นแท้ของกันและกัน ทำให้มองเห็นพลัง เรียกได้ว่าพลังเกิดจากความสัมพันธ์ที่ต้องผ่านความทุกข์ ซึ่งถือว่าโครงการโรงไฟฟ้าแกลบทำให้มีพลังมาต่อสู้ร่วมกัน ในเมื่อชาวบ้านได้รับการสื่อสารได้รับข้อมูล ได้เห็นประสบการณ์ชะตากรรมของชุมชนอื่น ที่ปล่อยให้เกิดโรงงานแล้วเกิดปัญหาฝุ่น จนแก้ไขไม่ได้ โดยการได้ไปเห็นของจริง สัมผัสจริง มีการถ่ายทอดประสบการณ์แลกเปลี่ยนข้อมูล จึงไม่มีสิ่งใดมาบิดเบือนความจริง จึงเกิดพลังต่อต้านต่อสู้ ซึ่งต้องการให้เป็นแบบอย่างแก่ชุมชนอื่นๆ ให้ลุกขึ้นสู้ลุกมาปกป้องตัวเอง

           "กว่าจะถึงวันนี้ ต้องฟันฝ่ามาก ดีที่เราก็เป็นส่วนหนึ่งของชุมชน ใครไม่สู้เราก็จะสู้ เพราะมันอยู่ไม่ได้จริงๆ ถ้าเกิดโรงไฟฟ้ากลางหมู่บ้าน ขนาดอยู่ห่างกว่านั้นยังได้รับผลกระทบ ซึ่งถ้าปล่อยให้สร้างแล้ว ไม่มีทางจะเรียกร้องคืนได้ ไม่มีทางที่จะหยุดได้ มีแต่จะเสียกับเสีย ที่เสียมากกว่าอย่างอื่นคือ ชาวบ้านเสียกำลังใจ เมื่อปล่อยให้เขาสร้าง ปัญหาก็จะเปลี่ยนเป็นอย่างอื่นที่ซับซ้อนขึ้น"

           กรณีนี้ก็คงเป็นตัวอย่างให้แก่ชุมชนที่ร่วมกันต่อสู้ในจังหวัดอื่นๆ ที่เป็นเครือข่ายและแลกเปลี่ยนข้อมูลกันมาตลอด จริงๆ แล้วไม่ได้เป็นแค่ตัวอย่าง แต่เป็นการปลุกปลอบและให้กำลังใจกันอย่างมาก และที่นี่เป็นที่แรกที่สามารถเอาชนะเจ้าของโครงการ เอาชนะหน่วยงานราชการ เอาชนะองค์การที่ทำหน้าที่ตรวจสอบ เป็นตัวอย่างว่า ถ้าสู้จริง ความจริงก็ยังเป็นความจริง เราไม่มีอะไรสู้ เรามีแต่ความจริง 

           แม้จะเป็นเพียงชัยชนะยกแรก แต่ก็ทำให้ชาวบ้านสุดแสนจะดีใจ พร้อมกับทำบุญสู่ขวัญเพื่อเป็นกำลังใจที่จะเติมพลังรอดูสถานการณ์ การตัดสินใจของบริษัทจะอุทธรณ์หรือดำเนินการอย่างไรต่อไป แม้ว่าก่อนหน้านี้ที่เคยเกิดข้อพิพาท สมหมาย บัวสมทรัพย์ ประธานกรรมการบริษัทบัวสมหมายฯ เคยให้สัมภาษณ์สื่อมาก่อนหน้านี้ว่า เพื่อตอบโต้การเคลื่อนไหวของชาวบ้าน ว่า

           "ไม่เดือดร้อนอะไร ไปสร้างที่อื่นก็ได้ อย่างที่อุดรธานีก็ได้รับการอนุมัติก่อนที่อุบลฯ ถ้าส่วนใหญ่ของชุมชนไม่เอาก็จะไม่สร้าง ไปลงเดชอุดมก็ได้ และย้ำว่า เทคโนโลยีที่นำมาใช้เป็นแบบอีเอฟพี ไม่มีควัน เดินผ่านยังไม่รู้ว่าทำอะไรในโรงงาน แกลบก็เป็นพลังงานสะอาด ไม่ใช่ถ่านหิน เสียดายแทนคนเมืองอุบล"
...........................

(หมายเหตุ : ชัยชนะชาว'คำสร้างชัย' ต้านโรงไฟฟ้าบัวสมหมาย : จิติมา จันพรมรายงาน)