
เรือใบยิงแซงทอฟฟี3-1หงส์-ผีเฮ!
'เรือใบสีฟ้า' แมนฯ ซิตี ยัดเยียดความพ่ายแพ้ให้ 'ทอฟฟีสีน้ำเงิน' เอฟเวอร์ตันเป็นนัดแรก หลังเปิดบ้านยิงแซงชนะ 3-1 หงส์แดงเชือดอินทรีผงาด 3-1 ผีแดงยิงแซง 2-1
ศึกฟุตบอลพรีเมียร์ลีก อังกฤษคืนวันที่ 5 ตุลาคมที่ผ่านมา "เรือใบสีฟ้า" แมนฯ ซิตี ล้างอายจากความพ่ายแพ้นัดก่อนด้วยการกลับมาเก็บชัยได้อีกครั้ง หลังเปิดรังอิติฮัด สเตเดี้ยม ไล่ต้อนชนะ "ทอฟฟีสีน้ำเงิน" เอฟเวอร์ตัน 3-1 แม้ทีมเยือนจะได้ประตูขึ้นนำไปก่อนจาก โรเมลู ลูคาคู นาที 16 แต่เจ้าถิ่นสามารถยิงแซงได้ทีเดียวถึง 3 ลูกรวดจาก อัลบาโร เนเกรโด นาที 17, เซอร์จิโอ อเกโร นาที 45 และทิม โฮเวิร์ด นายทวารทีมเยือนที่สกัดลูกจุดโทษของ อเกโร เข้าประตูตัวเองในนาที 70 ส่งผลให้ เอฟเวอร์ตัน ต้องพบกับความพ่ายแพ้เป็นนัดแรกของฤดูกาลนี้ ส่วน แมนฯ ซิตี ยังคงรักษาสถิติเก่งในบ้านเอาไว้ได้ เพราะสามารถเก็บชัยจากการลงเล่นในสนามเหย้าของตัวเองได้ครบทั้ง 4 เกม
ด้าน "หงส์แดง" ลิเวอร์พูล ทีมอันดับ 2 แข่ง 6 นัด มี 13 แต้ม เปิดถิ่นแอนฟิลด์ต้อนรับ "อินทรีผงาด" คริสตัล พาเลซ ทีมอันดับ 19 ที่แพ้รวดมา 3 เกม แข่ง 6 นัด มี 3 แต้ม เวลา 21.00 น. นัดนี้ เบรนแดน ร็อดเจอร์ส กุนซือเจ้าบ้านตั้งเป้าหวังเก็บชัยให้ได้เพื่อกลับขึ้นไปยึดตำแหน่งจ่าฝูงแทน "ปืนใหญ่" อาร์เซนอล ที่มีคิวบุกไปเยือน เวสต์บรอมวิช ในคืนวันถัดไป แม้จะยังคงไม่มี เกลน จอห์นสัน และฟิลิปป์ คูตินโญ ที่เจอโรคเดี้ยงเล่นงาน แต่จะมีลุ้นได้ตัว ดาเนียล แอ็กเกอร์ หายเจ็บกลับมาช่วยแนวรับได้อีกครั้ง คาดว่าพวกแข้งหลักอย่าง ซิมง มิโญเลต์, โฆเซ เอนริเก, ลูคัส เลวา, วิคเตอร์ โมเซส และสตีเวน เจอร์ราร์ด จะยังคงได้ลงเล่นตั้งแต่นาทีแรก เช่นเดียวกับคู่หัวหอกที่จะเป็นการประสานงานร่วมกันระหว่าง ดาเนียล สเตอร์ริดจ์ กับ หลุยส์ ซัวเรซ เหมือนเดิม
ครึ่งแรกลิเวอร์พูลนำ 3-0 โดยซัวเรซเบิกร่องนาที่ 13 ตามด้วยสเตอร์ริดจ์นาที 17 และเจอร์ราร์ดยิงลูกโทษนาที 37 ครึ่งหลังคริสตัล พาเลซแก้คืนได้เพียงประตูเดียวจบเกมลิเวอร์พูลชนะ3-1 ขณะที่คาร์ดิฟฟ์ ซิตี้แพ้นิวคาสเซิ่ล ยูไนเต็ด 1-2 ฟูแล่มชนะสโต๊ค ซิตี้ 1-0 ฮัลล์ ซิตี้เสมอแอสตัน วิลล่า 0-0
คู่สุดท้ายแมนฯ ยูไนเต็ด ทีมอันดับ 12 แข่ง 6 นัด มี 7 แต้ม ยกพลบุกไปเยือน "แมวดำ" ซันเดอร์แลนด์ ทีมบ๊วยอันดับ 20 เป็นฝ่ายยิงแซงชนะไป 2-1
ขณะที่ศึกฟุตบอลพรีเมียร์ลีกคืนวันอาทิตย์ที่ 6 ตุลาคมนี้ มีโปรแกรมฟาดแข้งทั้งหมด 4 คู่ "ปืนใหญ่" อาร์เซนอล ทีมฟอร์มแรงที่ชนะมา 5 นัดรวดมี 15 แต้ม ยกพลบุกไปเยือน "เดอะแบ็กกีส์" เวสต์บรอมวิช ที่เดอะฮอว์ธอร์นส์ เวลา 22.00 น. เกมนี้ อาร์แซน เวนเกอร์ กุนซือทีมเยือนยังคงไม่มีทั้ง อเลกซ์ ออกซ์เลด แชมเบอร์เลน, ธีโอ วัลคอตต์, ลูคัส โพโดลสกี รวมถึง บาการี ซานญา ที่ได้รับบาดเจ็บ แต่มีลุ้นได้ตัว ซานติ กาซอร์ลา ที่พร้อมกลับมาช่วยแนวรุกอีกครั้ง จึงพร้อมจัดผู้เล่นชุดใหญ่ลงสนามอย่างแน่นอน
แต่อาจมีการเปลี่ยนแปลงผู้เล่นในบางตำแหน่งเพราะเพิ่งเหนื่อยล้ามาจากการลงฟาดแข้งในศึกยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก เมื่อกลางสัปดาห์ที่ผ่านมา คาดว่า แจ็ค วิลเชียร์ น่าจะได้กลับมายืนคุมแผงแดนกลางร่วมกับ มิเกล อาร์เตตา, มาติเยอ ฟลามินี และอารอน แรมซีย์ ส่วน เมซุต โอซิล ยังคงพร้อมสวมบทเป็นเพลย์เมกเกอร์คอยเปิดบอลให้ โอลิวิเยร์ ชิรูด์ ลุ้นยิงประตูต่อไป ขณะที่แนวรับ คาร์ล เจนกินสัน จะได้ลงไปประสานงานร่วมกับ แพร์ แมร์เตซักเกอร์, โลรองต์ คอสเซียลนี, และคีแรน กิบบส์
ฝั่งเจ้าถิ่นของกุนซือสตีฟ คลาร์ก จะไม่มี เบน ฟอสเตอร์ กับ โซลตัน เกรา ที่ยังต้องรักษาอาการบาดเจ็บ และต้องรอเช็กความฟิตของ เจมส์ มอร์ริสัน และนิโกลาส์ อเนลกา แต่น่าจะยึดผู้เล่นชุดเดิมจากเกมนัดล่าสุดที่บุกไปเฉือนชนะ "ปีศาจแดง" แมนฯ ยูไนเต็ด แบบพลิกล็อก 2-1 คาดว่า โบอัซ มายฮิลล์, เลียม ริดจ์เวลล์, สกอตต์ ซินแคลร์, สเตฟาน เซสซิญอง และวิคเตอร์ อนิเชเบ น่าจะได้ลงเล่นเป็นตัวจริงตั้งแต่นาทีแรก
ขณะที่ "สิงโตน้ำเงินคราม" เชลซี จะออกไปเยือน "นกขมิ้น" นอริช ที่คาร์โรว์ โรด เวลา 19.30 น. นัดนี้ ชูเซ มูรินโญ กุนซือทีมเยือนหมดสิทธิ์ใช้งาน เฟอร์นันโด ตอร์เรส ที่ติดโทษแบน 1 เกม แต่มีลุ้นได้ตัว เอเดน อาซาร์ด ที่เพิ่งหายเจ็บพร้อมกลับมาช่วยแนวรุกอีกครั้ง คาดว่าอาจจะมีการเปลี่ยนผู้เล่นในบางตำแหน่ง โดย แกรี เคฮิลล์ เตรียมกลับมายืนคุมแนวรับคู่กับ จอห์น เทอร์รี ขณะที่แดนกลางยังคงเป็นหน้าที่ของ รามิเรส, ออสการ์ และแฟรงค์ แลมพาร์ด ส่วนแนวรุก ซามูเอล เอโต จะได้ยืนเล่นเป็นกองหน้าตัวเป้าคอยประสานงานกับ ฆวน มาตา และอังเดร ชูร์เล
ด้าน "ไก่เดือยทอง" สเปอร์ส ที่ไม่แพ้ใครมา 3 เกม พร้อมเปิดรังไวท์ ฮาร์ท เลน ทำศึกแห่งศักดิ์ศรี "ลอนดอนดาร์บีแมทช์" รับการมาเยือนของ "ขุนค้อน" เวสต์แฮม ที่สะกดคำว่าชนะไม่เป็นมาแล้วถึง 5 เกม เวลา 22.00 น. เกมนี้ "เอวีบี" อังเดร บียาส โบอาส กุนซือเจ้าถิ่นไม่มีปัญหาแข้งหลักได้รับบาดเจ็บ จึงพร้อมส่งแข้งดังอย่าง ฮูโก ยอริส, แยน แฟร์ทองเกน, คริสเตียน อิริคเซน, กิลฟี ซิกูร์ดสสัน, และโรแบร์โต โซลดาโด ลงเล่นเป็นตัวจริง หลังถูกดร็อปในศึกยูฟ่า ยูโรปาลีก เมื่อกลางสัปดาห์ที่ผ่านมา
สำหรับโปรแกรมอีกคู่ เซาแธมป์ตัน พบ สวอนซี เวลา 19.30 น.



