ข่าว

ชมกิจการลำไอบแห้ง'ทองพูนฟุตส์'

ชมกิจการลำไอบแห้ง'ทองพูนฟุตส์'

06 ต.ค. 2556

ชมกิจการลำไอบแห้ง'ทองพูนฟุตส์'จากซื้อมา-ขายไปมาเป็นเป็นส่งออก : คอลัทน์ท่องโลกเกษตร : โดย...ดลมนัส กาเจ

               “ลำไย” ถือเป็นพืชเศรษฐกิจสำคัญของประเทศไทยในแถบภาคเหนือตอนบน มีแหล่งเพาะปลูก 8 จังหวัด แต่ปลูกมากที่สุดในพื้นที่ จ.ลำพูน เชียงใหม่ และเชียงราย แต่ในช่วง 10 ปีที่ผ่านมา เกิดปัญหาผลผลิตลำไยล้นตลาดมาอย่างต่อเนื่องจนถึงปัจจุบัน (ยกเว้นปีนี้ ปี 2556) สิ่งที่ตามมาคือปัญหาราคาตกสร้างความเดือดร้อนให้แก่เกษตรผู้ปลูกลำไยเป็นอย่างมาก เนื่องจากผลผลิตลำไยนั้นมีปริมาณเพิ่มขึ้น

               ข้อมูลจากสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร ระบุว่า ผลผลิตลำไยสดของไทยเพิ่มขึ้นจาก 476,930 ตันในปี 2551 เป็น 817,823 ตันในปี 2555 และมีแนวโน้มเพิ่มเป็น 819,110 ตันในปี 2556  ถือเป็นการสวนทางกับการบริโภคในประเทศที่อยู่ในระดับต่ำและลดลงจาก 5 หมื่นตันในปี 2551 เหลือเพียง 4 หมื่นตันในปี 2555 แม้ที่ผ่านมารัฐบาลจะพยายามประชาสัมพันธ์เพื่อส่งเสริมการบริโภคลำไยในประเทศ แต่คาดว่าความต้องการบริโภคจะอยู่ที่ 5 หมื่นในปี 2556

               จากปัญหาผลผลิตลำไยล้นตลาด ทำให้หลายภาคส่วนเร่งหาตลาดในต่างประเทศในรูปแบบของลำไยสด ลำไยแช่เย็นแช่แข็ง และอีกส่วนหนึ่งมีการส่งเสริมให้เอกชนทำการแปรรูปลำไยเป็นลำไยอบแห้งมี 2 ประเภทคือลำไยอบทั้งเปลือกหรือที่เรียกว่าลำไยอบแห้งดำ และลำไยอบแห้งเอาเฉพาะเนื้อลำไยหรือที่เรียกว่า "ลำไยสีทอง" ซึ่งส่วนใหญ่จะเป็นผลิตภัณฑ์ที่ส่งออกมากกว่า แม้บางครั้งจะต้องเผชิญกับความไม่แน่นอนจากคำสั่งซื้อของประเทศผู้นำเข้าสำคัญ เช่น จีน ซึ่งตลาดส่งออกลำไยสำคัญอันดับ 1 ของไทยก็ตาม แต่กิจการลำไยอบแห้งก็ถือว่าเป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่สามารถสร้างมูลค่าให้ผลผลิตลำไย และสร้างรายได้ให้แก่ผู้ประกอบการอีกด้วย

                เมื่อไม่นานมานี้ "ทีมท่องโลกเกษตร" มีโอกาสไปเยี่ยมเยือนผู้ประกอบการอบแห้งลำไยของ หจก.ทองพูนฟูดส์ อยู่ในพื้นที่กว่า 5 ไร่ ตั้งเลขที่ 122/5 หมู่ 6 ถนนลำพูน-เชียงใหม่ ต.อุโมงค์ อ.เมือง จ.ลำพูน ถือเป็นธุรกิจที่จัดอยู่ในกลุ่มธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อม หรือเอสเอ็มอี บริหารโดยทายาทรุ่นที่สาม "กรรณิการ์ ด่านไพบูลย์" ของ "คุณย่าทองพูน ด่านไพบูลย์" ที่ล่วงลับไปแล้ว

                ส่วนพื้นที่ 5 ไร่ ซึ่งเป็นที่ตั้งของ หจก.ทองพูนฟูดส์  ถูกแบ่งสัดส่วน ด้านหน้าเป็นสำนักงาน และที่พักอาศัย ถัดไปด้านขวามมือ เป็นโกดังเก็บลำไยที่เกษตรกรส่งมาขาย ส่วนขวาสุดของพื้นเป็นที่ตั้งของตู้อบ มีทั้งตู้อบแห้งลำไยแบบสมัยโบราณที่เป็นภูมิปัญญาของชาวบ้านที่อบด้วยไม้ฟืน และตู้อบแห้งที่ใช้ระบบไฟฟ้า นอกจากนี้ยังเครื่องคัดขนาดของลำไยแบบโบราณที่ยังเก็บโชว์ไว้เป็นที่ระลึก และสุดท้ายเป็นห้องเย็นที่เก็บลำไยอบแห้งให้อยู่ในอุณหภูมิ 2.5 องศาเซลเซียสและเก็บได้ตลอดทั้งปี

                กรรณิการณ์ เล่าว่า ปกติคุณย่าทองพูนยึดอาชีพเป็นผู้รับเหมาก่อสร้างในพื้นที่ภาคเหนือตอนบนมายาวนาน จนคุณย่าทองพูนมีอายุเยอะขึ้น ประกอบกับภาวะเศรษฐกิจขาลง จึงวางมือ อยู่กับบ้าน แต่ด้วยที่เป็นคนทำงานมาตลอด เมื่อหยุดงาน เริ่มหงุดหงิด และโรคเริ่มรุมเร้า จึงไม่สบายบ่อยครั้งในที่สุดปรึกษาลูกๆ เพื่อจับกิจการใหม่ ในที่สุดคุณย่าทองพูนจับธุรกิจรับซื้อลำไยจากเกษตรในลักษณะซื้อมาขายไป หรือพ่อค้าคนกลางในปี 2548 หรือเมื่อ 8 ปีก่อน

                "ตอนนั้นปัญหาลำไยล้นตลาด ทำให้ราคาลำไยถูกมาก และยังมีลำไยที่ขายไม่ออกจำนวนมาก คุณย่าเลยทดลองมาแปรรูปทำเป็นลำไยอบแห้ง เริ่มจากอบแห้งทั้งเปลือกก่อน ต่อมาเลยคิดว่าเพื่อเป็นการเพิ่มความสะดวกให้กับผู้บริโภคเลยทดลองทำลำไยอบแห้งเฉพาะเนื้อลำไยหรือลำไยสีทอง พอออกงานหนึ่งตำบลหนึ่งผลิตภัณฑ์ หรือโอท็อป ที่ศูนย์แสดงสินค้าอิมแพ็ค อารีน่า เมืองทองธานี ปรากฏว่า มีออเดอร์จากลูกค้าที่มาจากเมืองจีน 2 ตัน ขณะที่กำลังผลิตของเราไม่มากนัก เลยต้องลงทุนเพิ่มเครื่องอบจากแบบภูมิปัญหาชาวบ้านมาเป็นตู้อบแห้งระบบไฟฟ้าแทน" กรรณิการ์ กล่าว

                คุณย่าทองพูนบริหารงานได้เพียง 3-4 ปี ก็ได้ล่วงลับด้วยโรคร้าย (มะเร็ง) ทำให้ กรรณิการ์ ซึ่งมีศักดิ์เป็นหลานมาดูแลแทน จากเดิมกิจการของ หจก.ทองพูนฟูดส์ เพียงซื้อลำไยมา และขายไป จนกลายเป็นกิจการอบลำไยแห้ง ที่ซื้อลำไยจากเกษตรกรเป็นลำไยสดปีละกว่า 3,000 ตันมาแปรรูเป็นลำไยอบแห้งได้ปีละกว่า 300-350 ตัน สร้างมูลค่าปีละเกือบ 100 ล้านบาท โดยลำไยอบแห้งเหล่านี้ 80% ส่งออกไปยังประเทศจีน และอีก 20% ขายภายในประเทศ

                "ถ้าพูดถึงสัดส่วนลำไยอบแห้งสีทองจะมีมูลค่ามากกว่าถึง 60% ที่เหลืออีก 40% เป็นลำไยอบแห้งทั้งเปลือก ปัจจุบันลำไยอบแห้งสีทองขายในราคา กก.ละ 300 บาท เนื่องจากว่าเนื้อลำไยสด 10 กก. เมื่ออบแห้งแล้วจะเหลือเพียง 1 กก.เท่านั้น ราคาจึงสูง ส่วนอบแห้งทั้งเปลือก กก.ละ 90 บาท เพราะลำไยสด 10 กก. จะได้ลำไยอบแห้งทั้งเปลือกได้ 3 กก. ล่าสุดเราได้ผลิตภัณฑ์ตัวใหม่ กำลังจะออกสู่ตลาดคือน้ำพริกลำไย และกำลังคิดโปรดักส์ใหม่อีกหลายตัว เพื่อเพิ่มมูลค่าของลำไยอีกทางหนึ่ง" เธอ กล่าว

                ทั้งหมดนี้เป็นส่วนหนึ่งของการไปชมกิจการอบแห้งของ หจก.ทองพูนฟูดส์ ซึ่งเป็นกิจการที่ประสบผลสำเร็จเป็นอย่างดี จากเดิมเพียงเป็นคนกลางรับซื้อลำไยจนสามารถขยายกิจการในการแปรรูปลำไยอบที่นับวันโตขึ้นเวลาผ่านไป 8 ปีจนสามารถส่งออกลำไยอบแห้งมีมูลค่าเกือบ 100 ล้านบาท ถือเป็นกิจการที่สามารถช่วยระบายตลาดลำไยของเกษตรได้อีกระดับหนึ่ง
 

 ........................

(ชมกิจการลำไอบแห้ง'ทองพูนฟุตส์'จากซื้อมา-ขายไปมาเป็นเป็นส่งออก : คอลัทน์ท่องโลกเกษตร : โดย...ดลมนัส  กาเจ)