
ภูเก็ตระดมสมองดันท่องเที่ยวแบบยั่งยืน
ภูเก็ตจัดสัมมนาระดมสมอง ดันท่องเที่ยวท้องถิ่นแบบยั่งยืน : คนภูเก็ต ... รายงาน
ภูเก็ตถือเป็นไข่มุกแห่งอันดามันและเป็นเมืองท่องเที่ยวที่มีชื่อเสียงไปทั่วโลกทั้งในด้านความสวยงามของทิวทัศน์และหาดทราย มีน้ำทะเลสีฟ้าใสพร้อมสิ่งอำนวยความสะดวกด้านการท่องเที่ยว จังหวัดภูเก็ตเป็นเกาะใหญ่ที่สุดของไทย มีพื้นที่ประมาณ 543 ตารางกิโลเมตรและแบ่งเขตปกครองออกเป็น 3 อำเภอ คือ อำเภอเมือง ถลางและอำ เภอกะทู้ ปัจจุบันภูเก็ตเป็นจังหวัดที่สร้างรายได้จากการท่องเที่ยวเป็นลำดับที่ 2 รองจากกรุงเทพฯ โดยปี 2555 ทำรายได้ให้ประเทศ 248,000 ล้านบาท เมื่อเกาะภูเก็ตทำรายได้จากการท่องเที่ยวสูง จึงเป็นเรื่องปกติที่ชาวภูเก็ตทุกภาคส่วนจะร่วมหาช่องทางพัฒนาการท่องเที่ยวภูเก็ตไปสู่ความยั่งยืน
ล่าสุดคณะจัดการการท่องเที่ยว สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ ได้จัดสัมมนาหัวข้อ “ท่องเที่ยวภูเก็ต..สู่ความยั่งยืน..ทำอย่างไร” ที่โรงแรมรอยัลภูเก็ตซิตี้ อ.เมือง จ.ภูเก็ต เมื่อเดือนกันยายนที่ผ่านมา เพื่อหาแนวทางพัฒนาเกาะภูเก็ตไปสู่ความยั่งยืน โดย น.ส.สมหมาย ปรีชาศิลป์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต เป็นประธานการสัมมนา โดยการจัดสัมมนาดังกล่าวได้รับการสนับสนุนงบประมาณจากสำนักงานคณะกรรมการวิจัยแห่งชาติและสำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย
ซึ่งมีผู้เข้าร่วมการสัมมนา ประกอบด้วย นายวิจิตร ณ ระนอง ประธานที่ปรึกษาอาวุโสสภาอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย นายภราเดช พยัฆวิเชียร อดีตสมาชิกวุฒิสภาและอดีตผู้ว่าการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย นายชวาธิป จินดาวิจักษณ์ ผู้อำนวยการอาวุโสฝ่ายบริการด้านการพัฒนาอย่างยั่งยืน สถาบันรับรองมาตรฐานไอเอสโอ นายชาญชัย ดวงจิตร ผู้อำนวยการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทยสำนักงานภูเก็ต นายทรงสิทธิ์ บุญผล ประธานเครือข่ายการท่องเที่ยวชุมชนภูเก็ต และ ดร.รักษ์พงศ์ วงศาโรจน์ ผู้อำนวยการแผนการวิจัย สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ เป็นผู้ดำเนินการเสวนาโดยมีผู้นำชุมชนและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมจำนวนมาก
น.ส.สมหมาย ปรีชาศิลป์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต บอกว่า อุตสาหกรรมการท่องเที่ยวมีความสำคัญต่อการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมของประเทศไทยและจังหวัดภู เก็ตสูงมากในหลายมิติ เช่น เป็นภาคเศรษฐกิจที่นำรายได้เข้าประเทศ ซึ่งแนวโน้มการขยายตัวของอุปสงค์การท่องเที่ยวโดยรวมและในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก ย่อมเป็นผลบวกต่อการเติบโตของอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวและการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมของจังหวัดภูเก็ตและประเทศไทย โดยกลุ่มจังหวัดภาคใต้ฝั่งอันดามันมีศักยภาพทางเศรษฐกิจในการสร้างรายได้จากการท่องเที่ยวสูงมาก โดยภูเก็ตเป็นจังหวัดที่สร้างรายได้จากการท่องเที่ยวเป็นลำดับที่สองของประเทศรองจากกรุงเทพฯ โดยในปี 2555 จังหวัดภูเก็ตทำรายได้ให้ประเทศจำนวน 248,000 ล้านบาท
และช่วง 30 ปีที่ผ่านมาการพัฒนาของจังหวัดภูเก็ตได้เปลี่ยนผ่านจากการพึ่งพิงอุตสาหกรรมเหมืองแร่สู่อุตสาหกรรมการท่องเที่ยวอย่างเต็มรูปแบบ การเติบโตของปริมาณนักท่องเที่ยวในอัตราที่สูงมาก บนฐานทรัพยากรทางธรรมชาติและทรัพยากรสาธารณูปโภคอื่นๆ ที่มีจำกัด การขยายตัวของปริมาณนักท่องเที่ยวเพิ่มในอัตราที่สูงอย่างต่อเนื่อง เป็นโอกาสทางธุรกิจที่ดึงดูดให้เกิดการลงทุนในภาคอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวและบริการมากขึ้นจากทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติตามกระแสโลกาภิวัตน์ ซึ่งการเติบโตและการเปลี่ยนแปลงดังกล่าวนับเป็นสิ่งท้าทายต่อการจัดการการพัฒนาอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวของจังหวัดเป็นอย่างมาก
ขณะที่ ดร.รักษ์พงศ์ วงศาโรจน์ อาจารย์ประจำสถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ และผู้อำนวยการแผนการวิจัย กล่าวว่า ได้ทำวิจัยหัวข้อ “ท่องเที่ยวภูเก็ต..สู่ความยั่งยืน ..ทำอย่างไร” ซึ่งการวิจัยครั้งนี้จัดทำขึ้นเพื่อวิจัยและพัฒนากลยุทธ์และคู่มือขับเคลื่อนการพัฒนาการท่องเที่ยวที่ยั่งยืนโดยกระบวนการการมีส่วนร่วมจากทุกภาคส่วนในคลัสเตอร์การท่องเที่ยวของกลุ่มจังหวัดภาคใต้ฝั่งอันดามัน ซึ่งที่ผ่านมาการท่องเที่ยวของภูเก็ตมีการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว การท่องเที่ยวของภูเก็ตเริ่มตั้งแต่ปี 2510 ถัดมาในปี 2520 ภูเก็ตกลายเป็นแหล่งท่องเที่ยวระดับบนปี 2530 ภูเก็ตเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่มีการเติบโตอย่างรวดเร็ว ปี 2550 ภูเก็ตเป็นแหล่งท่องเที่ยวของคนเอเชีย ส่วนในปี 2560 ต้องคิดกันว่าจะให้การท่องเที่ยวของภูเก็ตไปในทิศทางใด
ด้านนายวิจิตร ณ ระนอง ประธานที่ปรึกษาอาวุโสสภาอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย บอกว่า ภูเก็ตยังสามารถอยู่ได้แต่อยู่ได้ในแบบที่แย่ลงทุกวันถ้าเปรียบภูเก็ตก็เหมือนเพชรที่หาคนมาเทียบได้ยาก แต่ขณะนี้คนกำลังทำให้เพชรไม่ส่องแสงมองไม่แวววาวเพราะการเจียระไนไม่ถูกจุด คนที่มาภูเก็ตต้องการมาเที่ยวชายหาดแต่ถ้าชายหาดดูไม่ได้หรือมาแล้วไม่มีความสุขคนก็ไม่อยากมา ต่อให้สิ่งรอบข้างซึ่งเปรียบเหมือนน้ำจิ้มดีแค่ไหนถ้าอาหารจานหลักไม่ดีคนก็ไม่อยากกิน เพราะฉะนั้นการพัฒนาการท่องเที่ยวจะต้องยิงให้ตรงเป้า การจะทำให้การท่องเที่ยวของภูเก็ตยั่งยืนและเดินไปข้างหน้าจะต้องรู้ว่าตอนนี้ยืนอยู่ ณ จุดใดและจุดมุ่งหมายหรือเป้าหมายอยู่ที่ไหน ถ้ารู้แบบนี้ก็สามารถเดินไปสู่จุดหมายได้อย่างแน่นอน
ส่วนนายภราเดช พยัฆวิเชียร อดีตสมาชิกวุฒิสภาและอดีตผู้ว่าการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย กล่าวว่า ขณะนี้เกาะภูเก็ตมีการเปลี่ยนแปลงในเรื่องจำนวนของนักท่องเที่ยวกับการรองรับ ซึ่งเป็นเรื่องที่น่าเป็นห่วงถ้าไม่มีการกำหนดเพดานทิศทางของภูเก็ตโดยการจำกัดจำนวน ถึงเวลาแล้วที่จะต้องมีการกำหนดนโยบายสาธารณะด้านการท่องเที่ยวให้ครอบคลุม ถ้าไม่มีการดำเนินการต่อไปภูเก็ตก็ขายตัวเองไม่ได้ ถึงเวลาแล้วที่ภูเก็ตควรจะจากข้างล่างไปยังข้างบน มีการกำหนดคู่มือในการพัฒนาการท่องเที่ยว เช่น คู่มือจัดรูปที่ดิน และที่สำคัญการทำภูเก็ตให้ยั่งยืนทุกคนต้องปรับตัว ทุกภาคส่วนต้องมองในภาพรวมทั้งภาครัฐ เอกชนและภาคประชาชน ร่วมกันคิดและกำหนดทิศทางร่วมกันในการพัฒนาภูเก็ตเพื่อให้ภูเก็ตไปสู่ความยั่งยืน
------------------------
(ภูเก็ตจัดสัมมนาระดมสมอง ดันท่องเที่ยวท้องถิ่นแบบยั่งยืน : คนภูเก็ต ... รายงาน)



