ข่าว

'องอาจ'เหน็บรัฐอย่าทำตัว2มาตรฐาน

'องอาจ'เหน็บรัฐอย่าทำตัว2มาตรฐาน

05 ต.ค. 2556

'องอาจ' เหน็บรัฐอย่าทำตัว 2 มาตรฐาน หลังขอบคุณศาลรธน.วินิจฉัยร่างพ.ร.บ.งบ 57ไม่ขัดรธน. แนะ 'นายกฯ' ปรับครม. ยึดประโยชน์ประเทศเป็นหลัก

 

                           5 ต.ค.56 นายองอาจ คล้ามไพบูลย์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ แถลงถึงกรณีที่รัฐบาลและพรรคเพื่อไทย ขอบคุณศาลรัฐธรรมนูญ หลังวินิจฉัยว่าร่างพ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปี 2557 ไม่ขัดรัฐธรรมนูญ มาตรา 168 ว่า อยากให้กรณีนี้เป็นกรณีตัวอย่างที่รัฐบาลและพรรคเพื่อไทย เคารพคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ และองค์กรอิสระ เพราะที่ผ่านมารัฐบาลและพรรคเพื่อไทย มักใช้มวลชนกดดันศาลรัฐธรรมนูญ หากผลการตัดสินไม่ตรงต่อความต้องการของตนเอง ซึ่งถือว่าเป็นการกระทำ 2 มาตรฐาน จึงอยากให้ทุกฝ่ายเคารพคำวินิจฉัยของศาล หากไม่เคารพจะทำให้เกิดปัญหาความขัดแย้งบานปลายไม่สิ้นสุด

                           นายองอาจ กล่าวอีกว่า ขอเรียกร้องให้น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม แสดงออกให้ชัดเจนว่ามีความมั่นใจ ในการเป็นผู้มีอำนาจเต็มในการปรับคณะรัฐมนตรี โดยพิจารณาบุคคลที่มีความรู้ความสามารถ เข้าดำรงตำแหน่งรัฐมนตรี เพื่อให้คนไทยเห็นว่า นายกฯ ทำเพื่อประโยชน์ของประเทศ การปรับคณะรัฐมนตรีที่ผ่านมามีการเปลี่ยนตัวรัฐมนตรีหลายครั้ง และไม่เป็นประโยชน์กับประเทศ เป็นการเวียนเทียนตำแหน่งให้กับหลายก๊วนในพรรคเพื่อไทย โดยเฉพาะข่าวการปรับครม.ครั้งนี้ มีรัฐมนตรีบางคนระบุว่า เป็นการเลื่อยขาเก้าอี้กันเอง อีกทั้งนายสุรนันทน์ เวชชาชีวะ เลขาธิการนายกรัฐมนตรี ปฏิเสธว่า พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ไม่เกี่ยวข้องกับการปรับครม.เพียงแต่ให้คำแนะนำเท่านั้น แต่ปรากฏการที่มีบุคคลทยอยบินไปต่างประเทศ เพื่อเข้าพบพ.ต.ท.ทักษิณ นั้น ถือเป็นตัวชี้วัดได้ว่า พ.ต.ท.ทักษิณ มีส่วนสำคัญในการปรับครม. โดยที่น.ส.ยิ่งลักษณ์ มีส่วนในฐานะนายกรัฐมนตรี ที่ต้องปฏิบัติตามกฎหมายนำรายชื่อขึ้นทูลเกล้าเท่านั้น จึงอยากให้เลิกปฏิเสธได้แล้วว่าพ.ต.ท.ทักษิณ ไม่มีส่วนเกี่ยวข้อง เพราะเป็นผู้มีส่วนสำคัญในการปรับครม.

 

'ปชป.' จี้รัฐยกเลิกโครงการ 'จำนำข้าว' ตัวการทำลายข้าวไทย

 

                           นายองอาจ คล้ามไพบูลย์ กล่าวถึงกรณีโครงการรับจำนำข้าวที่เริ่มฤดูกาลใหม่ ในวันที่ 1 ต.ค.ที่ผ่านมาว่า เชื่อว่าจะมีการทุจริตขึ้นมาอีก เนื่องจากรัฐบาลยังไม่ได้กำหนดรายชื่อโรงสีที่เข้าร่วมโครงการให้ชัดเจน ทำให้ชาวนาอาจประสบปัญหานำข้าวไปจำในโรงสีเก่าที่เคยจำนำเป็นประจำ และอาจเกิดปัญหาใบประทวนและเงินได้ อีกทั้งรัฐบาลยังไม่สามารถแก้ปัญหาเรื่องการระบายข้าวได้ โดยเฉพาะไม่สามารถชี้แจงรายละเอียดการซื้อขายข้าวกับประเทศจีน ที่รมว.พาณิชย์เคยบอกว่าจะมีการทำสัญญาภายใน 2 สัปดาห์ แต่ขณะนี้ผ่านมาเกือบ 1 เดือนแล้ว เรื่องก็ยังเงียบอยู่ อยากให้ออกมาชี้แจงว่าการขายข้าวดังกล่าวที่จะทำสัญญาแบบรัฐต่อรัฐ (จีทูจี) หรือไม่ และรายละเอียดสัญญาเป็นอย่างไร ทั้งนี้อยากเรียกร้องให้น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ในฐานะประธานคระกรรมการนโยบายข้าวแห่งชาติ (กขช.) สละเวลาในการเดินทางไปต่างประเทศ และลงมาดูปัญหานี้อย่างจริงจัง

                           “โครงการจำนำข้าว ดำเนินมาได้ 2 ปี มีปัญหาตามหลอกหลอนคนไปไทยให้เกิดความไม่มั่นใจว่า ในฤดูกาลใหม่ จะเกิดประโยชน์อย่างแท้จริงเพราะรัฐบาลยังไม่แก้ปัญหาหลายอย่าง 2 ปีแห่งการจำนำข้าว เป็น 2 ปีแห่งการทำลายข้าวไทย จนยากที่จะแก้ไข ถ้ารัฐบาลยังเดินหน้าโครงการจำนำข้าว ก็เท่ากับข้าวไทยจะถูกทำลายจนไม่มีที่สิ้นสุด ซึ่งข้าวไทยถูกโครงการรับจำนำข้าวทำลายทั้งหมด 5 ประเด็น  คือ 1.ทำลายคุณภาพข้าวไทย 2.ทำลายกลไกลการค้าข้าว 3.ทำลายตลาดค้าข้าว 4.ทำลายแชมป์การส่งออกข้าวอันดับ 1 ตกลงไปอยู่อันดับ 3 และอันดับ 4 และ 5.ทำลายความเชื่อมั่นต่อการบริโภคข้าวไทย เช่น การเกิดปัญหาข้าวเน่า ทำให้หลายประเทศงดเว้นซื้อข้าวไทย” นายองอาจ กล่าว

 

'ปชป.' อัดรัฐจัด 'โรดโชว์แผนอนาคตประเทศ 2020' ไร้สาระ

 

                           ที่พรรคประชาธิปัตย์ นายชวนนท์ อินทรโกมาลย์สุต โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงกรณีที่รัฐบาลจัดโรดโชว์ “โครงการสร้างอนาคตไทย 2020” เพื่อประชาสัมพันธ์โครงการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านคมนาคมขนส่งของประเทศ วงเงินกู้ 2 ล้านล้านบาท ว่า รัฐบาลจัดงานดังกล่าวแห่งแรก ที่ จ.หนองคาย โดยน.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ไม่ได้ไปร่วมงาน ทำให้ประชาชนสับสนว่า นายกฯให้ความสำคัญกับงานนี้หรือไม่ ตนจึงขอตั้งข้อสังเกตในการจัดงานดังกล่าว ว่า ผู้จัดงานเป็นคนในวงการสื่อสารมวลชน ที่มีความสนิทสนมกับรัฐบาล มีการสั่งให้กระทรวงมหาดไทย อำนวยความสะดวกในการจัดตั้งมวลชนเข้าร่วมงาน โดยสาระของงานไม่ได้เน้นให้ความรู้ แต่เน้นการสร้างภาพ ใช้การตลาดนำ ซึ่งจากการดูใบปลิวโฆษณาประชาสัมพันธ์เชิญชวนให้ประชาชนเข้าร่วมงานนั้น พบว่า ที่ จ.หนองคาย มีการระบุจุดเด่นของงาน คือ การแสดงของศิลปิน ลาล่า ลูลู่ การแสดงดนตรี ดารา 7 สีสัญจร การทอร์คโชว์ ของนายจตุพล ชมพูนิช นักพูดชื่อดัง ขณะที่ จ.นครราชสีมา ได้เชิญชวนประชาชนให้ดูการแสดงของคณะตลก เท่ง เถิดเทิง และกิจกรรมดารา 7 สีสัญจร การกระทำเช่นนี้ ถือว่ารัฐบาลใช้การตลาด ใช้ความบันเทิงดึงดูดคน ให้เข้าร่วมรับชม แต่ไม่มีสาระที่ประชาชนควรได้รับ

                           นายชวนนท์ กล่าวอีกว่า การที่นายชัชชาติ สิทธิพันธ์ รมว.คมนาคม พูดที่ จ.หนองคาย ว่า การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานจะพัฒนาไปถึงอีสานเหนือนั้น เป็นการพูดความจริงไม่หมด เพราะโครงการรถไฟความเร็วสูงจะไม่ไปถึงหนองคาย ความจริงรัฐบาลพรรคประชาธิปัตย์ ได้กำหนดแผนให้มีรถไฟความเร็วสูงไปถึง จ.หนองคาย ซึ่งเป็นเส้นทางที่สำคัญ แต่รัฐบาลนี้กลับมาตัดเส้นทางนี้ออกไป จึงไม่อยากให้ประชาชนตกเป็นเครื่องมือ เพราะถ้าทำแบบนี้ เป็นใครก็คงจะยกมือเห็นชอบแผนงานของรัฐบาล ทั้งๆที่รัฐบาลไม่ได้ตอบคำถามที่ควรจะตอบ คือ 1.เหตุใดจึงไม่กู้ในระบบ ทั้งที่สามารถทำได้ 2.เหตุใดจึงปล่อยให้มีการทุจริตกันได้ง่าย โดยเฉพาะการยกเลิกการใช้ระเบียบสำนักนายกฯว่าด้วยการจัดซื้อจัดจ้าง และ 3.เหตุใดจึงไม่ระบุเส้นทางในการดำเนินการที่ชัดเจน ในแผนการดำเนินการโครงสร้างพื้นฐาน และทำไมจึงตัดเส้นทางกรุงเทพฯ-หนองคาย ออกไป ซึ่ง 3 ประเด็นนี้ ควรอยู่ในแผ่นพับ เพื่อให้ความรู้แก่ประชาชน แต่กลับมีแต่สาระความบันเทิง อย่าเอาการตลาดนำการเมือง เพราะไม่ใช่การจัดโปรโมชั่นขายบ้าน ขายโทรศัพท์มือถือ จึงต้องจัดมโหรสพ หรือการเอาการแสดงมาบังหน้า เพื่อปิดหูปิดตาประชาชน