
นักลงทุนซาอุฯร่วมลงทุนสร้างโซลาร์เซล
นักลงทุนซาอุฯ กุลุ่มมาราเซล ชวนเอสพีซีจี ร่วมลงทุนสร้างโซลาร์เซลลดใช้การใช้น้ำมัน พลิกฟื้นความสัมพันธ์ของสองประเทศ
4ต.ค.2556 น.ส.วันดี กุญชรยาคง กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท เอสพีซีจี จำกัด (มหาชน) ผู้ผลิตโซลาร์เซลล์เชิงพาณิชย์ เปิดเผยว่า ได้พานักลงทุนด้านพลังงาน กลุ่มมาราเซล (MARASEL)จากประเทศซาอุดีอาระเบีย เข้าพบนายสุเทพ เหลี่ยมศิริเจริญ ปลัดกระทรวงพลังงาน และ สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) เพื่อแนะนำความร่วมมือด้านธุรกิจผลิตไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ (โซลาร์เซลล์) หลังไทยและซาอุดีอาระเบียมีปัญหาด้านความสัมพันธ์ระหว่างประเทศยาวนาน 22 ปี
ทั้งนี้ กลุ่มมาราเซลได้เชิญชวนเอสพีซีจีไปลงทุนด้านการให้คำปรึกษาติดตั้งแผงโซลาร์เซลล์ หลังประเทศซาอุดีอาระเบีย ประกาศจะลงทุนโซลาร์เซลล์ทั้งรูปแบบติดตั้งบนหลังคา และพื้นดินรวม 50,000 เมกะวัตต์ในระยะเวลา 15 ปี กำหนดค่าไฟรับซื้อ 6 เซนต์ต่อหน่วย หรือประมาณ 60 สตางค์ต่อหน่วย เพื่อลดการพึ่งพิงน้ำมันที่ผลิตได้ในประเทศ โดยบริษัทเอสพีซีจี เบื้องต้นจะลงทุน 100 ล้านบาท และมีแผนจะร่วมทุนผลิตไฟฟ้าจำหน่ายด้วย
อย่างไรก็ตาม การที่นักลงทุนซาอุฯมาประเทศไทยถือเป็นการเปิดความสัมพันธ์รอบใหม่ หลังจากความสัมพันธ์ของทั้งสองประเทศมีปัญหามายาวนานถึง 22 ปี นอกจากนั้น การพบกับ ส.อ.ท.คาดว่า จะมีการร่วมมือในธุรกิจอื่นๆ เพิ่มเติมอีกด้วย
น.ส.วันดีกล่าวว่า ในส่วนของการลงทุนในไทยโครงการงโซลาร์รูฟท็อปติดตั้งบนหลังคา ตามนโยบายรัฐบาลที่อยู่ระหว่างเสนอติดตั้งกับการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (กฟภ.) และการไฟฟ้านครหลวง (กฟน.) บริษัทฯได้เสนอติดตั้งรวม 50 เมกะวัตต์ ทั้งในส่วนธุรกิจและบ้านที่อยู่อาศัย
"โครงการโซลาร์ฟาร์ม เอสพีซีจีมีใบอนุญาตทั้งหมด 36 สัญญา 250 เมกะวัตต์ ล่าสุดจะก่อสร้างเสร็จทั้งหมดในวันที่ 13 ธ.ค.นี้ ลงทุนรวม 24,000 ล้านบาท เป็นของเอสพีซีจี 200 เมกะวัตต์ และ ร่วมทุน 50 เมกะวัตต์ ได้ค่าไฟแอดดอร์ที่รัฐบาลรับซื้อ 8 บาทต่อหน่วย เริ่มรับรู้รายได้เต็มที่ประมาณปี 2557 และคาดว่ารายได้ประมาณ 4,000-5,000 ล้านบาทต่อปี"



