ข่าว

ปล่อยตัว'สุรชัย แซ่ด่าน'แล้ว!

ปล่อยตัว'สุรชัย แซ่ด่าน'แล้ว!

04 ต.ค. 2556

ปล่อยตัว'สุรชัย'แล้ว!หลังได้อภัยโทษ ด้าน'เจ้าตัว'ดีใจได้รับพระมหากรุณาธิคุณพระราชทานอภัยโทษ ชี้5ต.ค.นี้ ไปร่วมงานวันเกิด'ตู่' ขณะที่'ชัยเกษม'บอกยังไม่เห็นเรื่อง

               4 ต.ค.56 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อเวลาประมาณ 16.30 น. เจ้าหน้าที่ได้นำหมายปล่อยตัวนายสุรชัย ไปยังเรือนจำพิเศษกรุงเทพ เพื่อปล่อยตัวเป็นอิสระ หลังได้รับพระราชทานอภัยโทษตามที่นายสุรชัยได้ถวายฎีกาขอพระราชทานอภัยโทษเป็นการบุคคล โดยนายสุรชัยถูกพิพากษาว่า มีความผิดตามมาตรา 112 มีโทษ จำนวน 5 คดี จำคุก 12 ปี 6 เดือน  โดยขณะนี้รับโทษมาแล้ว 1 ปี 5 เดือน   โดยถูกจำคุกตั้งแต่ปี 2554 โดยขณะนี้นายสุรชัยมีอายุ 72 ปี  และนายสุรชัยได้ออกจากเรือนจำในเวลา 17.05 น.

               ทั้งนี้ กรมราชทัณฑ์ได้รับแจ้งจากสำนักงานเลขาธิการนายกรัฐมนตรี โดยนายสุรพงษ์ โตวิจักษณ์ชัยกุล รองนายกฯ เป็นผู้รับสนองพระบรมราชโองการพระราชทานอภัยโทษนายสุรชัย

               ด้านนายสุรชัย กล่าวภายหลังได้รับพระราชทานอภัยโทษถูกปล่อยตัวจากเรือนจำว่า ดีใจมากที่ได้รับพระมหากรุณาธิคุณในครั้งนี้ ที่ทรงพระเมตตาพระราชทานอภัยโทษ และขอขอบคุณรัฐบาลของน.ส.ยิ่งลัษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม และพรรคเพื่อไทย ที่ไม่เคยทอดทิ้งผู้ต้องขัง ในคดีมาตรา 112 เพราะหากไม่ได้รับพระราชทานอภัยโทษในครั้งนี้ ตนยังเหลือโทษจำคุกอีกกว่า 8 ปี

               "หลังจากนี้ จะเดินทางไปร่วมงานวันเกิดของนายจตุพร พรหมพันธุ์ แกนนำ นปช. ที่จะจัดขึ้นในวันที่ 5 ต.ค.นี้ ที่โบนันซ่า เขาใหญ่ อ.ปากช่อง จ.นครราชสีมา ก่อนเดินทางกลับบ้านที่จังหวัดนครศรีธรรมราช เพื่อไปรักษาตัวจากโรคต่างๆ ที่รุมเร้า และหลังจากนี้หากจะเคลื่อนไหวทางการเมืองอีก จะเป็นไปในแนวทางคลี่คลายสถานการณ์" นายสุรชัย กล่าว

                ขณะที่ บรรยากาศในวันนี้มีนางปราณี ด่านวัฒนานุสรณ์ อายุ 56 ปี ภรรยา, นายแพทย์เหวง โตจิราการณ์ ส.ส.พรรคเพื่อไทย และแนวร่วม นปช.จำนวนหนึ่งมารอรับและได้มอบดอกกุหลาบสีแดงเป็นกำลังใจให้นายสุรชัยด้วย

                              

                

"ชัยเกษม"บอกยังไม่เห็นเรื่องปล่อยตัว"สุรชัย"

                

                 เมื่อเวลา 14.45 น. นายชัยเกษม นิติสิริ รมว.ยุติธรรม กล่าวถึงกระแสข่าว นายสุรชัย ด่านวัฒนานุสรณ์ (สุรชัย แซ่ด่าน) ผู้ต้องหาในคดี มาตรา 112 ได้รับพระราชทานอภัยโทษว่า ตนยังไม่ได้ยินเรื่องดังกล่าว แต่เบื้องต้นในยุคที่ตนเข้ามารับตำแหน่งรมว.ยุติธรรมยังไม่มีการเสนอขอพระราชทานอภัยโทษ รวมทั้งไม่ทราบว่า ยุคก่อนหน้านี้จะมีการดำเนินการไว้ก่อนหรือไม่ แต่โดยหลักการแล้วเรื่องนี้จะมีหรือไม่ก็แล้วแต่ สิ่งสำคัญไม่ควรจะนำมาพูดก่อน อย่างไรก็ตาม ยืนยันว่าเวลานี้ยังไม่เห็นเรื่อง เพราะหากมีจะต้องผ่าน รมว.ยุติธรรม เป็นไปไม่ได้ที่รมว.ยุติธรรม จะไม่ทราบ ทั้งนี้ สำหรับเรื่องขอพระราชทานอภัยโทษถือเป็นเรื่องของแต่ละบุคคลที่จะขอขึ้นมา เพราะปัญหาของแต่ละคนไม่เหมือนกัน บางคนอาจขอพักโทษ ลดโทษ และอภัยโทษ

                 ทั้งนี้ นายชัยเกษม แถลงข่าวการจัดงานเสวนาระดับนานาชาติ หัวข้อ “The Bangkok Dialogue on the Rule of Law” (เดอะแบงค์คอก ดีเวลลอป ออน เดอะ รูล ออฟ ลอ) ว่า งานเสวนาดังกล่าวเกี่ยวกับหลักนิติธรรม ที่มีความสำคัญระดับนานาชาติครั้งแรก ที่สถาบันเพื่อการยุติธรรมของประเทศไทยจะจัดขึ้นในวันที่ 15 พ.ย.56 ที่โรงแรมสยาม เคมปินสกี้ กรุงเทพฯ โดยงานเสวนาครั้งนี้ มีกระทรวงยุติธรรมและกระทรวงการต่างประเทศ เป็นหน่วยงานหลักที่รับผิดชอบ มีวัตถุประสงค์เพื่อแลกเปลี่ยนความคิดเห็นระหว่างผู้นำประเทศ และผู้เชี่ยวชาญระดับโลก ว่าด้วยหลักนิติธรรม ความยุติธรรม และความมั่นคง เพื่อนำไปสู่การพัฒนาที่ยั่งยืน แก้ไขปัญหาความยากจน และมุ่งสู่การเป็นสังคมที่สงบสุข อีกทั้งได้มุ่งเน้นการกระตุ้นให้กรอบความร่วมมือระดับนานาชาติ หันมาให้ความสำคัญในเรื่องหลักนิติธรรม ซึ่งจะส่งผลต่อการกำหนดวาระการพัฒนาของสหประชาชาติภายหลัง ค.ศ.2015

                 นายชัยเกษม กล่าวต่อว่า สำหรับงานเสวนาดังกล่าวจะมีผู้นำประเทศและผู้เชี่ยวชาญระดับโลกเข้าร่วม อาทิ พระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าพัชรกิติยาภา น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม นายเอลเล็น จอห์นสัน เซอร์ลีฟ ประธานาธิบดีสาธารณรัฐไลบีเรีย นายโฮเซ่ ราโมส ฮอร์ตา อดีตประธานาธิบดีสาธารณรัฐติมอร์-เลสเต นายยูริ เฟโดทอฟ ผู้อำนวยการบริหารสำนักงานว่าด้วยยาเสพติด และอาชญากรรมแห่งสหประชาชาติ และนายกาเร็ธ อีแวนส์ อดีตรัฐมนตรีว่การกระทรวงต่างประเทศ เครือรัฐออสเตรเลีย

                 นายกิตติพงษ์ กิตยารักษ์ ปลัดกระทรวงยุติธรรม และกรรมการสถาบันเพื่อการยุติธรรมแห่งประเทศไทย กล่าวว่า การจัดกิจกรรมครั้งนี้เป็นส่วนหนึ่งของบทบาทนำของประเทศไทยในเวทีสหประชาชาติ โดยเริ่มจากบทบาทนำของพระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าพัชรกิติยาภา ที่ทรงเป็น เอกอัครราชทูต ผู้แทนถาวรแห่งประเทศไทยประจำสหประชาชาติ ณ กรุงเวียนนา โดยทรงริเริ่มที่จะขับเคลื่อน เนื่องจากเป็นช่วงเวลาสำคัญที่ปี 2015 จะครบวาระของสหประชาชาติ อย่างไรก็ตาม เราจะทำให้เวทีดังกล่าวเป็นเวทีที่มีความต่อเนื่อง เพราะในปีหน้าจะมีการพิจารณาเรื่องดังกล่าวในสมัชชาใหญ่สหประชาชาติ และการที่ไทยสามารถจัดการประชุมก็จะทำให้เราสามารถนำผลสรุปของการประชุมไปเสนอในนามของรัฐบาลไทย ในที่ประชุมสหประชาชาติในปีต่อ ๆ ไป เพื่อยกระดับภาพลักษณ์ของประเทศไทยต่อไป