ข่าว

'พท.'หวัง'40ส.ว.-ปชป.'ตาสว่าง!

'พท.'หวัง'40ส.ว.-ปชป.'ตาสว่าง!

04 ต.ค. 2556

'พท.' ขอบคุณศาลรธน. มติเอกฉันท์ พ.ร.บ.งบฯ 57 ไม่ขัดรธน. ติง 40 ส.ว.-ปชป. ตาสว่าง ทบทวนบทบาทตัวเอง มองประโยชน์บ้านเมือง

 

                           4 ต.ค. 56  นายพร้อมพงศ์ นพฤทธิ์ โฆษกพรรคเพื่อไทย กล่าวถึงกรณีที่ศาลรัฐธรรมนูญมีมติเอกฉันท์ 8 ต่อ 0 เสียง ว่า ร่างพ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปี 2557 ไม่ขัดรัฐธรรมนูญ มาตรา 168 ว่า ตนขอขอบคุณศาลรัฐธรรมนูญที่พิจารณาเรื่องนี้ด้วยความรวดเร็ว เพราะถือเป็นประโยชน์กับประชาชนทั้งประเทศ ซึ่งคำวินิจฉัยของศาลที่ออกมา ตนเชื่อว่าคนไทยคงโล่งใจ เพราะหากร่างพ.ร.บ.งบฯ 57 สะดุดไป ก็อาจจะกระทบต่อความเชื่อมั่นของประเทศได้ แต่พรรคประชาธิปัตย์และกลุ่ม 40 ส.ว.ก็ยังเอาเรื่องนี้มาเป็นเกมการเมือง เรื่องนี้ยิ่งล่าช้า ก็ยิ่งส่งผลกระทบกับประชาชนและการพัฒนาประเทศ ดังนั้น อยากให้พรรคประชาธิปัตย์และกลุ่ม 40 ส.ว.ทบทวนพฤติกรรมตัวเองด้วย อย่าเอาประโยชน์ของประเทศชาติมาเล่นเกมการเมือง เพียงเพื่อหวังให้กระทบกับรัฐบาล ทำหน้าที่ฝ่ายค้านแบบสะเปะสะปะ ไม่สร้างสรรค์ไปวันๆ เอะอะอะไรก็นำเรื่องไปร้องกับองค์กรอิสระ ต้องค้านอย่างมีเหตุผลบ้าง

                           "ขอติงไปยังฝ่ายค้าน และกลุ่ม 40 ส.ว.ที่ยื่นเรื่องต่อศาลรัฐธรรมนูญ ว่า ทุกคนเห็นถึงความจำเป็นที่ทุกกระทรวงต้องนำงบประมาณไปใช้เพื่อพัฒนาประเทศ และมติที่ออกมาเป็นเอกฉันท์ครั้งนี้ ตนหวังว่าจะทำให้พรรคประชาธิปัตย์และกลุ่ม 40 ส.ว.ตาสว่างขึ้นมาได้บ้าง ว่าไม่ควรค้านสะเปะสะปะไปเรื่อยโดยไม่มองถึงประโยชน์ของบ้านเมือง"

 

 

'สุรนันทน์' ยันเดินหน้าทูลเกล้าฯ พ.ร.บ.งบฯ 57 ย้ำโปร่งใสตรวจสอบได้

 

                           นายสุรนันทน์ เวชชาชีวะ เลขาธิการนายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ กรณีศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยร่าง พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปี 57 ว่า ขอขอบคุณตุลาการศาลรัฐธรรมนูญที่ได้วินิจฉัย ในส่วนของรัฐบาลยึดมั่นมาโดยตลอดว่า กระบวนการต่างๆ ถูกต้องตามบทบัญญัติรัฐธรรมนูญ ตาม พ.ร.บ.งบประมาณปี 02 การจัดทำงบประมาณทุกอย่างมีเงื่อนไขและข้อจำกัด ซึ่งทุกคนก็ทราบดี ไม่ว่าจะเป็นหน่วยราชการ หรือองค์กรอิสระ ซึ่งทำเช่นเดียวกันนี้มานานแล้ว ยืนยันกระบวนการของคณะกรรมาธิการมีความโปร่งใส ตรวจสอบได้

                           "ผู้ที่อาจจะมีความรู้สึกว่า ถูกตัดลดงบประมาณปี 57 ก็มีโอกาสในการแปรญัตติ ชี้แจงเพื่อทำให้เกิดความเข้าใจ เราดีใจในแง่ที่ว่า งบประมาณเป็นกลไกสำคัญที่จะขับเคลื่อนเศรษฐกิจ ซึ่งมีความผันผวนในตลาดโลก รัฐบาลเองมีความจำเป็นที่จะต้องใช้งบประมาณเป็นตัวขับเคลื่อนเศรษฐกิจ ขณะนี้เมื่อศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยออกมา เราก็สามารถเดินหน้าต่อกับโครงการต่างๆ ได้ โดยเฉพาะงบลงทุนในหลายเรื่อง รวมถึงงบสวัสดิการก็จะไม่สะดุด"

                           ทั้งนี้เลขาธิการนายกฯ ยังได้อธิบายว่า ในประเทศไทยมีความแตกต่างกับในสหรัฐ เพราะกฎหมายของประเทศไทยมีความคล่องตัวสูงกว่า เมื่อมีกระบวนการร้องเรียนหรือทำให้งบต้องล่าช้า ก็มีบทบัญญัติที่ให้ใช้งบประมาณไปพลางๆ ก่อน จึงทำให้องค์กรของรัฐไม่ต้องหยุดทำงานเหมือนกับในสหรัฐฯ

                           "แม้การลงทุนจะล่าช้าไปบ้าง แต่เมื่อศาลรัฐธรรมนูญได้วินิจฉัยด้วยความรวดเร็วก็ถือเป็นสิ่งที่ดี เพราะทำให้กระบวนการไม่สะดุดไปมาก"

                           เลขาธิการนายกฯ กล่าวอีกว่า อย่างไรก็ตามภายหลังศาลได้มีการวินิจฉัย ขั้นตอนต่อไปรัฐบาลก็จะนำร่าง พ.ร.บ. งบประมาณปี 57 ขึ้นทูลเกล้าฯ ซึ่งขณะนี้ตนกำลังปรึกษากับนายอําพน กิตติอําพน เลขาธิการคณะรัฐมนตรี (ครม.) ว่าจะสามารถนำเรื่องดังกล่าวขึ้นทูลเกล้าฯ ได้เมื่อใด

                           นายสุรนันทน์ ยังกล่าวถึงร่างรัฐธรรมนูญแก้ไขเพิ่มเติมประเด็นที่มา ส.ว.ว่า เรื่องดังกล่าวอยู่ที่ เลขาครม.ซึ่งเท่าที่ทราบก็กำลังประสานงานกับสำนักพระราชวังเพื่อนำทูลเกล้าฯ ต่อไปก็เป็นหน้าที่ของสำนักพระราชวังต้องนำทูลเกล้าฯ ซึ่งกระบวนการต่างๆ ต้องมีขั้นตอน

                           เมื่อถามว่าจะรอก่อนหรือไม่ เพราะศาลรัฐธรรมนูญยังไม่วินิจฉัยในกรณีนี้ นายสุรนันทน์ กล่าวว่า ในส่วนของเราหมดในขั้นตอนของนายกฯ แล้ว เพราะนายกฯ ได้ลงนามแล้ว ในการให้หยุดไว้ก่อนไม่มีบทบัญญัติในรัฐธรรมนูญ และตนจะมีการปรึกษาเพื่อติดตามความคืบหน้า แต่การปรึกษาไม่เกี่ยวข้องกับกระบวนการที่จะทำให้ขั้นตอนสะดุดแต่อย่างใด

 

 

ยันไม่มีปรับ ครม.แค่ข่าวลือ 

 

                           นายสุรนันทน์ กล่าวถึงกระแสข่าวการปรับ ครม.ในช่วงนี้ว่า วันนี้ทุกคนทำงาน เท่าที่ได้พูดคุยกับรัฐมนตรีหลายท่านก็เห็นว่า ทุกคนยังมุ่งมั่นทำงาน ไม่มีใครหวั่นไหวอะไร ข่าวก็เป็นข่าว บางทีก็เป็นข่าวลือข่าวลวงต่างๆ แต่ไม่ว่ากันเพราะในสังคมที่มีข้อมูลข่าวสาร ความเห็นแตกต่าง หรือมีวาระเพื่อต้องการปล่อยข่าวย่อมมีอยู่แล้ว เราอย่าเพิ่งไปใส่ใจ เพราะคนที่จะปรับ ครม.ได้ก็คือ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม

                           "วันนี้นายกฯ ยังคงทำงานและสั่งงานกับบรรดาผู้ที่มีชื่อในกระแสข่าวและไม่มีชื่อในกระแสข่าวการปรับ ครม.ดังนั้นก็อย่าเพิ่งไปห่วง เพราะทุกคนพิสูจน์ด้วยผลงาน การทำงานกับนายกฯ ที่ชื่อยิ่งลักษณ์ ต้องใช้ผลงานเป็นตัวพิสูจน์ โดยนายกฯ จะเป็นผู้ประเมิน ยืนยันว่ายังไม่มีอะไร คนที่ปฏิบัติงานก็ยังคงปฏิบัติงานอยู่เช่นเดิม"

                           เมื่อผู้สื่อข่าวถามว่ามีรายงานข่าวว่าในวันที่ 10 ตุลาคมนี้ การปรับ ครม.ต้องเรียบร้อย นายสุรนันทน์ กล่าวว่า นายกฯ ต้องเดินทางไปต่างประเทศตั้งแต่วันที่ 6 ยังไม่กลับจนวันที่ 11 ก็ไม่แน่ใจว่าจะปรับ ครม.ได้อย่างไรในระหว่างที่อยู่ต่างประเทศ ข่าวลือก็คือข่าวลือ

                           "วันนี้นายกฯ เตรียมตัวที่จะไปประชุมเอเปค ประชุมอาเซียน และกลับมาก็จะต้องต้อนรับนายกฯจีน ดังนั้นวันนี้นายกฯ มีสมาธิอยู่กับการทำงาน และดูแลผลประโยชน์ของประเทศ"

                           ส่วนที่ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯได้โพสต์เฟซบุ๊กว่า คนไทยมีปัญหาเรื่องทีมเวิร์คนั้น นายสุรนันทน์ กล่าวว่า เท่าที่อ่าน คิดว่า พ.ต.ท.ทักษิณ พูดถึงว่าถ้าประเทศไทยสามัคคีกันก็จะดี       

                           "ผมเห็นด้วยเพราะถ้าหากพวกเราสามัคคีกัน ทำงานเป็นทีม ทุกคนทำงานตามบทบาทของตัวเอง ประเทศจะเจริญก้าวหน้ามากกว่านี้ ถือเป็นอุทาหรณ์และข้อสังเกตที่ดีของ พ.ต.ท.ทักษิณ ที่ได้มอบให้สาธารณชน"

 

 

'วรชัย' ซัด 'ปชป.' เตะถ่วงร่างพ.ร.บ.นิรโทษกรรม

 

                           นายวรชัย เหมะ ส.ส.สมุทรปราการ พรรคเพื่อไทย ในฐานะกรรมาธิการพิจารณาร่างพ.ร.บ.นิรโทษกรรม กล่าวว่า การประชุมคณะกรรมาธิการร่างพ.ร.บ.นิรโทษกรรม ขณะนี้ผ่านมา 7 ครั้งแล้ว แต่ยังไม่คืบหน้าไปไหน ยังไม่เข้าสู่เนื้อหาของร่างพ.ร.บ.แต่อย่างใด เนื่องจากกรรมาธิการฯ ในซีกของฝ่ายค้านเตะถ่วง ตีรวน ไม่ให้เดินหน้า วนเวียนอยู่กับการตั้งข้อสงสัย ว่าจะเป็นการนิรโทษกรรมให้ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯ รวมทั้งเครือข่ายคนเสื้อแดงหรือไม่ ดังนั้นต้องชี้แจงประชาชนให้เข้าใจว่า อาจจะล่าช้า หรือเสร็จไม่ทันสมัยประชุมนี้ อย่างไรก็ตาม นายสามารถ แก้วมีชัย ส.ส.เชียงราย พรรคเพื่อไทย ในฐานะประธานกรรมาธิการฯ จะต้องรวบรัดให้เข้าประเด็น หรือขีดวงตีกรอบเวลา เพื่อไม่ให้พูดกันเรื่อยเปื่อย