ข่าว

'ศศิน'ตอบรับถกปมเขื่อนแม่วงก์

'ศศิน'ตอบรับถกปมเขื่อนแม่วงก์

04 ต.ค. 2556

'ศศิน' ตอบรับร่วมถกเขื่อนแม่วงก์ รอประสานวัน-เวลา ขณะที่ 'เลขาสบอช.' เชื่อผ่านการพิจารณาอีเอชไอเอ

 

                           4 ต.ค. 56  นายสุพจน์ โตวิจักษณ์ชัยกุล เลขาธิการสำนักงานนโยบายและบริหารจัดการน้ำและอุทกภัยแห่งชาติ (สบอช.) เปิดเผยว่า ตนได้เชิญนายศศิน เฉลิมลาภ เลขาธิการมูลนิธิสืบ นาคะเสถียร มาร่วมแลกเปลี่ยนความคิดเห็นเกี่ยวกับกรณีเขื่อนแม่วงก์ด้วยตัวเองแล้ว ซึ่งนายศศิน ตอบรับว่าจะมาร่วมพูดคุยด้วย ส่วนจะเป็นวันและเวลาใดนั้น อยู่ระหว่างการประสานงาน

 

 

เชื่อผ่านการพิจารณาอีเอชไอเอ

 

                          นายสุพจน์ กล่าวถึงการศึกษาการมีส่วนร่วมของประชาชนและกระบวนการจัดทำรายงานการวิเคราะห์ผลกระทบสิ่งแวดล้อมสำหรับโครงการหรือกิจการที่อาจให้ก่อผลกระทบต่อชุมชุนอย่างรุนแรง ทั้งทางด้านคุณภาพสิ่งแวดล้อม ทรัพยากรธรรมชาติ และสุขภาพ (อีเอชไอเอ) กรณีโครงการเขื่อนแม่วงก์ จ.นครสวรรค์ ว่า คณะรัฐมนตรี (ครม.) มีมติเห็นชอบในหลักการให้กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ดำเนินโครงการก่อสร้างเขื่อนแม่วงก์ และมอบหมายให้คณะกรรมการนโยบายและบริหารจัดการน้ำและอุทกภัยแห่งชาติ (กบอ.) กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม รับไปดำเนินการตามขั้นตอนต่อไป ซึ่งขณะนี้ขั้นตอนของการสร้างเขื่อนแม่วงก์ยังอยู่ระหว่างการพิจารณารายงานผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อม และสุขภาพ (อีเอชไอเอ) จากสำนักนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (สผ.) ซึ่งหากรายงานดังกล่าวไม่ผ่าน ก็ไม่ต้องสร้างเขื่อนแม่วงก์ และไม่ได้หมายความว่า รายงานดังกล่าวไม่สมบูรณ์แต่กระบวนการขณะนี้ยังไม่แล้วเสร็จ รายงานดังกล่าวอาจจะต้องได้รับการแก้ไขอีกครั้ง และหากสผ.พิจารณาแล้วรายงานดังกล่าวไม่ผ่าน และเห็นว่าโครงการสร้างเขื่อนแม่วงก์ไม่มีความเหมาะสมก็อาจจะไม่มีการสร้างเขื่อนแม่วงก์ก็ได้ และคงใช้เครื่องมืออื่นแทน

                           ยืนยันว่ารัฐบาลไม่มีความต้องการสร้างเขื่อนแต่อยากแก้ไขปัญหาน้ำท่วมและน้ำแล้ง และเขื่อนก็เป็นเพียงเครื่องมือหนึ่งเท่านั้น ไม่ใช่ว่าการสร้างเขื่อนจะแก้ไขปัญหาได้ทั้งหมด แต่เป็นทางเลือกหนึ่งที่จะสามารถแก้ไขปัญหาได้อย่างมีประสิทธิภาพมากที่สุด ส่วนการเลือกพื้นที่เขาสกกก มากกว่าการเลือกพื้นที่เขาชนกันทั้งที่พื้นที่เขาชนกันสามารถลองรับปริมาณน้ำได้มากกว่านั้น เพราะการสร้างเขื่อนที่เขาชนกันจะกระทบต่อประชาชนถึง 2 พันครัวเรือน แต่ในพื้นที่เขาสกกก มีประชาชนที่ต้องย้ายออกจากพื้นที่เพียง 30 ครัวเรือนเท่านั้น

                           นายสุพจน์ กล่าวต่อว่า จากการวิเคราะห์ทางวิชาการ การสร้างเขื่อนแม่วงก์จะสามารถแก้ปัญหาน้ำท่วมได้โดยจะสามารถตัดยอดน้ำจาก 1042 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที เหลือ 490 ต่อลูกบาศก์เมตรและจะสามารถแก้ไขปัญหาน้ำแล้งได้อีกด้วย ขณะที่ผลกระทบต่างๆ จากการสร้างเขื่อนแม่วงก์ ก็ได้มีการศึกษาไว้แล้ว เช่น พื้นที่ป่า 12,300 ไร่ ซึ่งคิดเป็น 2.2 เปอร์เซ็นต์ของลุ่มน้ำทั้งหมดก็จะมีการปลูกป่าชดเชย เป็น 3 เท่าของพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบ คิดเป็น 36,000 ไร่ ส่วนอาคารต่างๆ ในพื้นที่ เช่น ที่ทำการหน่วยพิทักษ์อุทยาน ก็จะมีการเปลี่ยนพื้นที่และจะมีการแก้ไขชดเชยที่ดินและทรัพย์สินจำนวน 15,742 ไร่ ยืนยันว่า มีการศึกษาก่อนการก่อสร้างในทุกมิติ ด้วยหลักการและเหตุผลอย่างชัดเจนและส่วนตัวเชื่อว่ารายงานดังกล่าวจะสามารถผ่านการพิจารณาของสผ.