ข่าว

'ยธ.'ใช้กุญแจมืออิเล็กทรอนิกส์พ.ย.นี้

'ยธ.'ใช้กุญแจมืออิเล็กทรอนิกส์พ.ย.นี้

04 ต.ค. 2556

'ยธ.' นำร่องใช้กุญแจข้อมืออิเล็กทรอนิกส์ พ.ย.นี้ พร้อมนำร่องโครงการลดความแออัดในเรือนจำ ด้วยการคุมประพฤติเข้มข้น

 

                           4 ต.ค. 56  น.ส.รื่นวดี สุวรรณมงคล อธิบดีกรมคุมประพฤติ กล่าวถึงแนวทางการทำงานด้านคุมประพฤติในปีงบประมาณ 2557 ว่า กรมคุมประพฤติเตรียมปรับการทำงานให้มีการนำอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์มาใช้แทนการคุมขัง ซึ่งคาดว่าในช่วงเดือน พ.ย.นี้ กรมคุมประพฤติจะได้รับการส่งมอบอุปกรณ์พร้อมสาธิตการใช้งานเป็นครั้งแรก และเช่าใช้พื้นที่อาคารศูนย์ราชการฯ สร้างเป็นห้องควบคุมระบบ ล่าสุดกรมคุมประพฤติยังได้หารือเพื่อนำมาตรการลงโทษระดับกลางมาใช้ เพื่อแก้ปัญหานักโทษล้นคุก เช่น การบังคับให้รายงานตัวถี่ขึ้น งานบริการสังคมที่เพิ่มชั่วโมงมากขึ้น อย่างไรก็ตาม จะมีการหารือกับศาลเพื่อปรับรูปแบบงานคุมประพฤติให้ครอบคลุมยิ่งขึ้น โดยเฉพาะคดีที่มีโทษจำคุก แต่ศาลสั่งรอการลงอาญาไม่เกิน 3 ปี ศาลสามารถมีคำสั่งคุมประพฤติแทนการคุมขังได้ หรือสั่งคุมประพฤติเพิ่มเติมในระหว่างการรอลงอาญา หรือการนำมาตรการลงโทษระดับกลางเข้ามาสั่งทำงานบริการสังคมที่หลากหลาย โดยจะเสนอให้เพิ่มชั่วโมงการทำงานบริการสังคมจากเดิม 12-24 ชั่วโมง เป็น 100 ชั่วโมง

                           "ในอนาคตหากสังคมมั่นใจว่ามีความปลอดภัยจากคดีอาญาประเภทลักเล็กขโมยน้อย ที่มีการคุมประพฤติอย่างเข้มข้น กรมคุมประพฤติจะหารือให้ขยับกำหนดโทษที่สามารถมีคำสั่งคุมประพฤติได้กับคดีอาญาที่มีโทษจำคุกไม่เกิน 5 ปี เพื่อลดจำนวนผู้กระทำผิดที่ต้องถูกส่งคุมขังในเรือนจำ ทั้งนี้ การสั่งคุมประพฤติหรือไม่ ศาลจะใช้ดุลยพินิจแยกแยะว่าผู้กระทำผิดรายใด หากให้โอกาสคุมประพฤติจะมีโอกาสกลับตัวมากกว่าถูกส่งตัวเข้าเรือนจำ"

                           อธิบดีกรมคุมประพฤติ กล่าวต่อว่า จากการสำรวจกลุ่มผู้กระทำผิดที่ศาลให้โอกาสคุมประพฤติ จะมีความสำนึกในสิ่งที่กระทำผิดมากกว่า และกระทำผิดน้อยลงกว่าผู้ที่ผ่านการลงโทษไปอยู่ในเรือนจำ โดยอัตรากระทำผิดซ้ำเพียงร้อยละ 20 เท่านั้น ขณะที่สถิติการทำผิดซ้ำในคดีเมาแล้วขับถูกจับคุมประพฤติ พบว่ามีการกระทำผิดซ้ำเพียงร้อยละ 1 เท่านั้น ปัจจุบันมีผู้กระทำผิดที่อยู่ในการดูแลของกรมคุมประพฤติกว่า 100,000 คน นอกจากนี้ กรมคุมประพฤติยังจะรับมอบสถานที่ควบคุมตัวผู้เข้ารับการตรวจพิสูจน์ภายนอกเรือนจำมาบริหารจัดการเอง เบื้องต้นกรมราชทัณฑ์จะมอบสถานที่ควบคุมตัวผู้เข้ารับการตรวจพิสูจน์ที่อยู่ในเรือนจำและทัณฑสถานทั่วประเทศ 22 แห่ง พร้อมอัตรากำลังและงบประมาณ ซึ่งจะเริ่มส่งมอบชุดแรกจำนวน 12 แห่ง และดำเนินการต่อเนื่องอีก 10 แห่ง ในปี 2558 ทั้งนี้เพื่อดูแลผู้เข้ารับการตรวจพิสูจน์สารเสพติด 60,000 รายต่อปี