
รายงาน-สัปดาห์ แบ่งเค้ก
ต้องบอกว่าในรอบสัปดาห์นี้เป็นช่วงฮอตที่สุดก็ว่าได้ เพราะเกมการเมืองกลับเข้าสู่สภาอีกครั้ง ในศึกซักฟอกแบ่งเค้ก พ.ร.ก.และ พ.ร.บ.เงินกู้ รวมวงเงินกว่า 8 แสนล้านบาท และงบประมาณรายจ่ายประจำปี 2553 วงเงิน 1.7 ล้านล้านบาท
ที่พรรคฝ่ายค้านและฝากสภาสูง ออกมาเปิดประเด็นเผาหัวเชื้อมาก่อนหน้านี้นานหลายสัปดาห์ ถึงขนาดออกมาขู่วอล์กเอาท์ทันที หากไม่มีการถ่ายทอดสดศึกพ่นน้ำลายครั้งนี้ จน ชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร ต้องเปิดไฟเขียว ติดต่อ เอ็นบีที เพื่อถ่ายทอดสดเปิดโอกาส ส.ส.จ้อผ่านสภา
งานนี้จึงต้องจับตาเกมของฝ่ายค้านและรัฐบาล ที่ต่างงัดออกมาชิงความได้เปรียบเชิงการเมือง โดยระฆังยกแรกเริ่มขึ้นด้วยการพิจารณา พ.ร.ก. และ พ.ร.บ.ให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงินสองฉบับ วงเงิน 8 แสนล้าน
ที่จะเริ่มขึ้นอย่างเป็นทางการในเช้าวันที่ 15 มิถุนายน ซึ่งอาจจะมีการลากยาวไปจนถึงวันที่ 16 มิถุนายนนี้ โดยเบื้องต้นทั้งวิปฝ่ายค้านและรัฐบาลได้ตกลงเวลากันเรียบร้อยแล้วว่าศึกครั้งนี้น่าจะกินเวลา 2 วัน
จากนั้นในระหว่างวันที่ 17-18 มิถุนายน จะเป็นพิจารณาร่าง พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปี 2553 ดังนั้นศึกทั้งสองนัดนี้ จึงทำให้การเมืองในสภาร้อนแรงขึ้นมาทันที
นั่นเพราะฝ่ายค้านได้ระดมทีมงานฝีปากกล้าไว้ร่วม 20 ชีวิตออกมาชำแหละความไม่ชอบมาพากลในการออก พ.ร.ก.และ พ.ร.บ.เงินกู้ครั้งนี้
โดยเฉพาะข้อมูลเด็ดของ "สุรพงษ์ โตวิจักษณ์ชัยกุล" ส.ส.เชียงใหม่ พรรคเพื่อไทย ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการการเงิน การธนาคารและสถาบันการเงิน ที่ออกมาระบุว่างบลงทุนของรัฐบาลทั้งหมด เอาไปซุกไว้ที่ พ.ร.ก. และพ.ร.บ. เงินกู้ ร่วมเป็นเงิน 8 แสนล้านบาท
จนเกิดศึกแบ่งเค้กกันภายในพรรคร่วมรัฐบาล และนำไปสู่ความร้าวฉานใน ครม. ซึ่งว่ากันว่า ฝ่ายค้านเตรียมเป็นฝ่ายเสี้ยม นำข้อมูลมากระทุ้งรอยร้าวที่เกิดขึ้นในพรรคร่วมให้เกิดความแตกแยกมากขึ้น เพื่อทำให้เกิดความไม่ไว้เนื้อเชื่อใจกันในพรรคร่วม
โดยมีการวางตัวขุนพลหลักในศึกครั้งนี้นำโดย "ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง" ส.ส.สัดส่วนและประธานส.ส.พรรคเพื่อไทย ที่จะออกมาชำแหละในเรื่องการเมือง และกลิ่นคาวๆ ในพรรคร่วมรัฐบาล ซึ่งเพื่อไทยออกมาจั่วหัวว่ามีข้อมูลเด็ดใครได้ฟังต้องซี้ดปาก ชนิดมันหยดติ๋งๆ เหมือนกับศึกอภิปรายไม่ไว้วางใจครั้งที่ผ่านมา
นอกจากนี้ยังวางตัว "มิ่งขวัญ แสงสุวรรณ์" ส.ส.สัดส่วนประธานคณะทำงานเศรษฐกิจ และอดีตรมว.พาณิชย์ พรรคเพื่อไทย ออกมาชำแหละนโยบายเศรษฐกิจของรัฐบาลในภาพรวม โดยเฉพาะการลงทุน การส่งออก ที่เป็นต้นเหตุให้เศรษฐกิจไทยฟุบหนัก รวมถึงความล้มเหลวมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ
งานนี้จึงต้องจับตาว่าฝ่ายค้านจะทำได้จริงสมกับราคาคุยหรือไม่ ในการตีแผ่ข้อมูลที่เป็นประโยชน์ต่อประชาชนอย่างแท้จริง ตามที่ได้มีการอ้างขอถ่ายทอดสดผ่านทีวี
ฟากรัฐบาลเองก็เตรียมตัวพร้อมชี้แจงอย่างเต็มที่ถึงขนาด "อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ" นายกรัฐมนตรี เรียกประชุมครม.นัดพิเศษในช่วงเช้าของวันที่ 15 มิถุนานยนี้ ก่อนประชุมร่วมสภา
ขณะที่พรรคประชาธิปัตย์ แกนนำรัฐบาลได้จัดทัพ เตรียมขุนพล รับศึกอภิปรายเที่ยวนี้แบบเต็มสตรีมร่วม 65 คน
ทั้งนี้ "ชินวรณ์ บุณยเกียรติ" วิปรัฐบาล บอกว่าได้จัดขุนพลไว้เตรียมอภิปราย พ.ร.ก. และ พ.ร.บ. กู้เงิน ถึง 25 คน ส่วนร่าง พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่าย 2553 จำนวน 40 คน พร้อมทั้งมอบหมายให้ขุนพลฝีปากกล้านำโดย "ไตรรงค์ สุวรรณคีรี" ส.ส.สัดส่วน และ "อาคม เอ่งฉ้วน" ส.ส.กระบี่ จัดทีม
โดยผู้ที่จะชี้แจงหลัก ในส่วน พ.ร.ก.และ ร่างพ.ร.บ.เงินกู้ นำทีมโดย "กอร์ปศักดิ์ สภาวสุ" รองนายกรัฐมนตรี แท็กทีมกับ "กรณ์ จาติกวณิช" รมว.คลัง
ส่วนผู้ที่จะชี้แจงหลัก ร่างพ.ร.บ.งบประมาณรายจ่าย 2553 นำทีมโดย "กรณ์" ตามด้วยรัฐมนตรีกระทรวงต่างๆ ต่อด้วย ส.ส.พรรคประชาธิปัตย์ นำทีมโดย "พิเชษฐ พันธุ์วิชาติกุล" ส.ส.กระบี่ โดยทั้งหมดจะทำหน้าที่เน้นย้ำ ชี้ถึงจุดอ่อน-จุดแข็งรวมทั้งความจำเป็นในการตรา พ.ร.ก.และ พ.ร.บ.เงินกู้ รวมถึงการตั้งงบประมาณขาดดุลในงบประมาณ 2553
ส่วนงบประมาณปี 53 ที่ต้องจับตาเป็นพิเศษคือ ยุทธศาสตร์ในการใช้งบประมาณใน 9 ด้านประกอบด้วย
ทั้งหมดนี้ ว่ากันว่าพรรคประชาธิปัตย์ คว้างบประมาณสูงสุดถึง 3.4 แสนล้านบาท ผ่านกระทรวงศึกษาฯ สูงสุด ตามด้วยกระทรวงการคลัง และงบกลาง ร่วม 2 แสนล้าน ขณะที่กลุ่มเพื่อนเนวิน คว้างบกระทรวงมหาดไทย 1.8 แสนล้าน คมนาคม 5.1 หมื่นล้าน รวมไปถึงงบหาเสียงผ่านโครงการถนนไร้ฝุ่นอีกหลายพันล้านบาท ที่ซุกใน พ.ร.ก.เงินกู้
จึงต้องห้ามกะพริบตาเป็นอันขาดกับศึกเงินๆ ทองๆ ครั้งนี้
ปิดท้ายสุดสัปดาห์ 21 มิถุนายนี้ อย่าลืมพลาดลุ้นระทึกกับการเลือกตั้งซ่อม ส.ส.สกลนคร เขต 3 ศึกวัดรอยเท้าระหว่าง "เนวิน" กับ "นายใหญ่" ที่เดิมพันถึงอนาคตทางการเมืองของพรรคภูมิใจไทยว่าจะอยู่หรือไป
แต่ที่ได้กันแน่ๆ แบบถ้วนหน้าคือเค้กก้อนโต ที่รอผ่านสภาตลอดช่วงสัปดาห์นี้
บัญชา แข็งขัน



