ข่าว

'ขุดถนน'...รู้นะทำอะไรอยู่

'ขุดถนน'...รู้นะทำอะไรอยู่

04 ต.ค. 2556

หลุมพรางแห่งความตาย!! 'ขุดถนน'...รู้นะทำอะไรอยู่ : พันธรัตน์ รัตนพันธ์/สุพิชฌาย์ รัตนะรายงาน

                 เกือบทศวรรษแล้วที่ไฟใต้คุโคน จนยากจะเห็นลำแสงปลายอุโมงค์

                 สารพัดรูปแบบ หลากยุทธวิธีของกลุ่มผู้ก่อความไม่สงบ ต่างงัดมารุกคืบฝ่ายเจ้าหน้าที่รัฐ และประชาชนผู้บริสุทธิ์ จนทำให้เกิดความสูญเสียทั้งชีวิตและทรัพย์สินชนิดนับไม่ถ้วน

                 เมื่อโฟกัสไปยังยุทธวิธีของกลุ่มผู้ก่อความไม่สงบในพื้นที่ชายแดนใต้ช่วงที่ผ่านมา พบว่า ส่วนใหญ่มักจะใช้วิธีลอบวางระเบิด "เป้าหมาย" บนถนนสายต่างๆ เป็นหลัก

                 หนักบ้างเบาบ้างคละกันไป แต่ผลลัพธ์รุนแรงกว่า

                 ล่าสุดเมื่อไม่กี่วันก่อน กลุ่มคนร้ายลอบจุดชนวนระเบิดที่ฝังไว้เป็นช่วงๆ นับสิบลูก ริมถนนสายตะโล๊ะหะลอ บ้านบลูกาสนอ ต.ตะปอเยาะ อ.ยี่งอ จ.นราธิวาส กระทั่งทำให้หน่วยเก็บกู้วัตถุระเบิดบาดเจ็บระนาว ขณะที่ทหารซึ่งสนธิกำลังเข้าช่วยเหลือต้องพลีชีพถึง 4 นาย

                 น่าสนใจว่า เหตุร้ายล่าสุดที่ จ.ยะลา เมื่อช่วงต้นเดือนตุลาคม ที่ผ่านมา ก็มีการใช้วิธีขุดเจาะถนนสายกรงปินัง-สะเอะ บ้านกาดูโด๊ะ หมู่ 3 ต.สะเอะ อ.กรงปินัง จ.ยะลา ก่อนนำระเบิดซุกถังแก๊สฝังกลบไว้บนผิวถนนเช่นกัน ทำให้ทหารชุด รปภ.ครูเสียชีวิตอีก 4 นาย

                 เหล่านี้เป็นทั้งบทเรียนที่ต้องรู้เท่าทันของฝ่ายเจ้าหน้าที่รัฐ เพื่อแก้เกมลดความสูญเสียให้น้อยที่สุด

                 อีกทั้งยังเป็นข้อกังขาว่า ไฉนจึง "สกัดจุด" เหล่านี้ไม่ได้

                 ทั้งที่ต่างฝ่ายต่าง "รู้เขา-รู้เรา" !!

                 ทีมข่าว "คม ชัด ลึก" แกะรอยปฏิบัติการขุดเจาะ "หลุมพรางแห่งความตาย" เพื่อซุกระเบิดของกลุ่มคนร้ายไว้อย่างน่าสนใจใคร่รู้

                 ปกติการขุดเจาะหลุมไว้ใต้ผิวถนนในพื้นที่ก่อนฝังกลบระเบิด พบว่าส่วนใหญ่จะขุดเจาะจากแนวไหล่ถนนลอดใต้พื้นผิวเข้าไประดับหนึ่ง มีความกว้างราว 25-30 เซนติเมตร ลึกประมาณ 2-3 เมตร

                 จากนั้นจะนำกระสอบป่าน ภายในบรรจุดินเหนียวอุดปากหลุมไว้ เพื่อกันดินถล่มไปอุดหลุมที่ขุดไว้ เมื่อเสร็จภาระกิจดังกล่าวก็จะใช้แผ่นหญ้าที่เลาะออกมาปิดทับบนหน้าดินอำพรางอีกทอด

                 ปฏิบัติการร้ายทำนองนี้ มักจะใช้ช่วงเวลากลางคืนเป็นหลัก โดยมีเครือข่ายผู้ก่อความไม่สงบที่ได้รับมอบหมายเป็นคนลงมือ

                 ที่สำคัญ "พิกัดลับ" มักจะเลือกสถานที่ค่อนข้างมืดสนิท และห่างไกลจากบ้านเรือนประชาชน

                 ในทางกลับกัน หากพื้นที่ใดเป็นจุดยุทธศาสตร์อันเหมาะเหม็ง แต่มีไฟส่องสว่าง กลุ่มปฏิบัติการก็จะดับไฟบริเวณนั้น โดยการใช้หนังสติ๊กยิงหลอดไฟ เป็นต้น

                 ข้อมูลจากหน่วยงานความมั่นคงสรุปไว้ว่า อุปกรณ์ที่ใช้ขุดเจาะ นอกจากพลั่วและเสียมแล้ว ล่าสุดยังใช้อุปกรณ์ทันสมัย ที่ชาวบ้านเรียกว่า "ปากผี" เข้ามาเป็นเครื่องทุ่นแรงด้วย

                 เนื่องเพราะนอกจากจะทำให้การใช้เวลาที่สั้นกระชับแล้ว ยังพบว่า อุปกรณ์ชิ้นนี้ ยังมีคุณลักษณ์พิเศษ คือ ใช้ขุดหลุมจากทางด้านบนลงไป ก็ยังสามารถขุดจากทางด้านข้างได้ง่ายดายเช่นกัน

                 ขณะเดียวกัน แม้คนกลุ่มนี้จะใช้เครื่องทุ่นแรงในการลงมือก็ตาม แต่ถนนบางจุดมักจะมีลักษณะแข็งและแน่นค่อนข้างมาก ดังนั้นคนร้ายจึงมักเล็งลงมือในช่วงฝนตกหนัก ทั้งกลางวันและกลางคืน

                 นอกจากนั้นหลังขุดหลุมใต้ถนนสำเร็จแล้ว ก็มักจะทิ้งสัญลักษณ์บ่งบอกให้กลุ่มที่ 2 ซึ่งทำหน้าที่ฝังกลบระเบิดได้รับรู้กันเฉพาะกลุ่ม อาทิ เน้นจุดที่เป็นต้นไม้ใหญ่ ป้ายสัญลักษณ์ต่างๆ หลักกิโลเมตร การผูกผ้า ปักกิ่งไม้ ฯลฯ

                 ทั้งนี้จุดที่เสี่ยงในการขุด "หลุมพราง" ฝังระเบิดที่ผ่านมาพบว่า มักจะเป็นถนนที่ผิวถนนขรุขระ คอสะพาน เส้นทางที่ชุดลาดตระเวนด้านยานยนต์ใช้ผ่านเป็นประจำ หรือเป็นเส้นทางบังคับและไม่สามารถใช้ความเร็วได้

                 เมื่อภารกิจดังกล่าวสัมฤทธิผล กลุ่มคนอีกกลุ่มก็จะทำหน้าที่วางระเบิดแล้วฝังกลบอย่างรวดเร็วและดูเนียน

                 สำหรับวิธีจุดระเบิดนิยมใช้หลายวิธีการ อาทิ การลากสายเข้าข้างทางรกทึบ เพราะมีความแม่นยำ แต่อาจล่อแหลมต่อการถูกตรวจพบสายไฟฟ้าและบุคคลที่จุดระเบิด โดยมักนิยมใช้กับเป้าหมายเคลื่อนที่ และเป็นวิธีที่นิยมกันมากที่สุดในช่วงที่ผ่านมา

                 ส่วนการใช้รีโมทคอนโทรลก็ถือว่ามีความแม่นยำเช่นเดียวกับการลากสาย แต่อาจมีข้อจำกัดด้วยระยะรีโมท ซึ่งอาจตรวจพบหรือได้รับอันตรายจากแรงระเบิดได้ง่ายกว่า

                 ส่วนการจุดชนวนด้วยมือถือ ก็ถือว่าเป็นอีกวิธีที่เข้าเป้า แต่ผู้จุดชนวนจะต้องเฝ้าดูและมีทีมติดตามพฤติกรรมของ "เป้าหมาย" โดยจะมีการวางตัวอยูในตำแหน่งที่ไม่ได้รับอันตรายจากแรงระเบิด สามารถมองเห็นความเคลื่อนไหวของเป้าหมาย แต่อาจจำกัดด้วยข่ายและการถูกบล็อกสัญญาณจากเจ้าหน้าที่รัฐได้ง่าย

                 ในแง่การรับมือนั้น แหล่งข่าวจากหน่วยงานความมั่นคงบอกว่า ที่ผ่านมามักจะใช้วิธีผสมผสานการลาดตระเวนเส้นทาง เน้นทั้งการเดินเท้าและรถยนต์ ปรับเปลี่ยนช่วงเวลาลาดตระเวนไม่ให้มีลักษณะประจำ เน้นย้ำให้ตรวจสอบแนวถนน 2 ข้างทาง และมีความละเอียดในการค้นหาหลุมพรางดังกล่าว เพราะบางครั้งดูด้วยสายตาอาจมองไม่ออก แต่จะใช้เหล็กแหลมทิ่มแทงไปยังจุดต้องสงสัย หากมีการขุดหลุมไว้เมื่อถูกเหล็กแหลมแทงทะลุโพลงก็จะสามารถรู้สึกได้ทันที

                 ขณะเดียวกันยังมีการใช้วิธีการวางกำลังซุ่มโป่งบริเวณที่พบหลุมระเบิด พร้อมกับใช้กล้องตรวจการณ์ในเวลากลางคืน เพื่อหวังให้ได้ตัวผู้ก่อเหตุอันจะนำไปสู่การขยายผลในที่สุด

                 สถานการณ์ที่เกิดขึ้นหน่วยงานด้านความมั่นคงในพื้นต่างล่วงรู้และทันเกม ทว่าบางครั้งความไพศาลของอาณาบริเวณ โดยเฉพาะถนนสายต่างๆ ที่มีจำนวนมาก ทั้งยังมีข้อจำกัดในแง่กำลังพลที่น้อย ก็ย่อมกลายเป็นจุดบอดและช่องว่างให้อีกฝ่ายเล่นงานอย่างไม่ลดละ

                 หากสามารถ "ชัตดาวน์" ตามแนวถนนได้ระดับหนึ่ง ความสูญเสียก็น่าจะลดทอนกว่าที่เห็นและเป็นไป !!


..............


(หมายเหตุ : หลุมพรางแห่งความตาย!! 'ขุดถนน'...รู้นะทำอะไรอยู่ : พันธรัตน์ รัตนพันธ์/สุพิชฌาย์ รัตนะรายงาน)