
'รูนีย์'คืนทัพผีบุกแมวดำ
'แมนฯ ยูไนเต็ด' สุดปึ้กได้ 'เวย์น รูนีย์' คืนทัพนัดบุกรัง 'ซันเดอร์แลนด์' ศึกพรีเมียร์ลีก คืนวันเสาร์ที่ 5 ต.ค.นี้
ศึกฟุตบอลพรีเมียร์ลีก อังกฤษ คืนวันเสาร์ที่ 5 ตุลาคมนี้ มีโปรแกรมฟาดแข้งทั้งหมด 6 คู่ เริ่มจาก "ปีศาจแดง" แมนฯ ยูไนเต็ด ทีมอันดับ 12 แข่ง 6 นัด มี 7 แต้ม ต้องยกพลบุกไปเยือน "แมวดำ" ซันเดอร์แลนด์ ทีมบ๊วยอันดับ 20 ที่ยังสะกดคำว่าชนะไม่เป็น แข่ง 6 นัด มีเพียงแต้มเดียว ที่สเตเดี้ยม ออฟ ไลท์ เวลา 23.30 น. เกมนี้ เดวิด มอยส์ กุนซือทีมเยือนตั้งเป้าหวังคว้าชัยชนะให้ได้ จึงพร้อมจัดผู้เล่นชุดใหญ่ลงสนามค่อนข้างแน่ เพราะไม่มีปัญหาแข้งหลักได้รับบาดเจ็บ แถมยังจะได้ เวย์น รูนีย์ ที่เพิ่งหายเจ็บหน้าแข้งกลับมาช่วยล่าตาข่าย เพื่อหวังแก้ตัวพร้อมกับเรียกความมั่นใจให้กลับคืนมาอีกครั้ง หลังพ่ายแพ้ในเกมลีกสูงสุดมาแล้วถึง 2 เกมซ้อน แม้นักเตะตัวหลักบางรายจะเพิ่งเหนื่อยล้ามาจากการลงเล่นในศึกยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก เมื่อช่วงกลางสัปดาห์ที่ผ่านมาก็ตาม
คาดว่า ริโอ เฟอร์ดินานด์ ที่เพิ่งหายเจ็บจะได้กลับมายืนคุมแผงแนวรับคู่กับ เนมันยา วิดิช ขณะที่แผงแดนกลาง มารูยาน เฟลไลนี น่าจะได้ยืนคู่กับ ไมเคิล คาร์ริค หลังถูกดร็อปเป็นตัวสำรองจากเกมนัดล่าสุดที่เปิดบ้านแพ้ เวสต์บรอมวิช 1-2 สำหรับแนวรุก หลุยส์ อันโตนิโอ วาเลนเซีย และแอชลีย์ ยัง เตรียมลงไปลากเลื้อยบอลริมเส้น ส่วนคู่หัวหอกจะเป็นการประสานงานระหว่าง เวย์น รูนีย์ กับ "อาร์วีพี" โรบิน ฟาน เพอร์ซี นอกจากนี้ "ปีศาจแดง" ยังพกสถิติข่มเจ้าถิ่นอีกด้วย เพราะไม่เคยบุกไปแพ้มานานถึง 16 ปี นับตั้งแต่ครั้งสุดท้ายที่บุกไปแพ้ ซันเดอร์แลนด์ 1-2 ในศึกพรีเมียร์ลีก เมื่อปี 1997
ฝั่งทีมเยือนยังคงไม่มีผู้จัดการทีมตัวจริง โดยจะมอบหมายให้ เควิน บอลล์ ทำหน้าที่เป็นกุนซือขัดตาทัพต่อไป แม้จะหมดสิทธิ์ใช้งาน เวส บราวน์ และฟิล บาร์ดสลีย์ ที่ต้องพักรักษาอาการบาดเจ็บ แต่ยังคงพร้อมยึดผู้เล่นชุดเดิมจากเกมล่าสุดที่เปิดบ้านแพ้ ลิเวอร์พูล 1-3 คาดว่าพวกแข้งหลักอย่าง จอห์น โอเชีย, เซบาสเตียน ลาร์สสัน, อดัม จอห์นสัน, โจซี อัลติดอร์ และ เอมานูเอเล จัคเครินี จะได้ลงเล่นเป็นตัวจริงเหมือนเดิม เพื่อลุ้นเก็บชัยชนะในศึกพรีเมียร์ลีกเป็นนัดแรกให้ได้
ด้าน "หงส์แดง" ลิเวอร์พูล ทีมอันดับ 2 แข่ง 6 นัด มี 13 แต้ม เตรียมเปิดถิ่นแอนฟิลด์ต้อนรับ "อินทรีผงาด" คริสตัล พาเลซ ทีมอันดับ 19 ที่แพ้รวดมา 3 เกม แข่ง 6 นัด มี 3 แต้ม เวลา 21.00 น. นัดนี้ เบรนแดน ร็อดเจอร์ส กุนซือเจ้าบ้านตั้งเป้าหวังเก็บชัยให้ได้เพื่อกลับขึ้นไปยึดตำแหน่งจ่าฝูงแทน "ปืนใหญ่" อาร์เซนอล ที่มีคิวบุกไปเยือน เวสต์บรอมวิช ในคืนวันถัดไป แม้จะยังคงไม่มี เกลน จอห์นสัน และฟิลิปป์ คูตินโญ ที่เจอโรคเดี้ยงเล่นงาน แต่จะมีลุ้นได้ตัว ดาเนียล แอ็กเกอร์ หายเจ็บกลับมาช่วยแนวรับได้อีกครั้ง คาดว่าพวกแข้งหลักอย่าง ซิมง มิโญเลต์, โฆเซ เอนริเก, ลูคัส เลวา, วิคเตอร์ โมเซส และสตีเวน เจอร์ราร์ด จะยังคงได้ลงเล่นตั้งแต่นาทีแรก เช่นเดียวกับคู่หัวหอกที่จะเป็นการประสานงานร่วมกันระหว่าง ดาเนียล สเตอร์ริดจ์ กับ หลุยส์ ซัวเรซ เหมือนเดิม
ขณะที่ "เรือใบสีฟ้า" แมนฯ ซิตี ทีมอันดับ 7 แข่ง 6 นัด มี 10 แต้ม เตรียมเปิดรังอิติฮัด สเตเดี้ยม รับการมาเยือนของ "ทอฟฟีสีน้ำเงิน" เอฟเวอร์ตัน ทีมอันดับ 4 ที่ยังไร้พ่าย แข่ง 6 นัด มี 12 แต้ม เวลา 18.45 น. เกมนี้เจ้าถิ่นของกุนซือ มานูเอล เปเยกรินี จะได้ 2 ขุมกำลังสำคัญอย่าง ดาวิด ซิลวา และเซอร์จิโอ อเกโร กลับมาช่วยประสานในแผงแนวรุกร่วมกับ ยายา ตูเร, แฟร์นันดินโญ และเอดิน เซโก ส่วนทีมเยือนของโค้ชโรแบร์โต มาร์ติเนซ มีลุ้นได้ตัว สตีเวน พีนาร์ กลับมาช่วยแดนกลาง แต่ยังพร้อมให้ โรเมลู ลูคาคู ยืนเล่นเป็นกองหน้าตัวเป้าต่อไป
ส่วนโปรแกรมอีก 3 คู่ที่เหลือลงเตะเวลา 21.00 น. คาร์ดิฟฟ์ (11) พบ นิวคาสเซิล (16), ฟูแลม (15) พบ สโตค (18), ฮัลล์ (8) พบ แอสตัน วิลลา (9)
---------------------------
(หมายเหตุ : ที่มาภาพ : EPA)



