
แมงกะพรุนแผลงฤทธิ์ปิดโรงไฟฟ้านิวเคลียร์
เวิลด์วาไรตี้ : แมงกะพรุนแผลงฤทธิ์ปิดโรงไฟฟ้านิวเคลียร์
แมงกะพรุนสิ่งมีชีวิตรูปร่างคล้ายร่มมีหนวดรุ่มร่าม เนื้อตัวคล้ายเยลลี่ที่มีทั้งแบบใสและขุ่น ที่จะอาศัยกระแสน้ำพัดพาตัวเดินทางไปยังแหล่งอาหาร เป็นสิ่งมีชีวิตหน้าตาประหลาดที่พบได้ในแทบทุกพื้นที่ของโลกยกเว้นในบริเวณขั้วโลกเหนือและใต้ที่มีอากาศหนาวเย็นเท่านั้น
เป็นที่รู้กันดีว่าสัตว์ประเภทนี้จะมีหนวดพิษไว้ใช้ดักจับเหยื่อประเภทปลา กุ้ง หรือสัตว์น้ำชนิดอื่นๆ ที่ลอยเข้ามาในรัศมีหนวด และหนวดพิษนี้เองได้สร้างปัญหาให้ผู้คนที่นิยมเล่นน้ำทะเลเพราะเมื่อสัมผัสเข้ากับหนวดแมงกะพรุนทีไรมักจะได้อาการคัน แสบร้อนบนผิว แมงกะพรุนบางชนิดยังมีพิษร้ายแรงทำให้มนุษย์เสียชีวิตกันเลยทีเดียว อย่างเช่นแมงกะพรุนกล่อง (Box Jellyfish) และแมงกะพรุนอิรุคันจิ (Melo Kingi) ที่พบได้ตามชายฝั่งตะวันออกและตะวันตกของออสเตรเลีย
แต่นอกจากพิษของแมงกะพรุนจะทำให้มนุษย์เป็นอันตรายแล้ว แมงกะพรุนยังเป็นต้นเหตุที่ทำให้โรงไฟฟ้าพลังงานนิวเคลียร์ต้องปิดตัวกันเลยทีเดียว
เรื่องนี้เกิดขึ้นที่เมืองออสคาชามน์ ประเทศสวีเดนที่เป็นเมืองชายฝั่งทะเลบอลติก และมีโรงไฟฟ้าพลังงานนิวเคลียร์ออสคาชามน์-3 ตั้งอยู่ โรงไฟฟ้าแห่งนี้ผลิตไฟฟ้าได้มากถึง 1,400 เมกะวัตต์ หรือคิดเป็น 5% ของปริมาณไฟฟ้าทั้งหมดที่ผลิตขึ้นมาหล่อเลี้ยงประเทศสวีเดน เมื่อมีแมงกะพรุนจำนวนมากเข้าไปอุดท่อนำน้ำทะเลเพื่อใช้หล่อเย็นเตาปฏิกรณ์จนทำให้ระบบไม่สามารถทำงานได้ จนต้องปิดทำการบำรุงรักษาชั่วคราวตั้งแต่วันอังคาร (1 ต.ค.) ก่อนที่จะเปิดใช้งานได้อีกครั้งในวันพุธ (2 ต.ค.)
การที่ฝูงแมงกะพรุนบุกโรงไฟฟ้านิวเคลียร์โดยไม่ได้ชูป้ายประท้วงหรือส่งสัญญาณไปบอกเจ้าของโรงไฟฟ้าก่อนนั้น เคยเกิดขึ้นมาแล้วกับโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ออสคาชามน์-1 เมื่อเดือนสิงหาคม 2548 รวมทั้งโรงไฟฟ้าอีกหลายแห่งในโลกตั้งแต่โรงไฟฟ้านิวเคลียร์ของบริษัทอิเลกทริไซท์ เดอ ฟรานซ์ เอสเอในสกอตแลนด์ เมื่อปี 2554 จนถึงโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ของบริษัทเน็กซ์อีรา เอนเนอร์ยี่ ในรัฐฟลอริดาสหรัฐอเมริกาในปีเดียวกัน
แมงกะพรุนที่ก่อเหตุในครั้งนี้อยู่ในสกุลออเรเลีย หรือกลุ่มแมงกะพรุนพระจันทร์ ซึ่งเป็นพันธุ์ที่พบได้โดยทั่วไปในชายฝั่งยุโรปและอเมริกาเหนือ โดยมีขนาดเส้นผ่านศูนย์กลางใหญ่ที่สุดราว 40 เซนติเมตร แต่การที่แมงกะพรุนมีจำนวนมากเป็นพิเศษนั้นเป็นปรากฏการณ์ที่ไม่ค่อยจะเกิดขึ้นบ่อยนัก ซึ่ง "บุนด์" กองทุนอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมในประเทศเยอรมนีอธิบายว่าสาเหตุมาจากการที่อุณหภูมิโลกสูงขึ้นและการทำประมงมากเกินไปทำให้สัตว์น้ำตัวจิ๋วประเภทแพลงก์ตอนที่เป็นอาหารของแมงกะพรุนและสัตวือีกหลากหลายชนิด เพิ่มจำนวนขึ้นมากมายมหาศาล ทำให้ประชากรแมงกะพรุนเติบโตอย่างรวดเร็วและมีจำนวนมากขึ้นมาก



