ข่าว

'สธ.'ไม่ฟันธงถอน'กระท่อม'พ้นยาเสพติด

'สธ.'ไม่ฟันธงถอน'กระท่อม'พ้นยาเสพติด

03 ต.ค. 2556

'สธ.' ยัน คกก.ยาเสพติดฯ ยังไม่ฟันธงถอน 'กระท่อม' จากยาเสพติด สั่งศึกษาข้อมูลเชิงวิชาการ 2 เดือนค่อยว่ากันใหม่ 'อย.' เผยเคยมีมติไม่ถอนมาแล้ว 2 ครั้ง

 

                             3 ต.ค. 56  จากกรณีที่กระทรวงยุติธรรม (ยธ.) มีมติให้ถอดพืชใบกระท่อม ออกจากบัญชีสารเสพติด ล่าสุด นพ.ประดิษฐ สินธวณรงค์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข (รมว.สธ.) กล่าวว่า ยธ.ได้ทำหนังสือหารือมายัง สธ.ในฐานะผู้ถือกฎหมายบัญชีสารเสพติด ว่าจะปลดพืชกระท่อมออกจากบัญชีได้หรือไม่ โดยให้เหตุผล 5 ข้อ คือ 1. ทำเป็นยารักษาโรคได้หรือไม่ 2. ทำเป็นยารักษาผู้ที่ติดยาบ้าได้หรือไม่ 3. ทำเป็นสารทดแทนสำหรับคนที่เสพยาบ้า เพื่อลดจำนวนคนเสพยาบ้าได้หรือไม่ 4. ลดปริมาณผู้ต้องขังที่ถูกจับกุมจากกรณีกระท่อม และ 5. การจับกุมแล้วกลั่นแกล้งตั้งข้อหาเกี่ยวกับกระท่อม

                             นพ.ประดิษฐ กล่าวอีกว่า ในส่วนของ สธ. คณะกรรมการควบคุมยาเสพติดให้โทษ มีหน้าที่พิจารณาว่าจะถอดกระท่อมออกจากสารเสพติดหรือไม่ ขณะนี้อยู่ในขั้นตอนการศึกษาข้อมูลเชิงวิชาการของคณะอนุกรรมการศึกษาข้อมูลใบกระท่อม ซึ่งจะพิจารณาตั้งแต่เรื่องแรก คือ กระท่อมเป็นสารเสพติดหรือไม่ ถ้าพบว่าเป็น จะต้องมีการศึกษาต่อในเรื่องประโยชน์ของการนำไปใช้ โดยส่วนตัวตนเห็นว่าการนำกระท่อมไปใช้เป็นยารักษาโรคนั้น มีสารตัวอื่นที่ออกฤทธิ์คล้ายกระท่อมอยู่แล้ว ไม่น่าจะมีความจำเป็นต้องใช้กระท่อม และสุดท้ายเรื่องผลเสียจากการใช้กระท่อม เมื่อได้ข้อสรุปจากการศึกษาเหล่านี้แล้ว จึงจะพิจารณาและเสนอเข้าสู่การพิจารณาของคณะกรรมการควบคุมยาเสพติดฯ คาดว่าจะใช้เวลาราว 2 เดือน

                             "เรื่องของกระท่อม บางส่วนยังมองว่า กระท่อมเป็นยาเสพติดร้ายแรง บางส่วนมองว่าสามารถนำมาใช้ในการรักษาผู้ติดยาบ้าได้ หรือนำมารักษาผู้ติดยาเสพติด จึงต้องทำความเข้าใจให้แน่ชัดว่าการใช้จะเป็นลักษณะใด แต่ สธ.เป็นหน่วยงานด้านวิชาการ จะพิจารณายกเลิก หรือถอนกระท่อมออกจากยาเสพติดหรือไม่ จะเน้นข้อมูลด้านวิชาการมากที่สุด จะไม่ใช้เหตุผลว่ามีการจับกุมผู้ใช้กระท่อมจำนวนมาก หรือการกลั่นแกล้งในการตั้งข้อหามาประกอบการพิจารณา"

                             นพ.บุญชัย สมบูรณ์สุข เลขาธิการคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) กล่าวว่า เรื่องดังกล่าวยังมาไม่ถึงขั้นตอนของสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) อยู่ในขั้นตอนการพิจารณาของรัฐมนตรี ซึ่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข (รมว.สธ.) ได้มอบหมายให้หน่วยงานต่างๆ ในสธ. ไปศึกษาข้อมูลทางวิชาการที่เกี่ยวข้อง หากเห็นว่าควรที่จะถอนกระท่อมออกจากบัญชียาเสพติด และจำเป็นต้องมีการแก้กฎหมาย หรือออกประกาศ จึงจะส่งเรื่องมาให้อย. เพื่อนำเข้าสู่การพิจารณาของคณะกรรมการควบคุมยาเสพติดให้โทษ ที่มีปลัดสธ.เป็นประธาน

                             "ที่ผ่านมาเคยมีข้อเสนอให้ถอนกระท่อมออกจากบัญชียาเสพติดให้โทษมาแล้ว 2 ครั้ง โดยครั้งแรกเมื่อปี 2547 เป็นการศึกษาของวุฒิสภา แต่คณะกรรมการยาเสพติดฯ มีมติยังคงยืนให้กระท่อมเป็นยาเสพติดต่อไป เช่นเดียวกับครั้งที่ 2 ราวปี 2552 ที่เป็นข้อเสนอของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (ส.ส.) ท่านหนึ่ง เมื่อมีการเสนออีกครั้งในปี 2556 ถือเป็นเรื่องดีที่จะต้องมีการทบทวน เพราะช่วงเวลาที่ผ่านมาอาจจะมีเรื่องราวหรือข้อมูลต่างๆ เปลี่ยนไป อย่างไรก็ตาม การพิจารณาครั้งนี้ต้องดูเหตุผลของกระทรวงยุติธรรม (ยธ.) และข้อมูลระดับสากลว่าเป็นอย่างไร การที่ยธ. ออกมาเสนอเช่นนี้ไม่ได้เป็นการกดดันอย."

 

 

เล็งออก พรบ.คุมการตลาดนม-อาหารเด็กเล็ก

 

                             นพ.ประดิษฐ ให้สัมภาษณ์ภายหลังการประชุมผู้บริหารระดับสูงสธ.ว่า ที่ประชุมมีการพิจารณาร่างพ.ร.บ. หรือร่างกฎกระทรวงสาธารณสุขที่จะนำเข้าสู่การพิจารณาของคณะรัฐมนตรี (ครม.) อาทิ ร่างพ.ร.บ.ควบคุมการทำการตลาดของนมและอาหารสำหรับเด็กเล็ก ที่มีการเสนอร่างพ.ร.บ.นี้ขึ้นมาควบคุมไม่ให้มีการโฆษณา หรือจ่ายเงินทางด้านการตลาดในส่วนของนมและอาหารสำหรับเด็กเล็ก ซึ่งหลักการเป็นเรื่องดีที่จะให้มีการควบคุม ไม่ให้มีการส่งเสริมให้มีการใช้นมผงหรืออาหารสำหรับเด็กมาทดแทนนมมารดา

                             "ร่างพ.ร.บ.ต้องดูถึงขั้นตอนการปฏิบัติก่อนว่าจะควบคุมอย่างไร เนื่องจากในร่างพ.ร.บ.กำหนดให้มีการตั้งหน่วยงานใหม่ขึ้นมาดูแล กำกับ อีกทั้ง บางประเด็นที่ยังมีข้อสงสัยว่าจะเป็นการไปลิดรอนสิทธิ์หรือไม่ เพราะการกำหนดห้ามรับเงินช่วยเหลือทางการตลาดจากสินค้าที่เป็นอาหารสำหรับเด็กเล็กนั้น ในส่วนราชการอาจจะห้ามแพทย์ได้ แต่ภาคเอกชนจะเป็นการไปห้ามและลิดรอนสิทธิ์อะไรหรือไม่ จึงต้องนำกลับไปพิจารณาให้รอบด้านก่อนนำเข้าสู่ครม."

                             รมว.สธ. กล่าวอีกว่า เช่นเดียวกับร่างพ.ร.บ.ที่เสนอโดยภาคประชาชนในเรื่องการแยกข้าราชการกระทรวงสาธารณสุขออกจากสำนักงานคณะกรรมการข้าราชการพลเรือน (ก.พ.) กลายเป็นข้าราชการกระทรวงสาธารณสุข ซึ่งเรื่องนี้ต้องมีการตั้งคำถามก่อนว่า ปัญหาต่างๆ ที่เกิดขึ้น เป็นปัญหาที่จะต้องแก้ไขด้วยการแยกตัวจาก ก.พ.หรือไม่ ต้องไปสรุปในเรื่องนี้มาก่อน ไม่ใช่เมื่อเกิดปัญหาต่างๆ แล้ว จะแก้ปัญหาด้วยการออกกฎหมายแยกกระทรวงสาธารณสุขออกจาก ก.พ. ดังนั้น สธ.จึงยังไม่ให้ความเห็นเกี่ยวกับร่างพ.ร.บ.นี้ที่เสนอโดยภาคประชาชน และมีการถามความคิดเห็นมายังสธ.