ข่าว

ฟิสิกส์...งานสืบสวนประสานล่าแก๊งปาหิน

ฟิสิกส์...งานสืบสวนประสานล่าแก๊งปาหิน

15 มิ.ย. 2552

ผ่านมาครึ่งเดือนแล้วคดีปาหินที่สุพรรณบุรีก็ยังไม่มีความคืบหน้า แม้ว่าตำรวจจะระดมกำลังทั้ง บช.ภ.7 บก.ภ.จว.สุพรรณบุรี สภ.เมืองสุพรรณบุรี ตลอดจนกองปราบปราม สืบสวนหาเบาะแสคนร้ายชนิดพลิกแผ่นดินก็ตามที !?!

ปฏิบัติการอันอุกอาจของมือปาหินชัดเจนว่า เกิดจากความคึกคะนอง ไม่ใช่ประสงค์ต่อทรัพย์ เพราะหลังเกิดเหตุแล้วได้ขี่รถจักรยานยนต์หลบหนีไป ไม่สนใจทรัพย์สินของผู้เสียหายแต่อย่างใด ดังนั้น บรรดานักสืบจึงพุ่งเป้าสำคัญไปที่ "วัยรุ่น" ในพื้นที่ และแก๊งเด็กซิ่งจักรยานยนต์กวนเมือง แต่จนแล้วจนรอดก็ยังไม่ได้ตัว นำมาสู่การตั้งรางวัลนำจับ 5 หมื่นบาทในครั้งแรก

 พล.ต.ท.อัศวิน ขวัญเมือง ผู้ช่วย ผบ.ตร.ถึงกับประกาศลั่นว่าปล่อยเอาไว้ไม่ได้ ไม่เช่นนั้นจะเป็นตัวอย่างให้วัยรุ่นกลุ่มอื่นๆ เลียนแบบสร้างปัญหาจนเกิดความสูญเสียต่อสังคมไม่มีที่สิ้นสุด

 หากว่าตำรวจได้พยายามแล้วก็ต้องบอกว่ายังไม่มากพอที่จะสัมฤทธิผล แม้ว่าชาวบ้านในพื้นที่ต่างก็ให้ความร่วมมืออย่างดี ทว่าสิ่งที่ได้กลับมายังไปไม่ถึงตัวมือปาหินเสียที กระทั่งประชาชนใน จ.สุพรรณบุรี และพล.ต.ท.ถวิล สุรเชษฐพงษ์ ผบช.ภ.7 ร่วมกันลงขันรวมกับเงินนำจับครั้งแรกเป็น 1.5 แสนบาท พร้อมกันนี้ยังทำป้ายประชาสัมพันธ์ขนาดใหญ่ ขอความร่วมมือจากประชาชนที่มีเบาะแสคนร้ายติดตั้งไว้บริเวณจุดเกิดเหตุบนถนนสายโพธิ์พระยา-อ่างทอง ข้อความว่า

 "เราไม่อยากให้ท่านเป็นรายต่อไป รู้เบาะแสคนร้ายปาหิน โปรดแจ้ง 191 รับเงินรางวัล 1.5 แสนบาท"
 "หลังเกิดเหตุตำรวจพยายามทำงานกันอย่างเต็มที่และต่อเนื่องมาตลอด ทั้งสืบสวนและประชาสัมพันธ์ขอความร่วมมือประชาชนในพื้นที่ ฝ่ายสืบสวนเองก็ลงพื้นที่เร่งทำงานกันทั้งกลางวัน-กลางคืน จนได้ข้อมูลบางอย่าง แต่ไม่สามารถเปิดเผยได้ รวมทั้งมีประชาชนแจ้งเบาะแสเข้ามาจำนวนมาก ตำรวจก็รีบเข้าไปตรวจสอบทันที ขณะนี้ได้เบาะแสพอสมควร แต่ต้องรอการตรวจสอบคู่กับทางนิติวิทยาศาสตร์ คาดว่าจะได้ตัวคนร้ายมาดำเนินคดีอย่างแน่นอน" พ.ต.อ.วีระ บุตรโพธิ์ รอง ผบก.ภ.จว.สุพรรณบุรี กล่าว

 ด้าน พ.ต.อ.อภิวัฒน์ ปรักกมะกุล รองผู้บังคับการกองวิทยาการ 1 (วท.1) ซึ่งนำทีมมาร่วมคลี่คลายคดีด้วย บอกว่า จะใช้วิถีทางด้านฟิสิกส์มาสรุป โดยดูจากร่องรอยและวิถีการปาหินว่าเป็นอย่างไร เพื่อหาข้อสรุปช่วยพนักงานสอบสวนอีกทางหนึ่ง คาดว่าอีกไม่นานคงจะได้ข้อสรุป

 ...ปฐมบทแห่งคดีอันน่าสะเทือนใจครั้งนี้เกิดขึ้นกลางดึกวันที่ 27 พฤษภาคมที่ผ่านมา ขณะที่ "สุรชัย สวัสดี" อายุ 36 ปี พนักงานส่งเสริมการขายห้างคาร์ฟูร์ สาขาเพรชเกษม พาครอบครัวประกอบด้วย "สุรารัตน์ เอี่ยมยัง" ภรรยาวัย 34 ปี "ภาพิมล เอี่ยมยัง" อายุ 59 ปี แม่ยาย และลูกๆ อีก 3 คน ได้แก่ รุจิรา สวัสดี วัย 1 ขวบ ณัฐพล สวัสดี วัย 4 ขวบ และเพชรรัตน์ ศรีสุข อายุ 10 ขวบ เดินทางออกจากบ้านพักใน ต.กระทุ่มล้ม อ.สามพราน จ.นครปฐม ไปเยี่ยมลูกชายคนโตที่ จ.อ่างทอง

 ครอบครัวสวัสดีโดยสารมากับรถเก๋งนิสสัน ซันนี่ สีน้ำเงิน ทะเบียน พต 8908 กรุงเทพมหานคร มีสุรชัยเป็นคนขับ ขากลับวิ่งมาตามถนนสายโพธิ์พระยา-อ่างทอง เมื่อมาถึงบ้านนาทอง หมู่ 2 ต.โพธิ์พระยา อ.เมือง จ.สุพรรณบุรี ท่ามกลางความมืดสนิทจู่ๆ ก็มีรถจักรยานยนต์คันหนึ่งวิ่งสวนทางมา สุรชัยไม่ทันสังเกตเลยว่าคนซ้อนท้ายถือก้อนหิน ต่อมามันกลายเป็นมัจจุราชคร่าชีวิตคนที่รักไป 1 คน และยังทำให้คนที่รักยิ่งบาดเจ็บสาหัส

 ขณะขับรถสวนกันคนซ้อนท้ายรถจักรยานยนต์มรณะได้ปาก้อนหินน้ำหนัก 1.69 กิโลกรัมใส่กระจกรถเก๋งอย่างจัง จนกระจกแตกก้อนหินทะลุไปถูกเหนือคิ้วซ้ายของสุรชัยถึงกับหมดสติไปในวินาทีนั้น ส่งผลให้รถเสียหลักพุ่งลงข้างทางไปชนกับต้นไม้พังยับเยิน

 เหตุการณ์ครั้งนั้นทำให้ภาพิมลที่นั่งอยู่เบาะหลังเสียชีวิตทันที ส่วนสุรชัยได้รับบาดเจ็บสาหัสจากก้อนหินที่อัดเข้าเต็มหน้า ส่วนสุรารัตน์แขนหัก-สะโพกเคลื่อน ขณะที่ณัฐพลวัย 4 ขวบศีรษะกระแทกมีเลือดคั่งในสมอง ส่วนคนอื่นๆ ที่เหลือกระดูกหักฟกช้ำดำเขียวไปทั่วตัว

 หลังเกิดเหตุตำรวจเดินทางไปตรวจสอบและสอบปากคำสุรารัตน์ให้การยืนยันว่า จดจำหน้าคนร้ายได้อย่างแม่นยำ เพราะขณะรถวิ่งสวนกันในระยะห่างประมาณ 50 เมตร เธอเห็นคนซ้อนท้ายรถจักรยานยนต์ถือก้อนหินไว้ในมือ โยนขึ้นโยนลงก่อนจะปาใส่กระจกรถที่ครอบครัวเธอโดยสารมา แต่ไม่ทันได้ร้องเตือนสามีให้หลบก้อนหินก็มาถึงกระจกแล้ว

 สุรารัตน์ยืนยันว่าถ้าเห็นหน้าอีกครั้งก็สามารถชี้ตัวได้ !?!

 จากข้อมูลที่ได้มาตำรวจจำลองเหตุการณ์ปาหิน จากสถานที่เกิดเหตุจริงและเวลาเกิดเหตุจริง ได้ข้อเท็จจริงยืนยันเช่นเดียวกับสุรารัตน์ คือ คนในรถสามารถมองเห็นหน้าคนร้ายได้อย่างชัดเจน ขณะคนขับกะพริบไฟสูงใส่ แต่เหนือสิ่งอื่นใดถึงวัตถุประสงค์ในการก่อเหตุครั้งนี้ ตำรวจเชื่อว่าไม่ได้ประสงค์ต่อทรัพย์ เป็นเพียงความคึกคะนองของวัยรุ่นที่ชอบสร้างความเดือดร้อนให้ชาวบ้านเท่านั้น

 เป็นความคึกคะนองที่ยากจะเข้าใจและให้อภัยได้จริงๆ !?!

 มัจฉา ท่าจีน