
เวนเกอร์ยก'โอซิล'สอนเชิงนาโปลี
'เวนเกอร์' กุนซือ 'ปืนใหญ่' สดุดีฝีเท้า เมซุต โอซิล กองกลางคนเก่งที่ยิง 1 จ่าย 1 ให้ทีมเปิดบ้านชนะ 2-0 ศึกยูฟ่า ชปล.รอบแบ่งกลุ่ม นัดที่ 2 คืนวันที่ 1 ต.ค.
ศึกยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก รอบแบ่งกลุ่ม นัดที่ 2 เมื่อวันทึ่ 1 ตุลาคม ในกลุ่มเอฟ "ปืนใหญ่" อาร์เซนอล จ่าฝูงพรีเมียร์ลีก อังกฤษ ยังคงโชว์ฟอร์มเดินหน้าเก็บชัยได้อย่างต่อเนื่อง หลังเปิดรังเอมิเรตส์ สเตเดี้ยม เอาชนะ นาโปลี ทีมดังจากอิตาลี 2-0 โดยเจ้าถิ่นได้ทั้ง 2 ประตูจากฟอร์มการเล่นที่ยอดเยี่ยมของ เมซุต โอซิล กองกลางตัวเก่งที่ประเดิมยิงลูกแรกให้ทีมต้นสังกัดใหม่ได้ตั้งแต่นาที 8 ก่อนที่จะจ่ายบอลให้ โอลิวิเยร์ ชิรูด์ ซัลโวลูกที่ 2 ในนาที 15 ส่งผลให้ อาร์เซนอล ยังคงรั้งตำแหน่งจ่าฝูงกลุ่มนี้ต่อไป ด้วยผลงานเก็บชัยได้เป็นนัดที่ 2 ติดต่อกัน มี 6 คะแนน ขณะที่ นาโปลี อยู่อันดับ 3 มี 3 แต้ม ส่วนอีกคู่ในกลุ่มนี้ โบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์ รองแชมป์เก่าจากเยอรมนี สามารถประเดิมชัยเก็บ 3 คะแนนแรกได้สำเร็จ หลังเฝ้ารังไล่ต้อนชนะ "โอเอ็ม" มาร์กเซย 3-0 ยักษ์ใหญ่จากฝรั่งเศส โดยได้ประตูจาก มาร์โก รอยส์ นาที 52 และ "เลวานดี" โรเบิร์ต เลวานดอฟสกี คนเดียว 2 เม็ด นาที 19 และจุดโทษ นาที 80
หลังจบเกม อาร์แซน เวนเกอร์ กุนซืออาร์เซนอล กล่าวชื่นชมผลงานของลูกทีมที่ยังคงรักษาฟอร์มการเล่นที่ยอดเยี่ยมเอาไว้ได้ ก่อนที่จะเอ่ยปากชมฝีเท้าของ เมซุต โอซิล ที่ยังโชว์ฟอร์มได้ยอดเยี่ยมอย่างต่อเนื่อง หลังจัดการยิง 1 ลูก และจ่ายบอลให้เพื่อนร่วมทีมยิงได้อีก 1 ประตู
"เรายังคงทำผลงานโดยรวมได้ดีมาก เล่นเกมนี้กันได้แบบไม่มีข้อผิดพลาด โดยเฉพาะในครึ่งแรกที่เราสามารถคุมเกมเอาไว้ได้ทั้งหมด หลังจากที่ โอซิล โชว์ความมหัศจรรย์ด้วยการยิงลูกแรก ก่อนที่จะจ่ายให้ ชิรูด์ ส่งบอลเข้าประตูได้อีก 1 ลูก ผมคิดว่า โอซิล เป็นนักฟุตบอลที่มีความมหัศจรรย์มาก เขามีความยอดเยี่ยมเกือบทุกอย่าง ไม่ว่าจะเป็น ทักษะการครองบอล, ความสามารถเฉพาะตัว รวมถึงเรื่องของการจบสกอร์ได้แบบเฉียบขาด ผมรู้สึกดีใจที่มีโอกาสได้ร่วมงานกับผู้เล่นที่มีความสามารถสูงแบบนี้" เวนเกอร์ กล่าว
ขณะที่ กลุ่ม อี "สิงโตน้ำเงินคราม" เชลซี ยักษ์ใหญ่แห่งเกาะอังกฤษ แก้ตัวจากความพ่ายแพ้ในเกมประเดิมสนามได้สำเร็จ ด้วยการโชว์ฟอร์มเฉียบบุกไปไล่ต้อนชนะ สเตอัว บูคาเรสต์ แชมป์โรมาเนีย ได้ถึงถิ่นเนชั่นแนล อารีนา 4-0 โดยทีมเยือนได้ประตูจาก รามิเรส นาที 19 กับ 55, ดาเนียล จอร์จีเยฟสกี กองหลังเจ้าถิ่นทำเข้าประตูตัวเอง นาที 44 และแฟรงค์ แลมพาร์ด นาที 90 ส่วนอีกคู่ "ราชันสีน้ำเงิน" ชาลเก ทีมดังจากเยอรมนี เก็บชัยได้เป็นนัดที่ 2 ติดต่อกัน หลังบุกไปเฉือนชนะ บาเซิล แชมป์สวิตเซอร์แลนด์ ได้ถึงรังแซงต์ ยาคอป ปาร์ค 1-0 โดยได้ประตูชัยจาก จูเลียน ดรักซ์เลอร์ นาที 54 ส่งผลให้ ชาลเก ยังคงรั้งตำแหน่งจ่าฝูงกลุ่มนี้ มี 6 คะแนนเต็ม เหนือกว่า เชลซี และบาเซิล ที่เพิ่งเก็บชัยได้นัดเดียว มี 3 แต้ม
หลังจบเกม ชูเซ มูรินโญ กุนซือ "สิงโตน้ำเงินคราม" แสดงความเชื่อมั่นว่า ทีมของเขาจะผ่านเข้ารอบต่อไปอย่างแน่นอน หลังจากที่ลูกทีมโชว์ฟอร์มได้อย่างสุดเฉียบจนสามารถประเดิมเก็บชัยชนะจากเกมรอบแบ่งกลุ่มได้สำเร็จ
"เราได้ผลการแข่งขันที่ยอดเยี่ยมมาก หลังจากที่เรายิงประตูได้ถึง 4 ลูก พร้อมกับเก็บ 3 คะแนนแรกได้แล้ว แม้ว่าการเล่นเป็นทีมเยือนจะต้องพบกับความยากลำบากอยู่เสมอ แต่เรากลับสามารถทำผลงานในเกมนี้ได้สุดยอด ตอนนี้เรามี 3 คะแนนจาก 2 นัด และเราก็ไม่ได้ตกอยู่ในสถานการณ์ที่ยากลำบากอะไรเลย เพราะเรายังอยู่ในตำแหน่งที่มีโอกาสได้ลุ้นผ่านเข้าสู่รอบต่อไป ผมมั่นใจว่า เชลซี จะผ่านเข้ารอบได้อย่างแน่นอน" มูรินโญ กล่าว
ด้านกลุ่มเอช "เจ้าบุญทุ่ม" บาร์เซโลนา แชมป์สแปนิช ลาลีกา ยังคงรั้งตำแหน่งจ่าฝูงจากการเก็บชัยได้เป็นนัดที่ 2 มี 6 คะแนนเต็ม หลังบุกไปเฉือนชนะ กลาสโกว์ เซลติก ได้ถึงรังเซลติก ปาร์ค 1-0 โดยได้ประตูชัยจาก เชส ฟาเบรกาส นาที 75 อีกคู่ "ปีศาจแดงดำ" เอซี มิลาน ยักษ์ใหญ่จากอิตาลี บุกไปไล่ตีเสมอ อาแจ๊กซ์ แชมป์ฮอลแลนด์ ที่อัมสเตอร์ดัม อารีนา 1-1 โดยเจ้าบ้านได้ประตูขึ้นนำไปก่อนจาก สเตฟาโน เดนส์วิล นาที 90 แต่ทีมเยือนตามทวงคืนได้จาก มาริโอ บาโลเตลลี ที่สังหารลูกจุดโทษเข้าไปในช่วงหลังทดเวลาบาดเจ็บไปแล้วถึง 4 นาที
ส่วนผลคู่อื่น กลุ่ม จี เซนิต (รัสเซีย) เสมอ ออสเตรีย เวียนนา (ออสเตรีย) 0-0, ปอร์โต (โปรตุเกส) แพ้ แอต.มาดริด (สเปน) 1-2 โดยเจ้าถิ่นได้ประตูขึ้นนำไปก่อนจาก แจ็คสัน มาร์ติเนซ นาที 16 ก่อนที่ทีมเยือนจะยิงแซงในช่วงครึ่งหลังทั้ง 2 ลูกจาก ดิเอโก โกดิน นาที 58 กับ อาร์ดา ตูราน นาที 86 ส่งผลให้ แอตเลติโก มาดริด ยังคงรั้งตำแหน่งจ่าฝูงจากการเก็บชัยได้ 2 เกมรวด มี 6 คะแนนเต็ม
--------------------------
(หมายเหตุ : ที่มาภาพ : AFP)



