
'บิล เกตส์'งานเข้า!ผู้ถือหุ้นบีบเลิกเป็นปธ.
ผู้ถือหุ้นล็อบบี้ให้บอร์ดบริหารบีบให้'บิล เกตส์'ก้าวลงจากตำแหน่งประธานไมโครซอฟท์ เพราะมองว่าเขาเป็นอุปสรรคสำคัญในการสร้างยุทธศาสตร์ใหม่ๆของบริษัท
2 ต.ค.56 แหล่งข่าวใกล้ชิด เปิดเผยว่า มีผู้ถือหุ้นรายใหญ่ 3 คน จาก 20 คนในไมโครซอฟท์กำลังโน้มน้าวคณะกรรมการบริหารบริษัทเพื่อกดดันให้ บิล เกตส์ ลาออกจากตำแหน่งประธานบริษัท โดยแสดงความเป็นห่วงว่าเกตส์เป็นอุปสรรคขัดขวางการพัฒนายุทธศาสตร์ใหม่ๆ ของบริษัท และจำกัดอำนาจของประธานเจ้าหน้าที่บริหาร หรือซีอีโอคนใหม่ในการตัดสินใจสร้างความเปลี่ยนแปลงสำคัญๆ และที่สำคัญพวกเขาวิตกเกี่ยวกับบทบาทของเกตส์ต่อคณะกรรมการสรรหาบุคคลที่จะมาดำรงตำแหน่งซีอีโอคนใหม่แทน สตีฟ บอลเมอร์ ที่ประกาศจะก้าวลงจากตำแหน่งในปีหน้า
ทั้งนี้ แต่ยังไม่มีสัญญาณชัดเจนว่า คณะกรรมการบริหารส่วนใหญ่เห็นด้วยกับผู้ถือหุ้น 3 รายดังกล่าวที่มีหุ้นรวมกันกว่า 5% หรือไม่
โดยเกตส์เป็นผู้ถือหุ้นประเภทบุคคลที่มีหุ้นมากที่สุดเกือบ 4.5% เดิมเกตส์ถือหุ้น 49% ในไมโครซอฟท์จนกระทั่งบริษัทเข้าสู่ตลาดหลักทรัพย์ในปี 2529 เขาได้ทยอยขายหุ้นเกือบ 80 ล้านหุ้นต่อปี ตามแผนการที่ตั้งใจไว้ และคาดว่าหุ้นของเขาจะถูกขายหมดภายในปี 2561 เขาส่งมอบตำแหน่งซีอีโอให้บอลเมอร์เมื่อปี 2543 ก่อนลดงานรายวันในปี 2551 เพื่ออุทิศเวลาให้กับกิจกรรมเพื่อสังคมในมูลนิธิ บิล แอนด์ เมลินดา เกตส์ ของเขา
อีกทั้ง ช่วงหลายปีนี้บอลเมอร์เผชิญแรงกดดันอย่างหนักที่จะต้องพัฒนาศักยภาพของบริษัทและเพิ่มราคาหุ้นของบริษัทที่คงที่มาเกือบสิบปี ในภาวะที่ตลาดมีการแข่งขันสูงมาก และครั้งนี้น่าจะเป็นครั้งแรกที่ผู้ถือหุ้นส่วนใหญ่หันมาพุ่งเป้าที่ตัวเกตส์
แต่หลายคนมีความเห็นแตกต่างกันที่จะให้เกตส์วางมือจากไมโครซอฟท์ โดยบางคนบอกว่า ถึงเวลาที่จะต้องเลือกผู้บริหารที่สดใหม่เพื่อเพิ่มศัยภาพในการวางยุทธศาสตร์ใหม่ๆ ของบริษัท แต่บางคนบอกว่ายังไม่ถึงเวลากำจัดเกตส์ เพราะเขายังคงมีบทบาทสำคํญ โดยบอกว่า ไมโครซอฟท์ขาดวิสัยทัศน์ทางเทคโนโลยี ซึ่งเกตส์ หนึ่งในผู้บุกเบิกอุตสาหกรรมเทคโนโลยีที่ยิ่งใหญ่ที่สุด สามารถเติมเต็มในสิ่งนี้ และบางคนมองว่าเกตส์มีความสามารถในฐานะซีอีโอมากกว่าประธานบริษัท
อย่างไรก็ตาม ปัจจุบันไมโครซอฟท์เป็นหนึ่งในบริษัทเทคโนโลยีที่มีมูลค่ามากที่สุดในโลก มีกำไรสุทธิ 22,000 ล้านดอลลาร์ในปีงบการเงินปีที่แล้ว แต่ระบบปฏิบัติการวินโดวส์มียอดขายตกลงอย่างมากตามยอดขายคอมพิวเตอร์พีซี เพราะสมาร์ทโฟนและแท็บเล็ตได้รับความนิยมเพิ่มมากขึ้น ทำให้ไมโครซอฟท์สูญเสียส่วนแบ่งตลาดให้แอปเปิ้ลและกูเกิ้ล



