
'มท.3'ลงตรวจพื้นที่เสี่ยงท่วม
'มท.3' ตรวจพื้นที่กรุงเทพฯเสี่ยงท่วม พร้อมกำชับ 'กทม.' เร่งระบายน้ำออกให้เร็วที่สุด ยันไม่เกิดวิกฤติใหญ่ซ้ำรอยปี 54
2 ต.ค.56 นายวิสาร เตชะธีราวัฒน์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย (มท.3) พร้อมคณะ ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมจุดเสี่ยงอุทกภัยที่ประตูระบายน้ำคลองสองด้านใต้ ถนนพหลโยธิน 54/1 เขตสายไหม ชุมชนดาวทอง คลองบ้านใหม่ ถนนเทิดราชัน เขตดอนเมือง และท่าเรือเขียวไข่กา ถนนอำนวยสงคราม เขตดุสิต ซึ่งเป็นพื้นที่ประสบภัยน้ำท่วมปี 2554
นายสัญญา ชีนิมิตร รองปลัดกรุงเทพมหานคร (กทม.) กล่าวรายงานสถานการณ์ว่า ขณะนี้พื้นที่ดังกล่าวยังไม่พบปัญหา กทม.ยังสามารถช่วยรับน้ำจากจังหวัดปริมณฑลโดยรอบได้วันละ 3-4 ล้านลูกบาศก์เมตร (ลบ.ม.) ต่อวัน โดยจุดประตูระบายน้ำคลองสองด้านใต้ช่วยระบายน้ำที่มาจากคลองรังสิตวันละ 240,000 ลบ.ม. ขณะนี้ได้ยกระดับประตูระบายน้ำที่ 50 ซม. หากมีความจำเป็นต้องช่วยระบายน้ำเพิ่มขึ้น กทม.จะพิจารณาเปิดประตูให้มีความเหมาะสม
ส่วนการเตรียมความพร้อมรองรับระดับน้ำแม่น้ำเจ้าพระยาที่เพิ่มสูงขึ้นจากการระบายจากเขื่อนด้านบนและการหนุนสูงของน้ำทะเลในสัปดาห์หน้า กทม.ได้ประสานข้อมูลกับคณะกรรมการบริหารจัดน้ำและอุทกภัย (กบอ.) อย่างใกล้ชิด เพื่อให้จัดการน้ำไปในทิศทางเดียวกันไม่ให้ส่งผลกระทบต่อประชาชน ขณะนี้ปริมาณน้ำแม่น้ำเจ้าพระยาไหลเข้าพื้นที่กทม.อยู่ที่ 2,300 ลบ.ม.ต่อวินาที กทม.ยังสามารถรับน้ำช่วยระบายได้
"กทม.ยินดีที่จะดำเนินการเพื่อแก้ปัญหาต่างๆ ตามที่รัฐบาลได้ประสานงานมา แต่การบริหารจัดการน้ำต้องขึ้นอยู่กับสถานการณ์ฝนที่ตกในพื้นที่กรุงเทพฯ และสถานการณ์น้ำในจุดต่างๆ ต้องอยู่ในระดับที่พื้นที่กทม.สามารถควบคุมได้เช่นกัน"นายสัญญา กล่าว
นายวิสาร กล่าวภายหลังลงพื้นที่ว่า กทม.ได้ร่วมมืออย่างใกล้ชิดกับจังหวัดปริมณทล เพื่อประสานข้อมูลระบายน้ำร่วมกัน โดยนายกรัฐมนตรีได้ฝากกำชับให้ทุกจังหวัดทำงานร่วมกันอย่างใกล้ชิดและทำความเข้าใจในเทคนิคการระบายน้ำ ซึ่งวันนี้ถือว่าเป็นข่าวดีที่พบว่าทุกหน่วยงานไม่มีปัญหาการทำงานเหมือนที่เคยเกิดขึ้นในปี 2554 โดยเฉพาะกทม.ที่ตกลงและยอมรับให้มีการพร่องน้ำผ่านพื้นที่ออกไปให้เร็วที่สุด โดยวิธีการต่างๆ ได้แก่ การเปิดประตูระบายน้ำ การระบายน้ำผ่านอุโมงค์ยักษ์อย่างเต็มที่และการพร่องน้ำในคลอง
"ยืนยันว่าจะไม่เกิดปัญหาเหมือนในปี 2554 อย่างแน่นอน และขอฝากเตือนประชาชนที่อยู่ริมแม่น้ำและคลองว่าอย่าประมาท ให้ติดตามข้อมูลข่าวสารจากทางราชการอย่างใกล้ชิด ส่วนการชดเชยเยียวยาผู้ประสบภัย นายกรัฐมนตรีได้กำชับให้ทำอย่างรวดเร็ว ประชาชนจึงไม่ต้องเป็นห่วง" นายวิสาร กล่าว



