ข่าว

'พนง.สวนสัตว์'ลุกฮือ!ประท้วงไล่'สัญชัย'

'พนง.สวนสัตว์'ลุกฮือ!ประท้วงไล่'สัญชัย'

02 ต.ค. 2556

พนักงานสวนสัตว์ 300 คนลุกฮือ ประท้วงปลด'ผอ.องค์การสวนสัตว์'ครั้งแรกในรอบ 75 ปี ชี้ทำเสียโอกาสผสมเทียม'หลินฮุ่ย'ปี 55 จี้บอร์ดเซ็นคำสั่งปลดพ้นเก้าอี้ภายใน 24 ชม.

               เมื่อเวลา 11.00 น.วันที่ 2 ต.ค.56 พนักงานองค์การสวนสัตว์ในพระบรมราชูปถัมภ์ จากสวนสัตว์ 7 แห่งทั่วประเทศ อุบลราชธานี ขอนแก่น นครราชสีมา เชียงใหม่ ชลบุรี สงขลา และสวนดุสิต จำนวนกว่า 300 คน นำโดย นายสัตวแพทย์ดร.บริพัฒน์ ศิริอรุณรัตน์ สัตวแพทย์ทีมผสมเทียมหลินปิง หมีแพนด้าที่สวนสัตว์เชียงใหม่ เป็นแกนนำ เพื่อเรียกร้องให้บอร์ดบริหารองค์การสวนสัตว์ มีคำสั่งปลดนายสัญชัย จุลมนต์ ผู้อำนวยการองค์การสวนสัตว์ คนปัจจุบัน ให้หยุดปฏิบัติหน้าที่ภายใน 24 ชั่วโมง และให้แต่งตั้งผู้รักษาการแทน พร้อมขอให้ตรวจสอบคุณสมบัตินายสัญชัยว่า ขาดคุณสมบัติของหลักเกณฑ์การสรรหา ผอ. สวนสัตว์หรือไม่ โดยถือเป็นการประท้วงให้สั่งปลด ผอ.องค์การสวนสัตว์ครั้งแรกในรอบ 75 ปีของการก่อตั้งองค์การสวนสัตว์

               ทั้งนี้ นายสัตวแพทย์ดร.บริพัฒน์ กล่าวว่า นายสัญชัย ได้รับการแต่งตั้งเป็นผอ.สวนสัตว์ตั้งแต่เดือนก.ค.2555 หรือกว่า 14 เดือน โดยขาดคุณสมบัติแต่ถูกสรรหาเข้ามาจากทางการเมือง เนื่องจากพบว่าการแต่งตั้งมีการเปลี่ยนหลักเกณฑ์คุณสมบัติเฉพาะตำแหน่งที่สำคัญกล่าวคือ ต้องเป็นข้าราชการหรือเจ้าหน้าที่ของรัฐ หรือพนักงานระดับรัฐวิสาหกิจ หรือเคยปฏิบัติงานในภาคเอกชนที่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย มีจดทะเบียนไม่น้อยกว่า 1,000 ล้านบาท และต้องดำรงตำแหน่งไม่น้อยกว่าระดับพนักงานบริหาร หรือเทียบเท่า

               นายสัตวแพทย์ดร.บริพัฒน์ กล่าวต่อว่า จากการตรวจสอบกลับพบว่า มีการแก้หลักเกณฑ์สำคัญดังกล่าวเช่น เคยดำรงตำแหน่งไม่ต่ำกว่าระดับรองผู้บริหาร เป็นต้น ซึ่งพบว่า นายสัญชัย เป็นเพียงผู้บริหารระดับหัวหน้าแผนกในกลุ่มบังคับคดี ในธนาคารแห่งหนึ่ง และหลังจากนั้นเป็นทนายอิสระ และเข้ามาเป็นที่ปรึกษาให้กับนายดำรงค์ พิเดช อดีตอธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืช ดังนั้น ในภาพรวมจึงถือว่าขาดคุณสมบัติของผู้บริหารที่กำหนดไว้ แต่กลับมีการเปลี่ยนเงื่อนไข เพื่อเอื้อให้นายสัญชัยเข้ามารับตำแหน่งที่นี่ได้ ทำให้นายสัญชัยไม่มีความรู้ความสามารถในเรื่องการบริหารธุรกิจ และไม่มีวิสัยทัศน์ที่จะทำให้สวนสัตว์ของไทยเป็นผู้นำด้านมาตรฐานสวนสัตว์ของอาเซียน ตามนโยบายของคณะกรรมการองค์การสวนสัตว์ฯ ในขณะเดียวกันเป็นผู้บริหารที่ไม่สนใจในเรื่องของการพัฒนาบุคลากรขององค์กร ทั้งๆที่ควรสนใจเรื่องภารกิจหลักขององค์กร การศึกษาวิจัยสัตว์ป่าหายาก แต่กลับไปสนใจเรื่องการจัดซื้อจัดจ้างเพื่อนำมาไว้ภายใต้อำนาจของตน ซึ่งถือว่าไม่คุ้มค่ากับเงินเดือน 2 แสนที่นายสัญชัย ได้รับ

               " การทำงาน 14 เดือนของนายสัญชัย ส่งผลกระทบหลายส่วน โดยเฉพาะความล่าช้าในการใช้งบประมาณ ซึ่งการอนุมัติงบของสวนสัตว์ต่างจังหวัดก็ต้องมาเซ็นอนุมัติที่ส่วนกลาง และสำคัญที่สุดคือ การเสียโอกาสในการผสมเทียมหลินฮุ่ย ในปี 2555 เนื่องจากไม่ได้รับอนุมัติจากนายสัญชัย และแม้การผสมเทียมหลินฮุ่ยครั้งล่าสุดเมื่อ 28-29 ก.ย.นี้ ก็เกือบพลาดโอกาส จนกระทั่งทีมวิจัยต้องขอให้สถานทูตจีนออกหนังสือรับรองว่าทีมวิจัยไทยสามารถดำเนินการผสมเทียมหลินฮุ่ยได้โดยไม่ต้องมีผู้เชี่ยวชาญจากจีน อย่างไรก็ตาม เราคาดหวังว่าบอร์ดจะพิจารณาข้อเรียกร้องของพนักงานและมีคำสั่งปลดนายสัญชัย แต่หากยังไม่ฟังเสียงพนักงานทั้ง 1,000 รายจะรวมล่ารายชื่อ และเตรียมเคลื่อนไหวและยกระดับการชุมนุมเรียกร้องในโอกาสต่อไป อย่างไรก็ตาม ยืนยันว่าการมาเรียกร้องชุมนุมครั้งนี้ไม่มีใครมาหนุนหลัง แต่เป็นผลจากการบริหารงานที่ขาดวิสัยทัศน์ของนายสัญชัยเอง " นายสัตวแพทย์ดร.บริพัฒน์ กล่าว

               ผู้สื่อข่าวรายงานว่า การแต่งดำชุมนุมประท้วงปลดนายสัญชัย ในครั้งนี้ถือเป็นครั้งแรกในรอบ 75 ปีของการก่อตั้งองค์การสวนสัตว์ในพระบรมราชูปถัมภ์ โดยมีกลุ่มพนักงานที่ประกอบด้วยสัตวแพทย์กว่า 30 ราย และพนักงานระดับปฏิบัติ ได้เดินขบวนพร้อมกับถือป้ายที่มีข้อความต่างๆ พร้อมทั้งนำป้ายผ้าสีขาวขนาดใหญ่มาติดที่ประตูสวนสัตว์ดุสิต ฝั่งตรงข้ามรัฐสภา ท่ามกลางความสนใจของนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทย ชาวต่างชาติ และคณะครูและนักเรียนที่พาเด็กๆมาเที่ยวแต่ก็ไม่ได้สร้างผลกระทบหรือตื่นตกใจ

               ด้านนายสัญชัย ให้สัมภาษณ์ว่า การเข้ามาทำงานที่องค์การสวนสัตว์ผ่านการคัดเลือกจากคณะกรรมการสรรหาอย่างถูกต้อง ซึ่งมีคนมาสมัครจำนวน 3 คน แต่ตนได้รับการคัดเลือก ทั้งนี้ ยืนยันว่าไม่ได้มาจากการสนับสนุนจากสายการเมืองแต่อย่างใด ทั้งนี้ ยอมรับว่าถึงจะไม่มีประสบการณ์ทำงานด้านสัตว์ป่า แต่มีประสบการณ์ทำงานบริหาร ซึ่งบทพิสูจน์คือ การทำของของตนส่งผลให้องค์การสวนสัตว์มีผลกำไรเพิ่มขึ้น 12% มากกว่าในช่วงที่นายภิมุข สิมะโรจน์ อดีตผอ.สวนสัตว์ฯคนก่อน และยังทำให้สวนสัตว์ได้รับรางวัลเหรียญบรอนซ์ จากงานวิจัยสิ่งประดิษฐ์คิดค้น หรือนวัตกรรม นานาชาติ ณ เมืองเจนีวาสวิสเซอร์แลนด์

               "การที่มีคนเพียงกลุ่มหนึ่งลุกขึ้นมาคัดค้านครั้งนี้ เกิดจากการเสียประโยชน์ในบางเรื่องที่ผมเข้าไปเหยียบตาปลาของเขา บางคนทำสัตว์ตายแต่จะมาปกปิดข้อมูลเพราะมีการสนับสนุนจากคนบางคน เรื่องนี้ผมพร้อมชี้แจง" นายสัญชัย กล่าว

               เมื่อถามว่า จะตัดสินใจลาออกหรือไม่ เนื่องจากพนักงานให้เวลาบอร์ดสวนสัตว์แค่ 24 ชั่วโมง นายสัญชัย กล่าวว่า จะไม่ลุกจากตำแหน่งเพราะถือว่าได้รับการแต่งตั้งมาอย่างชอบธรรม แต่จะไม่ยอมให้ถูกข้อเรียกร้องที่ไม่เป็นธรรมมากดดัน อีกทั้งหากจะลาออกจริงๆ เกิดจากเงื่อนไขความสมัครใจของตัวเองเท่านั้น คือ ท้อถอยต่อการทำหน้าที่ อย่างไรก็ตาม พร้อมเข้าชี้แจงกับผู้ใหญ่ของกระทรวง และบอร์ดบริหาร เพราะถือว่าตนไม่ได้ทำอะไรที่เสียหายต่อองค์กรนี้

               ​ ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ก่อนหน้านี้เมื่อ 1 เดือนก่อน พนักงานองค์การสวนสัตว์ เคยยื่นหนังสือต่อนายวิเชษฐ์ เกษมทองศรี รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ทส.) เพื่อให้ตรวจคุณสมบัติตามหลักเกณฑ์การแต่งตั้งผู้อำนวยการองค์การสวนสัตว์ รวมทั้งสอบถามถึงเรื่องดังกล่าวกับคณะกรรมการองค์การสวนสัตว์ แต่ไม่ได้รับคำตอบหรือคำอธิบายใดๆ จึงรวมตัวประท้วงในครั้งนี้โดยมีการนำเอกสารแถลงการณ์ปัญหาการบริหารของนายสัญชัย มาเผยแพร่ ได้แก่

               1. การเลื่อนระดับพนักงานล่าช้าใช้เวลา 6 เดือน หลังจากสิ้นปีงบประมาณซึ่งไม่เคยปรากฏมาก่อน

               2.บรรจุพนักงานไม่ตรงตามตำแหน่ง อาศัยอำนาจบรรจุพนักงานตามความใกล้ชิด

               3. ไม่สนับสนุนภารกิจหลักขององค์การสวนสัตว์ คือ การศึกษาและวิจัยสัตว์ป่าหายาก กลับมองแต่เรื่องอำนาจของการจัดซื้อจัดจ้างของทุกสวนสัตว์กลับคืนมาอยู่ในอำนาจของตัวเอง ไม่มีการกระจายอำนาจตามหลักการปกครอง ทำให้การบริหารจัดการสวนสัตว์ทั่วประเทศไม่สามารถบริหารจัดการได้อย่างมีประสิทธิภาพ จึงทำให้การจัดซื้อจัดจ้างล่าช้าไม่สามารถใช้งบประมาณได้ตามแผนงบประมาณ

               4. ยกเลิกการจัดฝึกอบรมที่เกี่ยวข้องกับภารกิจองค์การสวนสัตว์ แต่กลับเร่งรัดให้จัดอบรมพริตตี้ โดยคัดเลือกพนักงาน ลูกจ้างผู้หญิงเข้าฝึกอบรมโดยไม่อิงเนื้องานตามสายงาน

               5. ผลงานที่ผู้อำนวยการองค์การสวนสัตว์นำเสนอกับคณะกรรมการองค์การสวนสัตว์เพื่อประเมินผลงานนั้น ก็เป็นการสั่งพนักงานองค์การสวนสัตว์จัดทำขึ้นให้สอดคล้องกับแผนงานขององค์การสวนสัตว์ที่กำหนดไว้แล้ว ซึ่งล้วนแล้วแต่เป็นงานประจำที่พนักงานต้องทำเป็นปกติ ไม่มีผลงานอันเกิดจากวิสัยทัศน์ของผู้นำให้เป็นที่ประจักษ์