ข่าว

'ประชา'สั่งตร.ดูแลปชช.ในพื้นที่น้ำท่วม

'ประชา'สั่งตร.ดูแลปชช.ในพื้นที่น้ำท่วม

02 ต.ค. 2556

'ประชา' สั่งตำรวจดูแลความปลอดภัยของปชช.ในพื้นที่น้ำท่วม ชี้ปราบมาเฟียเก็บส่วยเป็นภารกิจสำคัญ ยันจนท.ทำผิดกม.ต้องรับโทษ ปัดตอบรับนโยบาย 'ทักษิณ'

 

                         2 ต.ค.56 พล.ต.อ.ประชา พรหมนอก รองนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงการช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยในพื้นที่ต่างๆว่า ได้กำชับให้สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (สตช.) ส่งกำลังตำรวจในพื้นที่และตำรวจตระเวนชายแดนเข้าช่วยเหลือประชาชนที่ประสบอุทกภัย พร้อมประสานกำลังทหารในพื้นที่ที่ดูแลประชาชนช่วยเหลือเพิ่มเติม โดยผู้บัญชาการทหารบกได้ส่งทหารช่วยเหลือประชาชนที่ประสบอุทกภัยจำนวนมาก ในส่วนของตำรวจเข้าช่วยเสริมในการกั้นถนน ยกสิ่งของ รักษาแนวกัดเซาะริมตลิ่ง และดูแลความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์ของประชาชน เพื่อป้องกันการซ้ำเติมประชาชนที่ประสบอุทกภัยในครั้งนี้ด้วย

                         ส่วนกรณีที่มีประชาชนบางส่วนห่วงบ้านเรือนไม่ยอมเข้ามาอยู่ในศูนย์พักพิงชั่วคราวนั้น ได้ประสานผู้ว่าราชการจังหวัดแต่ละพื้นที่นำสิ่งของ อาหาร และน้ำดื่มไปแจกจ่ายให้ที่บ้านเรือนแล้ว

 

'ประชา' ชี้ปราบมาเฟียเก็บส่วยเป็นภารกิจสำคัญ

 

                         พล.ต.อ.ประชา พรหมนอก รองนายกฯ กล่าวถึงกรณีที่พล.ต.ท.คำรณวิทย์ ธูปกระจ่าง ผบ.ช.น.เข้าพบพล.อ.นิพัทธ์ ทองเล็ก ปลัดกระทรวงกลาโหม ในวันนี้ (2 ต.ค.) ว่า เป็นเพียงการหารือเกี่ยวกับการใช้เทคโนโลยีในการรักษาความปลอดภัยประชาชนร่วมกันของตำรวจและทหาร เพื่อประโยชน์ของประชาชนเกี่ยวกับการประสานงานช่วยเหลือประชาชน

                         ผู้สื่อข่าวถามถึงกรณี พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ได้โพสข้อความในเฟซบุ๊คว่า มอบนโยบายให้พล.ต.อ.อดุลย์ แสงสิงแก้ว ผบ.ตร.ให้ดำเนินการปราบปรามมาเฟียส่วยท่องเที่ยว และเรียกเก็บส่วย พล.ต.อ.ประชา กล่าวว่า เป็นเรื่องที่กำชับกันอยู่แล้ว ได้มีการระมัดระวังอยู่แล้ว เจ้าหน้าตำรวจต้องไม่ทำในทางที่ไม่ถูกต้องเพราะเป็นความเดือดร้อนของประชาชน หากทำผิดก็ต้องลงโทษ ส่วนเรื่องบ่อนก็ต้องกวดขันไป จะต้องทำให้ดีที่สุด และต้องชมเชย ผบ.ตร. เพราะปฏิบัติงานเพื่อประชาชนและประเทศชาติ

                         พล.ต.อ.ประชา กล่าวต่อว่า เรื่องการปราบปรามมาเฟียนั้น เป็นภารกิจสำคัญอยู่แล้ว เราก็ต้องพยายามระงับยับยั้งให้ได้เรื่องผลประโยชน์ธุรกิจผิดกฎหมาย เจ้าหน้าที่ตำรวจจะต้องเป็นแบบอย่างในการปฏิบัติตนที่ดี ต้องไม่เกี่ยวข้องกับสิ่งต่างๆ เหล่านี้ ผู้บังคับบัญชาต้องเป็นแบบอย่างที่ชัดเจน ส่วนพวกที่เอากฎหมายมาหาประโยชน์เรื่องนี้ต้องแก้กันไป แต่ถ้าตำรวจทำผิดกฎหมายก็ต้องดำเนินการตามกฎหมาย ถ้าทำผิดวินัยก็ต้องดำเนินการตามวินัย

                         เมื่อถามว่า พล.ต.อ.ทักษิณ ได้มอบนโยบายให้ พล.ต.อ.ประชา ด้วยหรือไม่ พ.ต.อ.ประชา ปฏิเสธที่จะตอบคำถามดังกล่าว

                         ขณะที่ พล.ต.อ.อดุลย์ แสงสิงแก้ว ผบ.ตร. แต่ระบุว่า ตนได้รับนโยบายเรื่องส่วยท่องเที่ยวจากนายกฯ แต่ไม่ได้คุยกับพ.ต.ท.ทักษิณ

 

'ประชา' ย้ำอยู่ระหว่างทบทวนข้อเสนอ 'บีอาร์เอ็น'

 

                         พล.ต.อ.ประชา พรหมนอก รองนายกรัฐมนตรีฝ่ายความมั่นคง กล่าวถึงการพูดคุยกับกลุ่มบีอาร์เอ็นอีกครั้งในช่วงสัปดาห์ที่ 3 ของเดือนตุลาคมนี้ ว่า ขณะนี้มีการพูดคุยกันอยู่เกี่ยวกับ 5 ข้อเสนอของกลุ่มบีอาร์เอ็น ในส่วนของไทยมีข้อสรุปบ้างแล้ว ซึ่งประเด็นข้อเสนอที่เห็นสอดคล้องกันสามารถเดินหน้าต่อได้ แต่ประเด็นข้อที่เห็นแตกต่างกันอยู่ระหว่างทบทวนทั้ง 2 ฝ่าย เพื่อให้สามารถเดินหน้าการพูดคุยสันติภาพร่วมกันต่อได้และเกิดความต่อเนื่อง

 

'ประชา' บันทึกเทปวันตำรวจ หนุน 'สิทธิพิเศษ' สวัสดิการสีกากี

 

                         พล.ต.อ.ประชา พรหมนอก กล่าวภายหลังการบันทึกเทปเนื่องในวันตำรวจแห่งชาติ ว่า ตนให้กำลังใจกับเจ้าหน้าที่ตำรวจทุกคน เพื่อให้มีความมุ่งมั่นในการรักษาความปลอดภัยให้ประเทศชาติ โดยเฉพาะตำรวจในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ เพราะอยู่ในพื้นที่ที่อันตราย ส่วนเรื่องสิทธิพิเศษ สวัสดิการ ที่ตำรวจควรจะได้รับหรืออุปกรณ์ต่างๆ ที่ทำให้งานมีประสิทธิภาพมากขึ้นก็พร้อมสนับสนุน ส่วนเรื่องการชุมนุมที่นิยมใช้วิธีการปิดถนนนั้น รองนายกฯ กล่าวว่า เกิดจากความเห็นต่าง แต่หากเกิดขึ้นต้องพูดคุยกัน

                         อย่างไรก็ตาม บางอย่างต้องทำเชิงรุก เช่น การเรียกร้องของเกษตรกรต้องรีบคุยกันก่อนในเบื้องต้น จึงจะรักษาประโยชน์ให้ประสานกันระหว่างเกษตรกรและประโยชน์เชิงพาณิชย์

                         ขณะที่พล.ต.อ.อดุลย์ แสงสิงแก้ว ผบ.ตร. กล่าวเสริมว่า สถิติการก่อเหตุรุนแรงในพื้นที่ภาคใต้นั้น ลดลงจากปีที่ผ่านมาอย่างชัดเจน ส่วนเรื่องการก่อสร้างโรงพักทดแทนนั้น ผบ.ตร.ดำเนินการเต็มที่อยู่แล้ว แต่การที่ดำเนินการโดยผู้รับเหมาเจ้าเดียวเป็นไปไม่ได้อยู่แล้ว ต้องกระจายออกไปแต่ละแห่ง ผู้ที่ทำความผิดก็ต้องลงโทษ ซึ่งได้มีการส่งเรื่องไปแล้ว โดยกรมสอบสวนคดีพิเศษได้สอบสวนไปเรียบร้อยแล้วและส่งไปยัง ป.ป.ช.แล้ว