ข่าว

'ศศิน'ลั่น!'ไม่มีอะไรที่ต้องกลัว'

'ศศิน'ลั่น!'ไม่มีอะไรที่ต้องกลัว'

02 ต.ค. 2556

'สุพจน์' ยอมรับรายงาน EHIA เขื่อนแม่วงก์ไม่สมบูรณ์ เล็งเชิญ'ศศิน-นักวิชาการ'ไม่มีธง NO DAM ร่วมเสนอข้อมูลด้านระบบนิเวศน์ ด้าน 'ศศิน' ตอบรับเข้าร่วม

                2 ต.ค. 56 ในการประชุมคณะกรรมาธิการพัฒนาการเมือง การสื่อสารมวลชน และการมีส่วนร่วมของประชาชน สภาผู้แทนราษฎร ที่มีนายศุภชัย ศรีหล้า ส.ส.อุบลราชธานี พรรคประชาธิปัตย์ เป็นประธานกรรมาธิการฯ ได้เชิญ นางรตยา จันทรเทียร ประธานมูลนิธิสืบนาคะเสถียร, นายศศิน เฉลิมลาภ เลขาธิการมูลนิธิสืบนาคะเสถียร และนายสุพจน์ โตวิจักษณ์ชัยกุล รองปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ในฐานะเลขาธิการสำนักงานนโยบายและบริหารจัดการน้ำและอุทกภัยแห่งชาติ (สบอช.) ในฐานะตัวแทนของนายปลอดประสพ สุรัสวดี รองนายกฯ ในฐานประธานคณะกรรมการบริหารจัดการน้ำและอุทกภัย (กบอ.) เข้าชี้แจงกรณีที่กรรมาธิการฯ ได้มีการพิจารณาการมีส่วนร่วมของประชาชนต่อกระบวนการจัดทำรายงานการวิเคราะห์ผลกระทบสิ่งแวดล้อมสำหรับโครงการหรือกิจการที่อาจก่อให้เกิดผลกระทบต่อชุมชนอย่างรุนแรงทางด้านคุณภาพสิ่งแวดล้อม, ทรัพยากรธรรมชาติ และสุขภาพ (EHIA) กรณีโครงการเขื่อนแม่วงก์

               โดยนายศศิน ระบุว่า กระบวนการจัดทำรายงานอีเอชไอเอเขื่อนแม่วงก์มีความไม่สมบูรณ์และรับฟังความเห็นไม่รอบด้าน กระบวนการจัดทำที่ผ่านมา ทราบว่ามีการประชุมจำนวน 4 ครั้ง โดยได้เชิญตนเข้าร่วมจำนวน 2 ครั้ง แต่ไม่สามารถแสดงความเห็นโต้แย้งได้ เพราะมีความรู้สึกกลัว เนื่องจากการจัดการรับฟังความเห็นดังกล่าวมีการนำประชาชนมาชุมนุมเพื่อสนับสนุนการสร้างเขื่อนแม่วงก์อยู่หน้าเวทีจัดงาน และเมื่อรายงานอีเอชไอเอของกรมชลประทานแล้วเสร็จ ตนในฐานะผู้ที่ร่วมประเมินพบว่ามีความไม่สมบูรณ์ของรายงาน เนื่องจากไม่ได้ระบุในด้านความสมบูรณ์ของระบบนิเวศน์วิทยา อีกทั้งพบว่าในการประเมินรายงานอีเอชไอเอ ในส่วนของสำนักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (สผ.) ที่มีการเปลี่ยนตัว นายอุทิศ กุฏอินทร์ และนายสมศักดิ์ โพธิสัตย์ ออกจากการเป็นกรรมการทำให้เชื่อว่ามีการเมืองเข้ามาแทรกแซง

               “จากการเดินเท้า 388 กิโลเมตร พบว่ามีคนในพื้นที่ เช่น เทศบาลตำบลลาดยาว จ.นครสวรรค์ กลุ่มหนึ่งที่สนับสนุนการเดินเท้าเพื่อประท้วงตามระบอบประชาธิปไตย และไม่เอาเขื่อน ดังนั้นจึงพบว่ายังมีประชาชนที่มีความเห็นคัดค้านการสร้างเขื่อนแม่วงก์อยู่ในพื้นที่ ทั้งนี้ผมไม่ได้คัดค้านระบบบริหารจัดการน้ำในพื้นที่ แต่ทำไมจึงไม่เลือกที่จะทำวิธีอื่นที่ดีกว่าการสร้างเขื่อน” นายศศิน กล่าว

               ขณะที่นายสุพจน์ ยืนยันว่า การสร้างเขื่อนแม่วงก์ไม่สามารถแก้ไขน้ำท่วมได้ 100 เปอร์เซ็นต์ แต่ต้องมีการดำเนินการอย่างเป็นระบบทั้งต้นน้ำ กลางน้ำ และปลายน้ำ โดยเขื่อนแม่วงก์ถือเป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้ระบบแก้ปัญหาน้ำท่วมมีความสมบูรณ์ อย่างไรก็ตาม รายงานอีเอชไอเอของกรมชลประทาน ที่ได้มีการนำเสนอต่อ สผ. ขณะนี้ยังอยู่ระหว่างการพิจารณาของผู้เชี่ยวชาญ ทั้งนี้ เมื่อมีการท้วงติงเรื่องข้อมูลของนายศศิน ทำให้คณะผู้เชี่ยวชาญ เตรียมเชิญนายศศิน ที่ถือเป็นนักวิชาการที่มีเหตุและผล ไม่ได้ปักธง No Dam อย่างเดียว, ประชาชนที่ได้รับผลกระทบมาให้ข้อมูลที่ไม่สมบูรณ์ อย่างไรก็ตามแม้ว่าทางคณะรัฐมนตรี (ครม.) จะอนุมัติหลักการการสร้างเขื่อนแม่วงก์ พร้อมกรอบวงเงินและระยะเวลาดำเนินการแล้ว แต่ขณะนี้ยังไม่สามารถเริ่มกระบวนการได้ เพราะต้องรอรายงานอีเอชไอเอก่อน

               นายศศิน กล่าวในตอนท้ายว่า ตนยินดีเข้าร่วมในการให้ข้อมูลด้านระบบนิเวศน์วิทยากับ สผ. แต่ขอให้เป็นไปในนามเครือข่ายอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม

               ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในการประชุมกรรมาธิการฯ ได้ซักถามในหลายประเด็น อาทิ กรณีที่ช่อง 9 ระงับการออกอากาศ รายการคนค้นฅน ตอนของนายศศิน และความกลัวต่อภัยที่จะมาถึง ซึ่งนายศศิน กล่าวว่า ตนไม่ทราบการระงับการออกอากาศดังกล่าว แต่ก่อนที่จะมีการระงับการออกอากาศ ช่วงเสาร์ ที่ 28 ก.ย.ที่ผ่านมา ทางทีมงานของบริษัท ทีวีบูรพา ได้แจ้งว่า ทางกองเซ็นเซอร์ได้มีการตรวจสอบอย่างละเอียดและเข้มงวดมากถึง 2 ครั้ง โดยตนไม่ทราบถึงเหตุผล ส่วนเรื่องความกลัว ไม่ต้องห่วง เพราะปัจจุบันมีคนจำนวนมากที่มาร่วมเป็นเครือข่ายอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม โดยตนจะไม่เป็นเหมือน นายสืบ นาคะเสถียร นักอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม ที่ยิงตนเองเสียชีวิตอย่างแน่นอน ส่วนภัยทางการเมืองนั้นยอมรับว่า ตอนแรกตนกลัว แต่หลังจากที่ตัดสินใจเดินประท้วงระยะทาง 388 กม.นั้น ตนไม่มีอะไรที่ต้องกลัวแล้ว

               ในกรรมาธิการได้มีการตั้งข้อสังเกตด้วยว่า ช่วงที่ ครม.ได้เห็นชอบในหลักการการสร้างเขื่อนแม่วงก์ คือ วันที่ 10 เม.ย.55 พร้อมงบประมาณดำเนินการ 1.3 หมื่นล้านบาท, ใช้เวลาก่อสร้าง 8 ปี แต่ตามข้อมูลของนายศศิน พบว่า ทางกรมชลประทานฯ ได้ตีกลับรายงานอีเอชไอเอ เมื่อวันที่ 12 ธ.ค.55 ดังนั้นหมายความว่า ครม.ได้เห็นชอบหลักการการสร้างเขื่อนโดยไม่มีผลรายงานอีเอชไอเอ ซึ่งถือว่ารัฐบาลทำไม่ถูกต้อง