
'ฝ่ายค้าน'จี้'นายกฯ'ขอคืนร่างแก้รธน.ที่มาสว.
'ปธ.วิปฝ่ายค้าน' จี้ 'นายกฯ' กราบบังคมทูลขอคืนร่างแก้ไขรธน.ที่มาส.ว. ไม่หวั่น 'พท.' ใช้ประมวลกฎหมายอาญา ม.157 เล่นงานฐานขวางแก้รธน.
2 ต.ค.56 นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฎ์ ประธานคณะกรรมการประสานงานพรรคร่วมฝ่ายค้าน (วิปฝ่ายค้าน) กล่าวถึงกรณีที่น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี นำร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญประเด็นที่มาส.ว.ขึ้นทูลเกล้าฯ แล้วว่า ฝ่ายค้านจะทำหนังสือถึงนายกฯภายในสัปดาห์นี้ เพื่อขอให้นายกฯ กราบบังคมทูลขอคืนเรื่องดังกล่าวกลับมา ทั้งนี้ ควรรอผลการวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญออกมาก่อน อีกทั้งนายกฯได้รับทราบแล้วว่ามีฝ่ายค้านและส.ว.ยื่นเรื่องคัดค้านตามมาตรา 68 และ 154 ของรัฐธรรมนูญไว้แล้ว
นอกจากนี้ อยากให้ประธานรัฐสภาเร่งส่งเรื่องที่ฝ่ายค้านเสนอให้นายกฯ ชะลอการทูลเกล้าฯ ตามมาตรา 154 ไปให้นายกฯ โดยด่วนด้วย หากยังดึงเรื่อง ปฏิบัติเป็น 2 มาตรฐาน ก็เสี่ยงที่จะทำผิดรัฐธรรมนูญเสียเอง โดยเมื่อนายกฯ ได้รับเรื่องแล้ว แม้จะมีการทูลเกล้าฯ ไปแล้วก็ยังมีเวลาที่จะดึงเรื่องกลับมาได้ ซึ่งที่ผ่านมานายกฯ รับทราบมาโดยตลอดว่ามีการยื่นเรื่องคัดค้าน แต่กลับมีพฤติกรรมเร่งรัดการทูลเกล้าฯ ทั้งที่ควรใช้ดุลพินิจก่อน เนื่องจากกฎหมายกำหนดให้ทูลเกล้าฯ ภายใน 20 วันหลังจากรัฐสภาลงมติวาระ 3 จึงถือว่ายังมีเวลาในการพิจารณา แต่การที่นายกฯ ทำเช่นนี้เท่ากับไม่สำเหนียกในเสียงคัดค้าน หากเกิดอะไรขึ้นนายกฯ ต้องรับผิดชอบ จะอ้างว่าฝ่ายบริหารและฝ่ายนิติบัญญัติแยกออกจากกันไม่ได้ เพราะนายกฯ ก็มาจากส.ส. มาจากสภาผู้แทนราษฎร จึงต้องรับผิดชอบในสภาฯด้วย
ผู้สื่อข่าวถามว่า หากมีการโปรดเกล้าฯ ร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญแต่ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยว่าการแก้ไขรัฐธรรมนูญครั้งนี้ขัดรัฐธรรมนูญจะเกิดปัญหาเดทล็อคทางการเมืองหรือไม่ นายจุรินทร์ กล่าวว่า คงไม่เกิด ถ้าเป็นเช่นนั้นร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญก็จะตกไป ที่ผ่านมาเคยมีตัวอย่างกฎหมายถึง 4 ฉบับที่มีผลบังคับไปแล้วแต่ศาลรัฐธรรมนูญมาวินิจฉัยว่าขัดรัฐธรรมนูญในภายหลัง ซึ่งร่างกฎหมายดังกล่าวก็ถือว่าเป็นโมฆะไปโดยปริยาย
ส่วนกรณีที่พรรคเพื่อไทยขู่ว่าจะใช้ประมวลกฎหมายอาญามาตรา 157 ดำเนินคดีกับฝ่ายค้านฐานขัดขวางการการปฏิบัติหน้าที่ของสภาฯ นั้น นายจุรินทร์ กล่าวว่า พรรคเพื่อไทยสามารถพูดได้แต่ฟังไม่ขึ้น ยืนยันว่าฝ่ายค้านไม่ได้ทำอะไรผิด หรือกระทำการขัดรัฐธรรมนูญ การเห็นด้วยหรือไม่เห็นด้วยเป็นสิทธิที่ทำได้ และเป็นการดำเนินการตามกรอบของกฎหมาย การพูดเช่นนี้ถือเป็นการข่มขู่คุกคามฝ่ายค้าน และไม่อยากให้มีการกดดันศาลรัฐธรรมนูญ ควรปล่อยให้ศาลทำหน้าที่ตามกรอบของกฎหมาย
ทวงโควต้า 'ปธ.กมธ.' หลัง 'สส.พท.-ภท.' ลดลง 2 ที่นั่ง
ในการประชุมสภาผู้แทนราษฎร เมื่อเวลา 17.30 น. นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ ประธานคณะกรรมการประสานงานพรรคร่วมฝ่ายค้าน (วิปฝ่ายค้าน) หารือต่อที่ประชุมสภาฯ เพื่อขอให้พรรคเพื่อไทยและพรรคภูมิใจไทย เรียกประชุมพรรคการเมือง เพื่อพิจารณาคืนตำแหน่งประธานกรรมาธิการสามัญประจำสภาฯ และกรรมาธิการฯ หลังจากที่พบว่าสัดส่วนส.ส.ของทั้ง 2 พรรค ลดลงพรรคละ 1 ที่นั่ง รวมเป็น 2 ที่นั่ง โดยนายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่ 1 ซึ่งทำหน้าที่เป็นประธานในที่ประชุม ระบุว่าในวันที่ 3 ต.ค.นี้ ตนจะเชิญเจ้าหน้าที่เพื่อคำนวณสัดส่วน ส.ส.ใหม่ และจะเชิญตัวแทนของแต่ละพรรคการเมืองมาหารือ



