
'เต้น'แนะรัฐสภาถกข้อตกลงเอฟทีเอไทย-ชิลี
'ณัฐวุฒิ' เสนอที่ประชุมรัฐสภาร่วม พิจารณาร่างข้อตกลงเอฟทีเอไทย-ชิลีเร่งด่วน อ้างผู้นำ 2 ประเทศเตรียมลงนาม 4 ต.ค.นี้
2 ต.ค.56 ที่ประชุมร่วมกันของรัฐสภา ครั้งที่ 12 (สมัยสามัญทั่วไป) ได้มีการเพื่อพิจารณาเรื่องด่วน เกี่ยวกับหนังสือบันทึกการหารือ บันทึกความเข้าใจ บัณทึกข้อตกลง พิธีสารและสนธิสัญญาระหว่างประเทศ ตามมาตรา 190 จำนวน 26 ฉบับ โดยพรรคเพื่อไทยได้มีการเสนอเรื่อง ร่างกรอบการเจรจาความตกลงการค้าเสรีระหว่างไทยกับสมาคมการค้าเสรีแห่งยุโรป (EFTA) ซึ่งอยู่ในอันดับที่ 22 และเรื่องความตกลงการค้าระหว่างรัฐบาลแห่งสาธารณรัฐชิลีและรัฐบาลแห่งราชอาณาจักรไทยและเอกสารที่เกี่ยวข้อง และการแก้ไขความคลาดเคลื่อนในตารางข้อผูกพันการเปิดตลาดสินค้าของไทย ซึ่งอยู่ในลำดับที่ 25 ได้เลื่อนขึ้นมาพิจารณาก่อน จากเดิมที่มีการบรรจุระเบียบวาระ ในเรื่องการรับทราบการทบทวนแหล่งเงินกู้สำหรับโครงการรถไฟฟ้าสายสีม่วง (บางใหญ่-บางซื่อ) ระยะที่ 3
นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์ ได้ขึ้นกล่าวต่อที่ประชุมถึงเหตุผลต้องหยิบยกเรื่องความตกลงการค้าระหว่างรัฐบาลแห่งสาธารณรัฐชิลีและรัฐบาลแห่งราชอาณาจักรไทยและเอกสารที่เกี่ยวข้อง ซึ่งถูกแปลเป็น 3 ภาษา คือ ไทย อังกฤษ และสเปน ขึ้นพิจารณาก่อน เนื่องจากผู้นำชิลีจะเยือนประเทศไทยอย่างเป็นทางการ ในฐานะแขกของรัฐบาล วันที่ 4 ตุลาคมนี้ และในวันเดียวกันนี้ นายกรัฐมนตรีกับประธานาธิบดีชิลี จะลงนามข้อตกลงดังกล่าว โดยที่ประธานาธิบดีชิลีมีความประสงค์ที่จะลงนามเอกสารข้อตกลงที่ได้ร่างฉบับภาษาสเปนด้วย นอกเหนือจากเอกสารที่ร่างเป็นภาษาอังกฤษ และภาษาไทย
ทั้งนี้ เอกสารฉบับภาษาสเปนได้แปลจากต้นฉบับภาษาอังกฤษ รวมทั้งการดำเนินการใดๆ จะยึดถือตามฉบับภาษาอังกฤษเป็นหลัก โดยประโยชน์ที่ไทยจะได้รับจากการทำข้อตกลงนี้ จะทำให้ปริมาณการค้าระหว่างมากขึ้น และขยายโอกาสกับนักธุรกิจไทย โดยที่ชิลีเป็นประเทศที่มีโดดเด่นทางการค้าในอเมริกาใต้ และเป็นคู่ค้าที่สำคัญของไทยเป็นอันดับ 3 รองลงมาจากเปรู และอาร์เจนตินา
ขณะที่นายอลงกรณ์ พลบุตร ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ กล่าวต่อที่ประชุมว่า รัฐบาลมักจะนำเรื่องการทำหนังสือข้อตกลง ที่จะต้องมีลงนามในเร็วๆ นี้ เข้าสู่การพิจารณารัฐสภา ตามมาตรา 190 ได้พิจารณาให้ความเห็นชอบอย่างเร่งด่วน ซึ่งจะเป็นอย่างนี้แทบทุกครั้งไป ทั้งที่การทำเอฟทีเอมีความสำคัญและส่งผลอย่างวงกว้าง โดยที่กระทรวงพาณิชย์จะสามารถชี้แจงได้หรือไม่ว่า ประเทศไทยจะได้ประโยชน์ และมีข้อได้หรือเสียเปรียบอย่างไร ขณะที่มีกลุ่มได้ประโยชน์ กลุ่มผู้รับผลกระทบคือใคร ก็เพื่อจะให้การเยียวยากลุ่มผู้ที่ได้รับความเสียหาย รวมทั้งหน่วยงานที่เกี่ยวข้องมีแผนปฏิบัติการในการใช้ประโยชน์จากการทำเอฟทีเอกับชิลีนี้อย่างไร



