ข่าว

'อดุลย์'ลงพื้นที่ตรวจจร.แก้รถติด!

'อดุลย์'ลงพื้นที่ตรวจจร.แก้รถติด!

02 ต.ค. 2556

'รองผบช.น.' ลงพื้นที่ตรวจจราจร ถ.แจ้งวัฒนะ พร้อมแจงผลสอบมาเฟีย เก็บค่าจอดรถทัวร์

 

                               2 ต.ค. 56  ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในช่วงเช้ามืดที่ผ่านมา  พล.ต.ต.อดุลย์ ณรงค์ศักดิ์ รองผู้บัญชาการตำรวจนครบาล (รองผบช.น.) รับผิดชอบงานด้านการจราจร ลงพื้นที่ตรวจสภาพการจราจรเส้นทางเชื่อมต่อ กทม.-ปริมณฑลฝั่งเหนือ เขตติดต่อ จ.นนทบุรี เส้นทางขาเข้าเมือง ถนนแจ้งวัฒนะ และถนนงามวงค์วาน พบว่ามีปัญหาการจราจรติดขัดช่วงทางเข้าออกเมืองทองธานี บริเวณหน้าศูนย์ราชการ และจุดขึ้นลงทางด่วน ซึ่งจะรวบรวมรายละเอียดข้อมูลปัญหาการจราจรต่างๆ ที่เกิดขึ้นไปวิเคราะห์หาแนวทางแก้ไขให้ดีขึ้นต่อไป

                               พล.ต.ต.อดุลย์ กล่าวถึงการตรวจสอบข้อมูลชายผิวคล้ำ อายุประมาณ 45 ปี ตั้งตัวเป็นมาเฟียลานพระบรมรูปทรงม้า เรียกเก็บค่าที่จอดรถทัวร์นักท่องเที่ยวต่างชาติ ที่มาเที่ยวชมความงดงามของพระที่นั่งอนันตสมาคม โดยแอบอ้างว่า เป็นคนเก็บส่วยเรียกเก็บเงินส่งให้ตำรวจท้องที่ตามที่เป็นข่าวว่า ภายหลังปรากฏเป็นข่าว ได้สั่งการให้ผู้บังคับการตำรวจนครบาล 1 ซึ่งรับผิดชอบดูแลพื้นที่ สน.ดุสิต ตรวจสอบข้อเท็จจริงในทันที ว่ามีบุคคลลักษณะดังกล่าวเรียกเก็บค่าที่จอดรถให้กับตำรวจจราจรท้องที่ สน.ดุสิต ตามที่เป็นข่าวจริงหรือไม่ หรือเป็นการแอบอ้าง พร้อมคาดโทษ หากพบว่ามีเจ้าหน้าที่ตำรวจจราจรเข้าไปมีส่วนเกี่ยวข้องจะถูกลงโทษทันที โดยให้รายงานข้อมูลข้อเท็จจริงให้ทราบโดยเร็วนั้น ล่าสุดกองบังคับการตำรวจนครบาล 1 ได้รายงานชี้แจงผลการตรวจสอบให้ทราบแล้วว่า ไม่พบข้อมูลมีการกระทำดังกล่าวแต่อย่างใด

                               รองผบช.น. กล่าวต่อว่า ช่วงเวลา 06.00 น.ที่ผ่านมา ได้ลงพื้นที่ออกตรวจการจราจรในพื้นที่ สน.ดุสิต สน.นางเลิ้ง และเส้นทางใกล้เคียงหน้าสถานที่ราชการสำคัญ รวมถึงบริเวณลานพระบรมรูปทรงม้า พบรถตู้จำนวนมากจอดอยู่ เป็นรถตู้ที่มาส่งพนักงานสาธารณะสุขจากที่ต่างๆ กว่า 70-80 คัน จอดเรียงรายอยู่ทำให้การจราจรหนาแน่น ตรวจสอบผู้ชุมนุมประมาณ 600-700 คน เคลื่อนขบวนจากลานพระบรมรูปทรงม้าไปชุมนุมประท้วงที่หน้าทำเนียบรัฐบาล เตรียมยื่นหนังสือข้อเรียกร้องนายกฯ และผู้รับผิดชอบ ให้ปรับเป็นข้าราชการโดยเร็ว โดยทยอยเดินทางมาตั้งแต่เวลา 06.00 น. สั่งการให้ตำรวจจราจรท้องที่ สน.นางเลิ้ง ดูแลความเรียบร้อยและคุมเข้มผู้ชุมนุม ไม่ให้ลุกล้ำบนผิวการจราจรกีดขวางการสัญจรไปมาของผู้ใช้รถใช้ถนน หากจำเป็นต้องผ่านเส้นทางดังกล่าว ให้หลีกเลี่ยงใช้เส้นทางอื่นแทนจะสะดวกกว่า

                               รองผบช.น. ระบุว่า นอกจากรถตู้แล้ว ยังมีรถบัสโดยสารรับส่งนักท่องเที่ยวจอดอยู่ 1 คัน บริเวณหน้าพระที่นั่งอนันตสมาคม รอรับส่งนักท่องเที่ยวต่างชาติ จึงเข้าไปสอบถามถึงประเด็นตามที่เป็นข่าวดังกล่าว ได้รับคำตอบจากคนขับรถว่า ก่อนหน้านี้มีมาเฟียมาเรียกเก็บเงินค่าที่จอดรถจริง แต่เดี๋ยวนี้ไม่มี พร้อมยอมรับว่าเมื่อก่อนมีจริงตามที่เป็นข่าว จึงถามว่านานหรือยัง ได้รับคำตอบว่าก่อนหน้านี้ประมาณ 6-7 เดือน

                               ผู้สื่อข่าวรายงานว่า การตรวจสอบข้อเท็จจริงดังกล่าวเกิดขึ้นจากผู้ขับรถทัวร์ท่องเที่ยวเอกชนให้ข้อมูลว่า ถูกมาเฟียเรียกเก็บเงินค่าจอดรถตลอดแนวริมรั้วข้างสนามเสือป่า และลานพระรูปทรงม้า คันละ 50-100 บาท ทั้งที่เป็นที่สาธารณะและเป็นเขตพื้นที่พระราชฐาน เมื่อเก็บเงินเรียบร้อยแล้วจะนำกระดาษเขียนหมายเลขสัญลักษณ์มาแปะไว้หน้ากระจกเพื่อเป็นการยืนยันว่ามีการจ่ายค่าจอดรถเรียบร้อยแล้ว โดยคนขับรถทัวร์แจ้งว่า คนที่มาเก็บค่าที่จอดรถนั้นเป็นชายมีอายุประมาณ 45 ปี รูปร่างสมส่วนผิวคล้ำ ขี่รถจักรยานยนต์ฟีโน่ สีเปลือกมังคุด คาดขาว ไม่ทราบหมายเลขทะเบียน โดยอ้างว่าเก็บเงินไปให้ "ตำรวจ" ท้องที่ ซึ่งที่ผ่านมามีแก๊งมาเฟียเรียกเก็บเงินในช่วงที่มีการพระราชทานปริญญาบัตรและงานกาชาดด้วย โดยค่าที่จอดรถจักรยานยนต์ช่วงเทศกาลดังกล่าวอยู่ที่ 20-50 บาท ส่วนรถยนต์คันละ 120-200 บาท ซึ่งหลายรายเคยถูกตำรวจ 191 จับกุมดำเนินคดีไปแล้ว แต่ไม่เข็ดหลาบ กลับมากระทำความผิดซ้ำซากอีก

 

'อดุลย์'ลงพื้นที่ตรวจจร.แก้รถติด!

 

'ผบก.น.7' ฟิตจัด รับตำแหน่งวันแรกลั่นล้างบางยาเสพติดในพื้นที่

 

                               พล.ต.ต.ปิยะ ต๊ะวิชัย รรท.ผบก.น.7 เปิดเผยว่า ในวันแรกของการเข้ารับตำแหน่ง ได้ให้ความสำคัญของการป้องกันและปราบปรามยาเสพติดเป็นอันดับแรก โดยได้เรียกประชุมหัวหน้าชุดตำรวจชุมชนสัมพันธ์ และหัวหน้าชุดสืบสวนปราบปรามยาเสพติดทั้งหมด ประกอบด้วย พ.ต.อ.ชวลิต ประสพศิลป รอง ผบก.น.7 , พ.ต.อ.เมธี รักพันธ์ ผกก.สส.บก.น.7 และสว.สส.ทุก สน. มาเริ่มต้น เปิดปฏิบัติการโดยมีมาตรการ ดังนี้

                               1. จัดทำบัญชีเครือข่าย ผู้ค้ารายใหญ่ รายกลาง และรายย่อยในพื้นที่ จัดทำเป็นโครงข่าย และทำบัญชีรายละเอียดให้ชัดเจน 2. การกวาดล้าง จับกุมผู้จำหน่ายในบัญชีทั้งหมด รวมถึงผู้เสพ ผู้จำหน่ายในพื้นที่ชุมชนให้หมดไป 3. การสกัดกั้น เส้นทางลำเลียงยาเสพติด โดยเฉพาะสถานีขนส่งต่างๆ ในพื้นที่ เช่น ขนส่งสายใต้ บริษัทขนส่งสินค้า เป็นต้น 4. ขยายผลทุกกรณีที่มีการจับกุมผู้ต้องหา คดียาเสพติด จากผู้เสพไปยังผู้ค้ารายย่อย ผู้ค้ารายย่อย เป็นผู้ค้ารายกลาง ผู้ค้ารายกลางไปยังผู้ค้ารายใหญ่ และใช้มาตรการ ยึดทรัพย์สินทั้งหมดอย่างเข้มข้น ตาม พ.ร.บ. มาตรการในการปราบปรามยาเสพติด พ.ศ. 2534 5. สร้างความเชื่อมั่น ในการปฏิบัติ โดยใช้ตำรวจชุมชนสัมพันธ์ ในการลงตรวจเยี่ยมผู้นำชุมชน ชุมชนต่างๆ เพื่อแสวงหาข้อมูล เกี่ยวกับผู้เสพ - ผู้จำหน่ายในพื้นที่แล้ว ขับเคลื่อน สู่การปราบปรามให้ได้ผล 6. แสวงหาการมีส่วนร่วมจากภาคประชาชน , ชุมชน , กต.ตร.สน. เพื่อวางมาตรการแก้ไขปัญหา ยาเสพติดอย่างยั่งยืน และระยะยาวต่อไป

                               พล.ต.ต.ปิยะ ต๊ะวิชัย รรท.ผบก.น.7 กล่าวต่ออีกว่า หลังรับนโยบายจาก ผบช.น. ที่ให้ความสำคัญสูงสุดในขณะนี้กับการแก้ไขปัญหายาเสพติดก็ได้เริ่มต้นปฏิบัติการในทันที โดยได้จับกุมผู้ต้องหายาเสพติด 2 ราย ของกลางยาบ้ากว่า 60,000 เม็ด และจะดำเนินการ อย่างต่อเนื่องจนให้เห็นเป็นรูปธรรมอย่างชัดเจนต่อไป