
'LPG'ขึ้น50สต.ไม่กระเทือนเมินใช้สิทธิ์
ขึ้นราคาแอลพีจีครัวเรือนอีก 50 สตางค์ต่อกก.ไม่กระเทือน ผู้มีรายได้น้อยเมินยื่นขอใช้สิทธิ์ชดเชยเพิ่ม ผู้ค้าก๊าซชี้แรงจูงใจไม่มากพอ แถมไม่อยากยุ่งยากลงทะเบียน
2 ต.ค. 56 การปรับขึ้นราคาก๊าซหุงต้มภาคครัวเรือน หรือแอลพีจี อีกกิโลกรัม (กก.) ละ 50 สตางค์ ในวันที่ 1 ตุลาคม 2556 หลังจากที่มีการปรับขึ้นไปแล้ว 50 สตางค์ เมื่อวันที่ 1 กันยายน ที่ผ่านมา ตามนโยบายการปรับโครงสร้างราคาพลังงานของรัฐบาล ซึ่งรวม 2 เดือนราคาแอลพีจีภาคครัวเรือนปรับราคาขึ้นกก.ละ 1 บาท หรือ 15 บาทต่อถัง คาดว่าจะยังไม่เป็นแรงจูงใจให้ผู้มีรายได้น้อยยื่นขอใช้สิทธิ์ชดเชยราคาจำนวนมากขึ้น
ทั้งนี้ รายงานของสำนักงานพลังงานจังหวัดทั่วประเทศ ได้สรุปว่า สาเหตุที่ผู้ได้รับสิทธิ์ยังไม่มาขอใช้สิทธิ์ชดเชยราคา เพราะแอลพีจีถังขนาด 15 กิโลกรัมต่อ 1 ถังต่อครัวเรือน จะมีอายุการใช้ประมาณ 3 เดือน และหากขึ้นราคาติดต่อกัน 4 เดือน รวม 2 บาทต่อกิโลกรัมหรือระหว่างเดือนกันยายน-ธันวาคมนี้ ตามหลักจิตวิทยาจึงทำให้ไม่รู้สึกว่าเดือดร้อน ขณะที่ในกลุ่มแม่ค้าหาบเร่แผงลอยอาหาร 168,000 ราย มีมาขอใช้สิทธิ์เพียง 5,000 รายเท่านั้น
นายชิษณุพงศ์ รุ่งโรจน์งามเจริญ นายกสมาคมผู้ค้าก๊าซปิโตรเลียมเหลว กล่าวว่า ปริมาณผู้มาใช้สิทธิ์ซื้อก๊าซแอลพีจีภาคครัวเรือนราคาเดิมในเดือนตุลาคมนี้ ไม่น่าจะมีจำนวนเพิ่มมากขึ้น แม้ว่าการปรับราคารวม 2 เดือน คือกันยายน - ตุลาคม จะอยู่ที่กิโลกรัมละ 1 บาท หรือ 15 บาทต่อถังขนาด 15 กก. ราคาขายปลีก 19.13 บาทต่อกิโลกรัม เพราะเท่าที่สมาชิกร้านค้าสอบถามจากลูกค้า หลังจากขึ้นราคาก๊าซแอลพีจีภาคครัวเรือนในเดือนนี้ ต่างระบุตรงกันว่ายังไม่มีแรงจูงใจมากนัก เนื่องจากอัตราปรับขึ้นยังน้อยอยู่
ขณะที่ลูกค้าหลายคนระบุว่าไม่อยากยุ่งยากในการลงทะเบียนลงเอสเอ็มเอส แต่หากรอความแตกต่างกันที่เพิ่มขึ้นสูง ในเดือนถัดๆ ไป ที่ทยอยขึ้นเดือนละ 50 สตางค์ต่อกิโลกรัม จากเดิม 18.13 บาทเป็น 24.82 บาทต่อกิโลกรัม หรือปรับขึ้นสูงสุดประมาณ 100 บาทต่อถัง 15 กิโลกรัมแล้ว ผู้มีสิทธิ์ย่อมให้ความสนใจแน่นอน
"ตอนนี้ขึ้นเพียง 15 บาทต่อถัง คนสนใจใช้สิทธิ์น้อยแต่หากขึ้นเยอะไปอีก เป็น 50-60 บาทต่อถัง คนสนใจใช้สิทธิ์เพิ่มขึ้นแน่นอน ตอนนี้บางร้านมีผู้ใช้สิทธิ์ 5-6 รายในขณะที่เงินสำรองที่ลดราคาเหลือสูงมากเพราะผู้ค้า มาตรา 7 ได้ส่งเงินสำรองให้ลดราคาแอลพีจีประมาณ 1,000-5,000 บาทต่อร้านค้า" นายชิษณุพงศ์ กล่าว
ด้านบริษัท ไทยออยล์ จำกัด (มหาชน) รายงานสถานการณ์ราคาน้ำมันดิบ พบว่า ราคาน้ำมันดิบทั้งเบรนท์และเวสต์เท็กซัสส่งมอบเดือนพฤศจิกายน ปรับลดลงจากแรงกดดันของวิกฤติงบประมาณสหรัฐที่ส่งผลให้หน่วยงานราชการต้องหยุดดำเนินการชั่วคราว หากพรรคเดโมแครตและรีพับลิกัน ไม่สามารถตกลงผ่านร่างกฎหมายงบประมาณฉุกเฉินได้ภายในเที่ยงคืนวันที่ 30 กันยายน (ตามเวลาสหรัฐ) ซึ่งจะกระทบต่อภาพรวมเศรษฐกิจสหรัฐ รวมถึงความต้องการใช้น้ำมัน รวมถึงการเจรจาโครงการนิวเคลียร์อิหร่าน ที่มีความคืบหน้ามากขึ้น



