
รวมพลคนเสื้อแดงอุดรฯคึกคักพธม.อีสานไล่รัฐบาล
เสื้อแดงอุดรคึก รวมคนหน้าทุ่งศรีเมืองกว่า 3 พัน ตร.เข้มรักษาความปลอดภัย แกนนำพร้อมหน้า ตู่-ณัฐวุฒิ-หมอเหวง ปราศัรยโจมตีรัฐบาล ขณะที่ พธม.อีสาน ไล่รัฐบาล"มาร์ค" ระบุล้มเหลวในการแก้ปัญหาทุกด้าน ทั้งกรณีภาคใต้ที่ยังย่ำอยู่กับที่ด้วยการใช้ทหารแก้ปัญหา เตรียม
เมื่อเวลา 16.00 น.วันที่ 14 มิถุนายน 52 ที่สนามทุ่งศรีเมือง เทศบาลนครอุดรธานี บริเวณด้านหน้าศาลาพิธีทุ่งศรีเมือง นายขวัญชัย สาราคำ หรือ ไพรพนา ประธานชมรมคนรักอุดร ได้เปิดเวที “รวมพลคนเสื้อแดง พลังแห่งประเทศไทย เลือก”เพื่อไทย”กลับสู่สภา” โดยมีสมาชิกชมรมคนรักอุดรจำนวนกว่า 3,000 คน และกำลังเดินทางมาร่วมการชุมนุมตลอดเวลา โดยมีการถ่ายทอดการปราศรัย ผ่านสถานีวิทยุคลื่นคนรักอุดร ตลอดการปราศรัย โดยมีตำรวจทั้งในและนอกเครื่องแบบ , อส.จำนวนกว่า 200 คน ร่วมรกษาความสงบเรียบร้อยภายในงาน
ขณะที่แกนนำ นปช.หลายคน อาทิ นายจตุพร พรมพันธ์ , นายณัฐวุฒิ ใสเกื้อ , นายอดิศร เพียงเกษ , นายสุรชัย ด่านวัฒนานุสรณ์ , นายวิภูแถลง พัฒนภูมิไทย , นพ.เหวง โตจิราการ , นายสุพร อัตถาวงศ์ ได้เดินทางมาถึงเวที โดยมีสมาชิกชมรมคนรักอุดร จำนวนมาให้การต้อนรับ และขอถ่ายรูปเป็นที่ระลึก และยังมีแกนนำอีกหลายคน ที่กำลังเดินทางมาร่วมที่เวทีแห่งนี้
สำหรับการปราศรัยของแกนนำ นปช.ในวันนี้ แกนนำที่สำคัญจะเริ่มขึ้นเวทีปราศรัยในเวลา 18.00 น.เป็นต้นไป โดยจะเป็นการกล่าวโจมตีถึงการทำงานของรัฐบาล ที่ระบุว่าบริหารงานล้มเหลว โดยเฉพาะเรื่องการจะออก พรก.กู้เงิน ของรัฐบาล ที่จะสร้างภาระหนี้สินให้ประชาชน ซึ่งแกนนำ นปช.จะแถลงข่าวต่อสื่อมวลชนในเวลา 17.30 น.
พธม.อีสานไล่รัฐบาล"มาร์ค "
เมื่อเวลา 13.00 น. พันธมิตรนครราชสีมาในนามภาคีมวลชนคนโคราชรักประชาธิปไตยร่วมกับสมัชชาประชาชนแห่งประเทศไทย นำโดยนายไชยวัฒน์ สินสุวงศ์ และทันตแพทย์ศุภผล เอี่ยมเมธาวี ได้จัดเสวนาเรื่อง"ประเทศไทยจะไปทางไหน" ณ โรงแรมดิไอยรา อ.เมืองฯ จ.นครราชสีมา โดยมีเครือข่ายพันธมิตรและผู้สนใจเข้าร่วมงานประมาณ 400 คน โดยมี พล.อ.ปฐมพงษ์ เกษรศุกร์,พล.อ.บรรณวิทย์ เก่งเรียน ,นายไพศาล พืชมงคล,และนักร้องดัง " หรั่ง ร็อคเคสตร้า " เข้าร่วมเป็นวิทยากร
โดยเนื้อหาของการเสวนากลุ่มพันธมิตรฯยืนยันว่าจะเดินหน้าเคลื่อนไหวปกป้องสถาบัน ยืนหยัดต่อสู้กับความอยุติธรรมและร่วมกันป้องกันและปราบปรามการคอรัปชั่นในบ้านเมืองในส่วนของภาคประชาชนต่อไปโดยจะไม่ยุ่งเกี่ยวกับพรรคการเมืองใหม่ที่มีแกนนำพันธมิตรทั้ง 5 คนต่อตั้งขึ้น
นายไชยวัฒน์ สินสุวงศ์ ประธานสมัชชาประชาชนแห่งประเทศไทยและแกนนำพันธมิตรภาคอีสาน กล่าวถึงกรณีที่ไปยื่นฟ้อง กกต.ในข้อหาละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ โดยปล่อยให้นักการเมืองที่ถูกศาลรัฐธรรมนูญตัดสิทธิ์ทางเมืองได้เข้าไปมีส่วนร่วมการเมืองในหลายเรื่อง ทั้งเป็นผู้บริหารพรรคการเมืองตัวจริง เป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาล ซึ่งล่าสุด กกต.ประกาศจะฟ้องกลับนายไชยวัฒน์และพวกว่า ตนไม่หวั่นไหวเพราะได้ทำหน้าที่ในฐานะประชาชนคนไทยคนหนึ่งที่เห็นว่ากกต.ปล่อยให้ผู้ที่ถูกตัดสิทธิ์ทางการเมืองเข้าไปมีบทบาทในทุกๆเรื่องจนทำให้บ้านเมืองเกิดความวุ่นวายขึ้น ซึ่งประชาชนทั่วไปก็ทราบดี แต่กกต.กลับบอกว่ากฏหมายไม่สามารถเอาผิดบุคคลเหล่านั้นได้ ทั้งๆที่กฏหมายนั้นสามารถแก้ได้ อย่างไรก็ตาม หากกกต.จะฟ้องกลับก็จะขอใช้สิทธิทางกฏหมายเช่นเดียวกันในฐานะประชาชนคนไทยที่มีความเห็นแย้งกับองค์กรอิสระแต่ก็จะมาถูกองค์กรอิสระฟ้องกลับ
นายไชยวัฒน์ กล่าวว่า มองว่านับตั้งแต่รัฐบาลนายอภิสิทธิ์ฯเข้ามาบริหารประเทศจนถึงขณะนี้ กำลังจะล้มเพราะปัญหาทุจริตคอรัปชั่น จะเห็นได้จากโครงการเช่ารถเมล์ เอ็นจีวี 4 พันคัน และล่าสุดโครงการแปรรูปการรถไฟแห่งประเทศไทยที่เพิ่งจะผ่าน ครม.เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว นอกจากนี้ยังมีปัญหา 3 จว.ชายแดนภาคใต้ที่ปะทุขึ้นมาอย่างรุนแรง ซึ่งรัฐบาลของพรรค ปชป.ถึงแม้จะครองที่นั่ง ส.ส.ในภาคใต้ได้ทั้งหมด แต่ก็ล้มเหลวในการแก้ปัญหาภาคใต้และยังไปใช้วิธีให้ทหารเป็นแกนหลักในการเข้าไปแก้ปัญหา ซึ่งวิธีการก็เหมือนกับรัฐบาลที่ผ่านมา แทนที่จะใช้ระบบการฟื้นฟูเศรษฐกิจเพื่อให้พี่น้องชาวใต้มีอาชีพ มีงานทำและมีรายได้ เช่นเขตอุตสาหกรรม 3 จว.ภาคใต้เป็นต้น
สิ่งเหล่านี้รัฐบาลไม่สามารถทำได้เพราะไปยกกระทรวงด้านเศรษฐกิจสำคัญๆให้พรรคร่วมรัฐบาลไปหมดแล้ว เพราะต้องการเพียงจะจัดตั้งรัฐบาลให้ได้ เช่น กระทรวงอุตสาหกรรม กระทรวงพาณิชย์ และกระทรวงคมนาคม พรรรค ปชป.จึงไม่สามารถใช้เศรษฐกิจนำหน้าในการแก้ปัญหา 3 จว.ภาคใต้ได้ เมื่อเป็นเช่นนี้รัฐบาลก็มีแต่ซื้อเวลาให้อยู่ในตำแหน่งนานๆแก้ไขปัญหารายวันให้ผ่านไปเท่านั้นเอง ไม่สามารถแก้ไขปัญหาทั้งความมั่นคง เศรษฐกิจ สังคม และการเมืองได้ ฉะนั้นตนจึงเห็นว่ารัฐบาลนายอภิสิทธิ์ฯควรจะพิจารณาตัวเองได้แล้ว เพราะอยู่ในตำแหน่งต่อไปก็ไม่เกิดประโยชน์ต่อประเทศชาติ ในส่วนของสมัชชาประชาชนแห่งประเทศไทยและพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตยจะเคลื่อนไหวกดดันทุกวิถีทางเพื่อให้ได้รัฐบาลชุดใหม่เข้ามาบริหารประเทศ



