ข่าว

'นิพัทธ์'เดินสายพบ'ผบ.เหล่าทัพ'

'นิพัทธ์'เดินสายพบ'ผบ.เหล่าทัพ'

01 ต.ค. 2556

'นิพัทธ์' เดินสายพบ 'ผบ.เหล่าทัพ' ฝากตัวเป็นรุ่นน้อง มั่นใจไร้ปัญหา พร้อมตอบแทนคุณ 'นายกฯ' ดันนั่งปลัดกห. ขอสานต่อคุย 'BRN-คดีพระวิหาร' เตรียมแถลงนโยบาย 7 ต.ค.

 

                        1 ต.ค.56 พล.อ.นิพัทธ์ ทองเล็ก ปลัดกระทรวงกลาโหม เป็นประธานในพิธีแสดงความยินดีแก่นายทหารสัญญาบัตรที่ได้รับพระราชทานยศทหารชั้นนายพล จำนวน 93 นาย และพิธีรายงานตัวของนายทหารสัญญาบัตร ที่ได้รับพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ย้ายเข้ามารับราชการในสำนักงานปลัดกระทรวงกลาโหมจำนวน 36 นาย

                        โดยพล.อ.นิพัทธ์กล่าวให้โอวาทว่า ขอแสดงความยินดีกับนายทหารสัญญาบัตรที่ได้รับพระราชทานยศให้เป็นทหารชั้นนายพล และขอต้อนรับนายทหารสัญญาบัตรใหม่ที่ย้ายเข้ามารับราชการในสำนักงานปลัดกระทรวงกลาโหม ตนขอให้ทุกท่านรักษาเกียรติยศและศักดิ์ศรีของความเป็นทหารชั้นนายพล เพราะนายทหารบางท่านต้องแลกมาด้วยชีวิตถึงจะได้เป็นนายพล

                        จากนั้น พล.อ.นิพัทธ์ให้สัมภาษณ์ว่า ตนจะดำเนินการตามนโยบายของพล.อ.ทนงศักดิ์ อภิรักษ์โยธิน อดีตปลัดกระทรวงกลาโหม และยึดถือเป็นปรัชญาในการทำงาน คือ มีวินัย และน้ำใจ ทำอะไรก็สำเร็จ ซึ่งตนได้สั่งฝ่ายเสนาธิการ เตรียมจัดการแถลงนโยบายในวันที่ 7 ต.ค. เวลา 10.30 น. พร้อมเรียกประชุมผู้บังคับหน่วยตั้งแต่ยศพันเอกขึ้นไป ในสำนักงานปลัดกระทรวงกลาโหม เพื่อให้มารับฟังสิ่งที่เป็นเจตนารมณ์ของตนและแผนงานในช่วงที่ตนดำรงตำแหน่ง ปลัดกระทรวงกลาโหม ซึ่งตนจะต้องนำเรียน น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี และรมว.กลาโหม รับทราบด้วย ส่วนการวางตัวต่อสถานการณ์ทางการเมืองนั้น เรื่องการรักษาวินัยอยู่ในใจทหารทุกคน ซึ่งตนมีผู้บังคับบัญชาโดยตรงคือน.ส.ยิ่งลักษณ์ ในฐานะรมว.กลาโหม และพล.อ.ยุทธศักดิ์ ศศิประภา รมช.กลาโหม สิ่งเหล่านี้แยกขาดจากกันไม่ได้ เพราะ รมว.กลาโหม และปลัดกระทรวงกลาโหม ต้องทำงานควบคู่กันไปอย่างเคร่งคัด โดยนายกฯได้แนะนำในการปฏิบัติหน้าที่ว่าควรจะทำอย่างไร

                        “ผมได้เดินทางไปคารวะพล.อ.ธนะศักดิ์ ปฏิมาประกร ผู้บัญชาการทหารสูงสุด และผบ.เหล่าทัพในห้องทำงานของท่าน เหลือเพียงผบ.ทร. ที่ท่านยังติดภารกิจ แต่คาดว่า 1-2 วันจะเดินทางไปพบ ซึ่งผมไปกราบเรียนท่านว่า ท่านเป็นรุ่นพี่ผม ปลัดกระทรวงกลาโหมคนนี้ ถือเป็นรุ่นน้องจะทำหน้าที่ประสานงานอำนวยความสะดวก และให้ความเคารพในภารกิจของพี่ๆ และขอให้พี่ๆ ใช้งานผม ซึ่งสิ่งเหล่านี้ผมได้รับคำแนะนำจากนายกฯ และพี่ๆ ได้เมตตา และให้คำแนะนำ บอกว่าจะใช้งานผมให้เป็นประโยชน์ในงานราชการทั้งปวง ซึ่งผมก็ยินดี และมั่นใจว่าจะสามารถทำงานกับผบ.เหล่าทัพได้ ในฐานะที่ผมเป็นน้อง ผมรู้ดีว่าเป็นใคร บทบาทหน้าที่มีแค่ไหน สิ่งต่างๆเหล่านี้มีกรอบที่ชัดเจน ผมได้รับความเมตตาจากพี่ๆ ในการให้คำแนะนำและสั่งสอน การอบรมต่างๆ ผมเชื่อมั่นว่าทุกอย่างจะออกมาเป็นบวกและสร้างสรรค์” พล.อ.นิพัทธ์ กล่าว

                        เมื่อถามว่า เกรงหรือไม่ว่า รัฐบาลจะอาศัยที่ปลัดกระทรวงกลาโหมใกล้ชิดกับประเทศเพื่อนบ้าน เพื่อนำไปสู่ผลประโยชน์ส่วนตัว พล.อ.นิพัทธ์ กล่าว่า ต้นทุนชีวิตของตนคือการทำงานที่เกี่ยวข้องกับประเทศเพื่อนบ้านทั้งที่เป็นนายทหารรุ่นพี่และรุ่นเดียวกัน ซึ่งต้นทุนที่มีอยู่ต้องนำมาใช้เพื่อผลประโยชน์ของชาติ รวมถึงการจะเข้าสู่ประชาคมอาเซียนที่ต้องเร่งดำเนินการ การพูดคุยกับประเทศเพื่อนบ้านวันนี้สามารถยกหูคุยกันได้ เราอยากเห็นความเป็นเพื่อนที่ดีต่อกัน ซึ่ง ผบ.สส. ท่านทำหน้าที่นี้อยู่ ในฐานะผู้อำนวยการปฏิบัตินโยบายชายแดนไทยกับประเทศเพื่อนบ้าน ส่วนของผบ.เหล่าทัพมีความเชื่อมโยงกับประเทศเพื่อบ้าน สิ่งที่ตนเห็นขณะนี้ คือ เพื่อนบ้านนิ่ง ไม่มีความหวาดระแวง ตรงนี้คือยุทธศาสตร์ของรัฐบาล โดยมีกระทรวงกลาโหมเป็นดำเนินการส่วนงานที่ตนเคยรับผิดชอบในการมีส่วนร่วมในการพูดคุยสันติภาพกับตัวแทนบีอาร์เอ็น และคดีปราสาทพระวิหารนั้น ตนตั้งใจที่จะสานต่อ แต่ต้องขออนุมัตินายกฯด้วย โดยเฉพาะเรื่องการพูดคุยสันติภาพบีอาร์เอ็น เราต้องการความต่อเนื่อง เพราะรู้จักตื้นลึกหนาบางที่ได้ขับเคี่ยวกันมา คิดว่าอยากจะทำต่อ แต่สุดท้ายต้องขึ้นอยู่กับนายกฯ

                        เมื่อถามว่า จะแยกแยะระหว่างผลประโยชน์ของประเทศชาติกับการตอบแทนบุญคุณส่วนตัวที่รัฐบาลได้ให้มาดำรงตำแหน่งปลัดกระทรวงกลาโหมอย่างไร พล.อ.นิพัทธ์ กล่าวว่า เรื่องการตอบแทนบุญคุณ เป็นเรื่องที่ดี และเป็นมงคลชีวิต ตนจะทำ ไม่ว่าจะเป็นใครก็ตาม แต่ต้องอยู่ในขอบเขตของอำนาจหน้าที่