
'มาร์ค'จี้'ปู'ชะลอทูลเกล้าฯร่างแก้รธน.
'อภิสิทธิ์' จี้ 'นายกฯ' ชะลอทูลเกล้าฯร่างแก้รธน. ซัด 'รัฐบาล' สร้างกระแสกดดันสถาบันต่างๆ ชี้เดินหน้าจำนำข้าวฤดูกาลใหม่มีปัญหาแน่
1 ต.ค.56 นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม จะนำร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ ประเด็นที่มาส.ว. ขึ้นทูลเกล้าฯ ว่า อยากให้นายกฯชะลอไว้ก่อนเนื่องจากมีเวลาถึง 20 วัน และอย่าเอาเรื่องที่ปัญหาความขัดแย้งขึ้นทูลเกล้าฯ เพราะอีกไม่ถึง 20 วันข้างหน้าศาลรัฐธรรมนูญอาจมีแนวทางชัดเจน ซึ่งอาจยกคำร้อง หรืออาจมีคำสั่งอย่างหนึ่งอย่างใด ซึ่งตนคิดว่า น่าจะเป็นวิธีการที่ทำให้มีความราบรื่นและไม่มีความขัดแย้ง และทุกคนสามารถปฏิบัติหน้าที่ของตนเองได้
ผู้สื่อข่าวถามว่าหากนายกฯนำขึ้นทูลเกล้า จะทำให้เกิดเดดล็อกทางการเมืองหรือไม่ นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า กลายเป็นว่า เอาสิ่งที่ยังขัดแย้งอยู่ขึ้นทูลเกล้าฯคิดว่า เป็นเรื่องที่ไม่พึงกระทำ ในเมื่อเรื่องนี้ควรให้กระบวนการจบสิ้นเสียก่อน ซึ่งตนไม่อยากให้ดึงสถาบันเข้ามาเกี่ยวข้องและมองไม่เห็นว่านายกฯมีเหตุผลอะไรนำขึ้นทูลเกล้าฯขณะนี้
เมื่อถามย้ำว่า จะเป็นการกดดันทั้งศาลและสถาบันหรือไม่ นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า ถ้าคิดอย่างนั้น เท่ากับว่า รัฐบาลส่งเสริมความขัดแย้งในสังคม และจะทำให้เรื่องลุกลามออกไป ทั้งนี้ตนคิดว่ารัฐบาลปฏิเสธยากว่า การพิจารณาการแก้ไขรัฐธรรมนูญครั้งนี้มีปัญหา แล้วทำไมไม่รอให้ศาลวินิจฉัยก่อน
“ผมสังเกตดูรัฐบาลต้องการที่จะสร้างแรงกดดันต่อสถาบันต่างๆ และต้องการที่จะทดสอบกระแสว่า จะมีการต่อต้านเข็มแข็งมากน้อยแค่ไหน ควบคู่กันไปก็มีความพยายามนำมวลชนไปกดดันในรูปแบบต่างๆ โดนใช้นักกฎหมาย ส.ส.มาขู่ว่า จะดำเนินคดีกับตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ ทั้งหมดเป็นตัวฟ้องว่า รัฐบาลไม่มีความจริงใจในเรื่องการปรองดอง เพราะถ้ารัฐบาลมีแนวคิดในเชิงปรองดองต้องไม่พยายามที่จะปลุกเร้าให้เกิดบรรยากาศการเผชิญหน้ากัน” นายอภิสิทธิ์ กล่าว
ผู้สื่อข่าวถามว่าการกดดันศาลจะรุนแรงมากกว่าที่ผ่านมาหรือไม่ นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า เขาก็คงเต็มที่แต่ตนคิดว่า ผู้ที่เป็นตุลาการที่มีทั้งความรู้และประสบการณ์คงต้องยึดถือว่าเที่ยงตรงและยุติธรรมเป็นสำคัญ จึงขอเป็นกำลังใจให้มีความกล้าหาญและตัดสินไปตามรัฐธรรมนูญ และทุกคนต้องเคารพกฏหมายและกติกา
'มาร์ค' ชี้เดินหน้า 'จำนำข้าว' ฤดูกาลใหม่มีปัญหาแน่
นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ให้สัมภาษณ์ถึงการรับจำนำข้าวรอบใหม่ในโครงการรับจำนำข้าว ที่น.ส.สุภา ปิยะจิตติ รองปลัดกระทรวงการคลัง ในฐานะประธานคณะอนุกรรมการปิดบัญชีโครงการรับจำนำสินค้าเกษตรของกระทรวงการคลัง ออกมาสรุปว่า 1 ปีโครงการขาดทุนไม่ต่ำกว่า 2 แสนล้านบาท ว่า ตรงกับที่เราพยายามชี้ให้รัฐบาลเห็นมาโดยตลอด ซึ่งปัญหาต่อไปคือการบริหารจัดการในฤดูกาลใหม่ ทั้งการหมุนเวียนของเงิน พื้นที่เก็บข้าว รวมทั้งช่องว่างที่เกิดขึ้นก่อนหน้านี้ก่อนวันที่ 1 ต.ค. ที่เกษตรกรเก็บเกี่ยวข้าวเพื่อหนีน้ำที่ไม่สามารถฝากและขายข้าวได้ รัฐบาลต้องลงไปดูแล เชื่อว่าจะไปมีปัญหาขลุกขลักในทางปฏิบัติ เพราะขณะนี้นอกจากปัญหาเรื่องข้าวแล้วยังมีปัญหาข้าวโพดราคาตกต่ำที่รัฐบาลต้องเร่งไปดูแล เพราะมาตรการที่รัฐบาลทำอยู่ไม่ได้ผล เกษตรกรจึงต้องออกมาเรียกร้อง ดังนั้นรัฐบาลควรรีบไปตอบโจทย์เรื่องดีกว่าไปทำเรื่องอื่น
นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า ของจริงคือ ชาวนานำจำนำข้าวได้หรือไม่ รัฐบาลมีเงินไปจ่ายให้กับผู้ที่เข้าโครงการหรือไม่ ซึ่งหนีความจริงไม่พ้นและการที่รัฐบาลมีความพยายามไปบีบให้ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธกส.) นำเงิน 2.7 แสนล้านเพื่อนำไปรับจำนำข้าวรอบใหม่ นั้นตนเห็นว่า ทางธกส.มีเพดานจำกัดวงเงินอยู่แล้ว ตนไม่อยากให้สถานะ ธกส.ต้องมาสั่นคลอนโครงการนี้ เพราะโครงการสามารถเปลี่ยนแปลงได้ และช่วยเกษตรกรไม่น้อยไปกว่าเดิม สุดท้ายเมื่อไรที่ชาวนาเข้าโครงการไม่ได้ก็จะเห็นชัดว่า ในที่สุดโครงการนี้ก็ไม่ไปยกระดับความเป็นอยู่ของชาวนา และความเสียหายที่เกิดขึ้นไม่ใช่ระยะสั้นเท่านั้นอีกทั้งตลาดที่เราต้องเสียให้กับคู่แข่งต้องใช่เวลากว่าที่จะดึงกลับมาได้
เมื่อถามว่า รัฐบาลพยายามออกตัวที่จะเลิกทำโครงการนี้โดยอ้างการเข้าสู่ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียนหรือ เออีซี นายอภิสิทธิ์กล่าวว่า รัฐบาลต้องตอบชาวนาต่อไปว่า จะช่วยชาวนาด้วยวิธีใด ซึ่งเราพูดมาตั้งนานแล้วว่า โครงการประกันรายได้ จะไม่มีปัญหาเรื่องอาเซียนและข้อตกลงระหว่างประเทศ ต่อข้อถามว่า นายนิวัฒน์ธำรง บุญทรงไพศาล รองนายกฯและรมว.พาณิชย์ พยายามปฏิเสธตัวเลขการขาดทุน นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า เป็นตัวเลขที่องค์การตลาดเพื่อเกษตกร (อตก.)ส่งให้กระทรวงการคลัง ซึ่งมีวิธีการประเมินและไม่ได้เปลี่ยนแปลงวิธีการใดๆ ไม่ควรบิดเบือนและควรยอมรับความจริงแล้วเดินหน้าแก้ปัญหา
เมื่อถามว่า มีการระบุว่า ไม่สามารถปิดบัญชีได้เพราะยังขายข้าวไม่หมด เนื่องจากยังมีการสั่งซื้อข้าวอยู่ นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า ชัดเจนว่า ข้าวที่ขายล่าสุดขาดทุนเท่าไร เพราะประเมินจากตรงนั้นอยู่แล้ว เขาไม่ได้ตีค่าข้าวที่อยู่ในสต๊อกเป็นศูนย์ เขาตีค่าข้าวที่ขายได้ ซึ่งเป็นหลักมาตรฐานสากลอยู่แล้ว เมื่อถามว่า หากรัฐบาลดึงดันทำโครงการนี้ต่อไปจะทำให้ประเทศชาติเสียหาย 9.4 แสนล้านบาท นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า ก็จะนำประเทศเข้าสู่จุดเสี่ยงเรื่องวินัยการเงินการคลังและข้าวไทยก็เสียหายในตลาดโลก สุดท้ายชาวนาก็จะมีปัญหา ซึ่งจะทำให้ไทยถูกลดความน่าเชื่อถือไปด้วย และขณะนี้สหรัฐกำลังมีปัญหาเรื่องงบประมาณ ก็จะทำให้ไทยเพิ่มความเสี่ยงในเรื่องหนี้สาธารณะ ซึ่งการบริหารของรัฐบาลขณะนี้กำลังกินบุญเก่ากับความเข็มแข็งที่มีมา รัฐบาลจึงไม่ควรชะล่าใจ ดังนั้นตัวเลขทางเศรษฐกิจต่างๆต้องว่ากันไปตามความเป็นจริงถ้าเรายอมรับตัวเลขปัญหาก็จะผ่านไปได้อย่าไปซุกตัวเลข แต่หากเราหลอกตัวเองและคนอื่นปัญหาก็จะแก้ได้ยาก
'อภิสิทธิ์' เปิดศูนย์อาสาคนไทยช่วยน้ำท่วม
นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ในฐานะประธานมูลนิธิ ม.ร.ว.เสนีย์ ปราโมช ได้เป็นประธานในการเปิดศูนย์ “อาสาคนไทยช่วยน้ำท่วม โดยพรรคประชาธิปัตย์ มูลนิธิม.ร.ว.เสนีย์ ปราโมช และเครือข่ายภาคประชาชน” ที่หน้าลานพระแม่ธรณีบีบมวยผมฯ อาคารควง อภัยวงศ์ จากนั้นได้มีการทำพิธีรับมอบข้าวสาร อาหารแห้ง และน้ำดื่ม จำนวน 2 รถบรรทุก 6 ล้อ รวม 1,000 ชุด จากภาคประชาชนที่ร่วมบริจาค ซึ่งนายอภิสิทธิ์ ได้ทำการส่งมอบสิ่งของดังกล่าวต่อให้นายกุลเดช พัวพัฒนกุล ส.ส.อุทัยธานี พรรคประชาธิปัตย์ เพื่อนำไปบรรจุใส่ถุงยังชีพให้การช่วยเหลือเบื้องต้นแก่ประชาชนผู้ประสบภัยน้ำท่วมในจังหวัดอุทัยธานีต่อไป โดยนายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า ที่ผ่านมา มูลนิธิ ม.ร.ว.เสนีย์ ปราโมช ได้บริจาคถุงยังชีพ ข้าวสาร อาหารแห้งและน้ำดื่มเพื่อแจกจ่ายให้ประชาชนผู้ประสบภัยน้ำท่วมในหลายจังหวัดที่ตนได้เดินทางไปลงพื้นที่ และให้ส.ส.ในพื้นที่ต่างๆนำไปช่วยเหลือประชาชนต่อไป เช่น จ.ปราจีนบุรี อุบลราชธานี สุรินทร์ พิจิตร อยุธยาและฉะเชิงเทรา และจะช่วยเหลือจังหวัดอื่นๆต่อไป
ด้าน นายกุลเดช กล่าวว่า ในส่วนของจ.อุทัยธานี มีน้ำท่วมสูงและบางส่วนเริ่มลดลงในบางพื้นที่แตกต่างกันไป สรุปมีน้ำท่วมในอ.เมือง อ.ทัพทัน และอ.สว่างอารมณ์ ชาวบ้านต้องอพยพไปอยู่บนที่สูง ได้รับความเดือดร้อนจำนวนมาก จึงต้องเร่งนำสิ่งของถุงยังชีพไปช่วยเหลือเบื้องต้นเพื่อบรรเทาทุกข์พี่น้องประชาชน
'ปชป.' เปิดช่องปชช.ส่งความเห็น นำข้อมูลวางนโยบายปฏิรูปปท.
ผู้สื่อข่าวรายงานจากลานพระแม่ธรณีบีบมวยผม พรรคประชาธิปัตย์ว่า นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ เป็นประธานเปิดช่องทางรายการสื่อสาร “การปฏิรูปประเทศไทย” ของคณะประสานงานมวลชนพรรคประชาธิปัตย์ ที่มีคุณหญิงกัลยา โสภณพนิช ส.ส.บัญชีรายชื่อเป็นหัวหน้าคณะ โดยนายอภิสิทธิ์กล่าวว่า ขณะนี้บ้านเมืองเราต้องการการเปลี่ยนแปลงที่นำไปสู่การปฏิรูป โดยมี 3 แนวทางคือ 1.องค์ความรู้ทางวิชาการ 2.การมีส่วนร่วมจากประชาชน 3.ความตั้งใจในการทำงานซึ่งพรรคประชาธิปัตย์ถือว่าเป็นส่วนหนึ่ง ใน 3 แนวทางดังกล่าว จึงได้ดำเนินการมาอย่างต่อเนื่อง โดยมีคณะทำงานในการจัดทำพิมพ์เขียวของประเทศ และคุณหญิงกัลยาได้พบปะกับประธานคณะทำงานที่รัฐบาลชุดที่แล้วตั้งขึ้น ทั้งนายอานันท์ ปันยารชุน อดีตนายกรัฐมนตรี ในฐานะอดีตประธานคณะกรรมการปฏิรูป(คปร.) นายคณิต ณ นคร อดีตประธานกรรมการปฏิรูปกฎหมาย (คปก.) และนพ.ประเวศ วะสี ราษฎรอาวุโส
นายอภิสิทธิ์ กล่าวอีกว่า พรรคประชาธิปัตย์ได้เปิดช่องทางให้ประชาชนเข้ามามีส่วนร่วมหลายช่องทาง เช่น การเปิดตู้สามัคคีเสรีชน ปฏิรูปประเทศ เพื่อให้ประชาชนส่งไปรษณียบัตรผ่านตู้ปณ. 11 ปณฝ. กระทรวงการคลัง กทม. 10411 เพื่อแสดงความคิดเห็นถึงแนวทางการปฏิรูปประเทศ และยังมีการเปิดหน้าเพจ www.facebook/สามัคคีเสรีชน ปฏิรูปประเทศไทย นอกจากนี้นยังแสดงความเห็นผ่านรายการสามัคคีเสรีชน ปฏิรูปประเทศไทย ทางสถานีโทรทัศน์บลูสกายแชแนล โดยรายการนี้จะเริ่มในวันที่ 6 ต.ค. เวลา 20.00-20.45 น. เป็นต้นไป และยังมีรายการวิทยุทางสถานีวิทยุ FM101 ช่วงเวลา 20.30-21.00 น.ด้วย พร้อมกันนี้ในส่วนของพรรคประชาธิปัตย์ยังได้ออกวารสารชื่อ “เข็มทิศสีฟ้า” เพื่อให้สมาชิกได้รับทราบข้อมูลและแสดงความคิดเห็นได้ โดยข้อมูลทั้งหมดพรรคจะรวบรวมเพื่อนำมาเป็นแนวทางในการจัดทำนโยบายพรรคเพื่อเดินหน้าปฏิรูปประเทศต่อไป



