ข่าว

'อดุลย์' ฟิตเปรี๊ยะลงพื้นที่ตรวจจร.

'อดุลย์' ฟิตเปรี๊ยะลงพื้นที่ตรวจจร.

01 ต.ค. 2556

'รองผบช.น.' ลงพื้นที่ตรวจจราจร เตรียมพลิกโฉม บก.02 ใหม่ ยึดหลักตอบโจทย์แก้ปัญหารถติด

 

                              1 ต.ค.56 พล.ต.ต.อดุลย์ ณรงค์ศักดิ์ รองผู้บัญชาการตำรวจนครบาล (รองผบช.น.) ได้รับมอบหมายงานจาก พล.ต.ท.คำรณวิทย์ ธูปกระจ่าง ผบช.น. ให้ดูแลงานด้านการจราจร ลงพื้นที่ตรวจเส้นทางการจราจรในกทม.ชั้นใน จุดที่มีปัญหาช่วงเช้ามืดที่ผ่านมา พร้อมตรวจระบบการทำงานในศูนย์ควบคุมสั่งการจราจร กองบังคับการตำรวจจราจร (บก.02) ถนนวิภาวดีรังสิต โดยช่วงบ่ายวันนี้ จะเรียกประชุมนายตำรวจระดับ ผบก.จร.ลงไปจนถึงผกก.ในสังกัดบก.จร. วางแผนพัฒนาปรับปรุงระบบการทำงานด้านการจราจรแนวใหม่ นำเทคโนโลยีสมัยใหม่ที่ทันยุคสมัยเข้ามาปรับใช้กับงานด้านการจราจรเมืองหลวงให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น

                              พล.ต.ต.อดุลย์ กล่าวว่า จากเดิมที่เคยดูแลงานด้านบริหารของ บช.น. มาดูงานด้านจราจรตั้งแต่วันนี้ (1 ต.ค.) เป็นต้นไปถือว่าเป็นงานในหน้าที่ใหม่ และเมื่อมีการเปลี่ยนงานใหม่ ก็เหมือนเปลี่ยนคนใหม่ไปด้วย ทำให้การทำงานในแต่ละวันจากนี้ไปไม่เหมือนเก่า จากเดิมงานบริหารต้องไม่สู้รบกับงานหนังสือและงานประชุมตื่นสายได้ แต่ตอนนี้วันนี้ ต้องตื่นตี 4 กว่า แต่งตัวออกจากบ้านมาทำงานตอนตี 5 ครึ่ง ถึง บก.จร.02 ตรวจข้อมูลจราจร และลงพื้นที่ถนนวิภาวดี ถนนลาดพร้าว ถนนเกษตรนวมินทร์ ถนนรามอินทรา พบว่าการจราจร ติดขัดในช่วงขาเข้าเมืองเสียส่วนใหญ่ โดยจะเร่งหาวิธีการแก้ไขปัญหาให้ได้

                              พล.ต.ต.อดุลย์ กล่าวต่อว่า การแก้ปัญหาจราจรนั้นหลักสำคัญคือ ต้องจัดทำแผนการพัฒนาและแก้ไขในภาพรวม ซึ่งจะต้องแก้ปัญหาจราจร ใน กทม.โดยด่วน พร้อมปรับปรุงระบบศูนย์ควบคุมสั่งการจราจรใหม่ เพราะเป็นระบบที่เก่ามาก และต้องประสานความร่วมมือกับ กทม.ในหลายเรื่องด้วยกัน ซึ่งหลังจากประชุมบก.จร.บ่ายนี้ จะจัดทำนโยบายและแผนงานจราจรเสนอต่อ ผบช.น.เดินหน้าแก้ปัญหาจราจรกทม.ในภาพรวมทันที ซึ่งการทำงานของตนนั้นทำไม่เหมือนคนอื่น งานต้องเป็นวิทยาศาสตร์และคณิตศาสตร์ต้องตอบโจทย์และแก้ปัญหาให้ได้อย่างมีเหตุผลและทำงานต้องมีแผนให้ครบถ้วน

 

สั่ง 'ผบก.น.1' ตรวจสอบมาเฟียเก็บค่าที่จอดรถลานพระรูปฯ

 

                             พล.ต.ต.อดุลย์ ณรงค์ศักดิ์ รองผู้บัญชาการตำรวจนครบาล (รอง ผบช.น.) รับผิดชอบงานด้านการจราจร กล่าวถึงกรณีมาเฟียคนมีสีเรียกเก็บค่าที่จอดรถจากคนขับรถทัวร์ท่องเที่ยวต่างชาติบริเวณลานพระบรมรูปทรงม้ารอรับส่งนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและต่างชาติเที่ยวชมพระที่นั่งอนันตสมาคมว่า สั่งการให้ผู้บังคับการตำรวจนครบาล1 ซึ่งรับผิดชอบดูแลพื้นที่ดังกล่าวตรวจสอบข้อเท็จจริงแล้วว่ามีบุคคลลักษณะดังกล่าวเรียกเก็บค่าที่จอดรถให้กับตำรวจท้องที่สน.ดุสิตตามที่เป็นข่าวหรือไม่หรือเป็นการแอบอ้างหากพบว่ามีเจ้าหน้าที่ตำรวจจราจรคนใดเข้าไป มีส่วนเกี่ยวข้องก็จะต้องถูกลงโทษโดยให้รายงานข้อมูข้อเท็จจริงให้ทราบโดยเร็ว

                             ผู้สื่อข่าวรายงานว่า การตรวจสอบข้อเท็จจริงดังกล่าวเกิดขึ้นจากผู้ขับรถทัวร์ท่องเที่ยวเอกชนให้ข้อมูลว่า ถูกมาเฟียเรียกเก็บเงินค่าจอดรถตลอดแนวริมรั้วข้างสนามเสือป่าและลานพระรูปทรงม้าคันละ 50-100 บาท ทั้งที่เป็นที่สาธารณะและเป็นเขตพื้นที่พระราชฐานเมื่อเก็บเงินเรียบร้อยแล้วจะนำกระดาษเขียนหมายเลขสัญลักษณ์มาแปะไว้หน้ากระจกเพื่อเป็นการยืนยันว่ามีการ "จ่ายค่าจอดรถเรียบร้อยแล้ว โดยคนขับรถทัวร์แจ้งว่า คนที่มาเก็บค่าที่จอดรถนั้นเป็นชายมีอายุประมาณ 45 ปี รูปร่างสมส่วน ผิวคล้ำขี่รถจักรยานยนต์ฟีโน่สีเปลือกมังคุด คาดขาว ไม่ทราบหมายเลขทะเบียน โดยอ้างว่าเก็บเงินไปให้ "ตำรวจ" ท้องที่ซึ่งที่ผ่านมามีแก๊งมาเฟียเรียกเก็บเงินในช่วงที่มีการพระราชทานปริญญาบัตรและงานกาชาดด้วยโดยค่าทีจอดรถจักรยานยนต์ช่วงเทศกาลดังกล่าวอยู่ที่ 20-50 บาทส่วนรถยนต์คันละ 120-200 บาทซึ่งหลายรายเคยถูกตำรวจ 191 จับกุมดำเนินคดีไปแล้วแต่ไม่เข็ดหลาบกลับมากระทำความผิดซ้ำซากอีก

 

'ผบช.น.' เตรียมแถลงผลล้างยาเสพติด

 

                              พล.ต.ท.คำรณวิทย์ ธูปกระจ่าง ผู้บัญชาการตำรวจนครบาล (ผบช.น.) เตรียมพร้อมแถลงผลระดมกวาดล้างจับกุมยาเสพติดที่ทะลักเข้ามาในกทม. ภายหลังมีคำสั่งล้างบางผู้ค้า ผู้เสพ และเครือข่ายรายใหญ่ให้สิ้นซาก โดยให้ตำรวจฝ่ายสืบสวนทุกกองบังคับการในสังกัดงดทำงานด้านอื่น หันมาระดมกวาดล้างยาเสพติดอย่างเดียวในช่วง 2 สัปดาห์ที่ผ่านมา หวังผลลดต้นตอปัญหาอาชญากรรมในเมืองหลวง โดยการแถลงข่าววันนี้มีทั้งผู้ต้องหาจำนวนมาก ทั้งผู้เสพ ผู้ค้ารายใหญ่ รายย่อย และเครือข่ายที่ขยายผลติดตามจับกุมมาได้

                              ด้าน พล.ต.ต.ฐิติราช หนองหารพิทักษ์ รอง ผบช.น.รับผิดชอบงานด้านการปราบปรามยาเสพติด กล่าวว่า ผบช.น.มีคำสั่งเร่งรัดให้ฝ่ายสืบสวน.บก.น.1-9 ปราบปรามยาเสพติดให้ได้ผลอย่างจริงจัง ไม่ต้องทำคดีอื่น ให้ทำคดีจับกุมยาเสพติดอย่างเดียวระยะหนึ่ง เพื่อตรวจสอบสถิติผลการจับกุมผู้ต้องหาคดียาเสพติด ว่ามีผลต่อคดีอาชญากรรมอย่างไร โดยให้ทุกหน่วยรายงานผลข้อมูลให้ทราบ และนำข้อมูลมาพูดคุยประสานความร่วมมือกัน หากคดีเกี่ยวข้องในพื้นที่ไหนให้ ผกก.สืบสวน บก.นั้นขยายผลต่อในทันที และให้จับตาบุคคลเฝ้าระวังที่มีข้อมูลมีความเกี่ยวข้องกับยาเสพติด พร้อมกำหนดเป้าหมายระดมกวาดล้างพร้อมกันอย่างต่อเนื่อง