
'พงศ์เทพ'เมิน'ปชป.-40สว.'จี้ชะลอทูลเกล้าฯ
'พงศ์เทพ' เมิน 'ปชป.-40ส.ว.' จี้ชะลอทูลเกล้าฯร่างแก้รธน. มั่นใจไม่ขัดมาตรา 154 แนะสังคมจับตาศาลรธน.
30 ก.ย.56 นายพงศ์เทพ เทพกาญจนา รองนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงกรณีที่สมาชิกพรรคประชาธิปัตย์และกลุ่ม 40 ส.ว. ยื่นศาลรัฐธรรมนูญ ระบุว่าร่างแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญ ฉบับที่ ... พ.ศ. ... เกี่ยวกับที่มาของส.ว. อาจขัดมาตรา 154 ว่า รัฐธรรมนูญกำหนดไว่ว่าหลังจากที่สภาผู้แทนราษฎรลงมติผ่าน 3 วาระแล้ว ขั้นตอนต่อไปคือประธานรัฐสภาต้องส่งเรื่องมาให้นายกรัฐมนตรี เพื่อนำร่างแก้ไขเพิ่มเติมขึ้นทูลเกล้าฯ ภายใน 20 วัน นับตั้งแต่วันที่ได้รับร่างแก้ไขฯ ตามบทบัญญัติมาตรา 150 และ 151 โดยไม่ต้องให้หน่วยงานใดมาตรวจสอบความถูกต้องอีก เพราะไม่มีร่างแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญที่รัฐสภาให้ความเห็นชอบแล้ว ไม่ต้องถามใครอีกแล้ว ส่วนนายกรัฐมนตรีจะนำร่างฯขึ้นทูลเกล้าฯเมื่อใด ขึ้นอยู่กับว่าประธานรัฐสภาจะส่งเรื่องมาเมื่อไหร่ ทั้งนี้หากมีการยื่นให้ศาลรัฐธรรมนูญตีความ ตนเชื่อว่าไม่มีปัญหาอะไรทั้งสิ้น
นายพงศ์เทพ กล่าวอีกว่า สำหรับมาตรา 154 ที่หลายฝ่ายระบุนั้น เป็นเรื่องที่จะมีผลกับร่างพ.ร.บ. ไม่ใช่ร่างรัฐธรรมนูญแก้ไขเพิ่มเติม ยกตัวอย่าง หากร่างพ.ร.บ.ใดที่ผ่านความเห็นชอบจากสภาฯแล้ว และส่งเรื่องมาถึงนายกรัฐมนตรี แต่ปรากฎว่ามีส.ส. หรือส.ว. จำนวน 1 ใน 10 เข้าชื่อให้ความเห็นว่าร่างพ.ร.บ.มีบทบัญญัติขัดรัฐธรรมนูญหรือตราขึ้นโดยไม่ชอบด้วยรัฐธรรมนูญ จึงจะเป็นหน้าที่ของประธานรัฐสภา ต้องส่งเรื่องไปยังศาลรัฐธรรมนูญพิจารณา จากนั้นจึงจะส่งเรื่องมาถึงนายกรัฐมนตรี เพื่อชะลอการดำเนินการที่จะประกาศใช้ แต่กรณีนี้เป็นร่างแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญ ดังนั้นไม่ได้นำบทบัญญัติ ตามมาตรา 154 มาใช้บังคับ ดังนั้นสิ่งที่นายกรัฐมนตรีต้องทำเพียงกรณีเดียวคือ นำร่างขึ้นกราบบบังคมทูลเกล้าฯ โดยที่ไม่มีทางทำอย่างอื่นได้
เมื่อถามว่ามองอย่างไรที่ฝ่ายค้านหยิบยกเรื่องนี้ให้เป็นประเด็นทางการเมือง นายพงศ์เทพ กล่าวว่า ฝ่ายค้านจะพูดหรือให้ความเห็นอะไรเป็นเรื่องของฝ่ายค้าน แต่นายกรัฐมนตรีมีหน้าที่อย่างเดียวคือทำตามรัฐธรรมนูญ และไม่มีใครที่จะมาสั่งให้ทำเป็นอย่างอื่นได้ เมื่อถามว่าศาลรัฐธรรมนูญมีอำนาจอะไรที่จะวินิจฉัยว่าขัดหรือไม่ รองนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า รัฐธรรมนูญเขียนไว้ชัดเจนว่าร่างแก้ไขเพิ่มเติม ไม่มีบทบัญญัติใดให้ไปร้องศาลรัฐธรรมนูญได้ อีกทั้งร่างแก้ไขฯไม่ได้ให้ทำได้ แต่ถ้าเป็นกรณีพ.ร.บ. นั้น บทบัญญัติตามมาตรา 154 มีบังคับอยู่ ไม่เกี่ยวกับรัฐธรรมนูญ และควรถามศาลรัฐธรรมนูญว่าทำได้หรือไม่ และตนเชื่อว่าศาลเข้าใจดีอยู่แล้วว่ากรอบการแบ่งแยกอำนาจคืออะไร และอำนาจตุลาการ บริหาร และนิติบัญัติคืออะไร ไม่ใช่อำนาจใดอำนาจหนึ่งจะไปก้าวล่วงเรื่องของคนอื่น เพราะฝ่ายบริหารและนิติบัญญัติก็ไม่ได้ไปเข้าร่วมศาลในส่วนที่เกี่ยวกับการพิจารณาคดี เรื่องนี้ศาลรัฐธรรมนูญเคยวินิจฉัยเกี่ยวกับการแก้ไขรัฐธรรมนูญก่อนที่จะมีรัฐบาลชุดนี้ ว่ามาตรา 154 ที่ให้ยื่นโต้แย้งต่อศาลรัฐธรรมนูญนั้น ไม่ใช่บังคับกับการการแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญ
นายพงศ์เทพ กล่าวอีกว่า "ไม่เชื่อว่าศาลรัฐธรรมนูญจะทำอะไรที่เกินกรอบอำนาจหน้าที่ของ ผมเข้าใจว่าสิ่งที่สำคัญในแง่ขององค์กรฝ่ายตุลาการ ที่สังคมเพ่งเล็งอยู่ เวลาจะทำอะไรต้องยึดคำวินิจฉัยเดิมของท่าน หากคำพิพากษาแกว่งไปแกว่งมา คนจะขาดความน่าเชื่อถือ และสังคมจับตามองอยู่คือเรื่องสองมาตรฐาน เราเชื่อว่าศาลจะระมัดระวังเรื่องนี้อย่างเคร่งครัด ทั้งนี้รัฐบาลและรัฐสภาทำหน้าที่ภายใต้กรอบอำนาจที่รัฐธรรมนูญกำหนด รัฐบางและรัฐสภาไม่ได้ไปชนกับใคร แต่ต้องถามว่าองค์กรอื่นจะมาชนกับสภาฯหรือรัฐบาลหรือไม่ ผมไม่ทราบ"



