
'กินเจ'ได้ทั้งบุญหนุนนำเศรษฐกิจ
เล่าสู่กันฟัง : 'กินเจ' ได้ทั้งบุญ หนุนนำเศรษฐกิจ : โดย...บัญญัติ คำนูณวัฒน์
จากนี้ไม่กี่วันก็จะถึงเทศกาลกินเจอีกแล้วนะครับเทศกาล “กินเจ” หรือ “เก้าอ่วงเจ” ซึ่งมีตำนานเรื่องเล่าการถือกำเนิดมากมายจากความเชื่อและความศรัทธา แล้วแต่ว่าคุณจะได้ยินได้ฟังมาจากพื้นเพถิ่นไหน แม้กระทั่งประเทศไทยเองยังได้รับอิทธิพลที่มีการผสมกลมกลืนความเชื่อทางศาสนา พิธีกรรมและประเพณีการกินเจ ที่ไม่อาจแยกออกจากกันได้ด้วยปัจจัยสายสัมพันธ์ของไทย-จีน ตั้งแต่การติดต่อค้าขาย การอพยพมาตั้งรกรากอยู่ที่ไทย การอยู่แบบพึ่งพาอาศัยในด้านแลกเปลี่ยนการศึกษา ธุรกิจ และการสร้างครอบครัว นานนับหลายร้อยปี
อย่างไรก็ตาม ไม่ว่าตำนานเทศกาลกินเจจะเป็นแบบไหน แต่สิ่งหนึ่งบ่งบอกได้ชัดเจนในประเพณีนี้คือ การสอดแทรกคุณค่าในความเชื่อ ที่นอกจากเทพเจ้ายังมีด้านคุณธรรม กตัญญูต่อบรรพบุรุษด้วยพิธีกรรมเทกระจาดที่จะเริ่มทำก่อนกินเจ, การทำดีด้วยพิธีกรรมการทำทานปล่อยสัตว์ สวดมนต์ และที่สำคัญความเชื่อด้านสุขภาพ ซึ่งเป็นความเชื่อเชิงวิทยาศาสตร์ โดยกินเจจะทำให้สุขภาพแข็งแรงด้วยคุณประโยชน์จากผัก ผลไม้ โปรตีนจากพืชตระกูลถั่ว ที่สร้างสมดุลให้ระบบย่อยอาหารและระบบขับถ่ายทำงานได้มีประสิทธิภาพ
เทศกาลกินเจปีนี้ตรงกับช่วงวันที่ 5-13 ตุลาคม แต่ก็ไม่มีข้อห้ามใดๆ นะครับ หากบางคนจะเริ่มกินล่วงหน้า นัยว่าเป็นการล้างท้องล้างไส้ให้สะอาด ปราศจากการตกค้างของเนื้อสัตว์ เพื่อพร้อมที่จะรักษาศีลกินเจให้บริสุทธิ์จริงๆ แต่สิ่งที่ผมประสบด้วยความแปลกใจจนอดหยิบยกมาพูดไม่ได้คือ คนที่รักษาศีลกินเจนั้น มักจะมีผิวพรรณที่ผุดผ่อง คิดว่าสาเหตุคงไม่ได้มาจากสารอาหารประเภทวิตามินจากพืชผักเพียงอย่างเดียว แต่น่าจะมาจากสภาพภายในจิตใจที่สงบของคนกินเจด้วย เรียกได้ว่าเป็นกลยุทธ์สร้างความงดงามจากภายในแล้วส่งผลมาถึงภายนอก
ตลอดจนศิลปะในการทำอาหาร ที่นอกจากอุดมด้วยโภชนาการแล้วยังสามารถสร้างจินตนาการให้แก่ผู้ที่บริโภคอาหารเจใน 10 วัน ได้เหมือนกับกินข้าวแกง อาหารตามสั่ง ซึ่งมีทั้งรูปร่าง รสชาติ กลิ่น คล้ายคลึงราวกับมีเนื้อสัตว์จริงๆ ซึ่งหากย้อนไปเมื่อ 10 ปี ก่อนหน้านี้การกินอาหารเจแต่ละคราว เป็นเรื่องที่ค่อนข้างยากลำบากพอสมควร เพราะแต่ละบ้านต่างต้องทำกินกันเองเป็นส่วนใหญ่
แต่วันนี้ไม่ใช่เรื่องยาก เพราะไม่ว่าจะมองไปทางไหนก็จะเห็นแต่ธงสามเหลี่ยมสีเหลืองสัญลักษณ์ของอาหารเจปลิวไสวไปทั่ว นั่นเป็นเพราะจำนวนผู้ศรัทธาในการกินเจขยายวงกว้างมากขึ้นอย่างรวดเร็ว ทำให้มีผู้ผลิตสินค้าเจออกมาตอบสนองความต้องการกันมากขึ้นตามไปด้วย จนทำให้ตลาดอาหารเจเติบโตกว่า 5% ทุกปีต่อเนื่องมาตลอด ว่ากันว่าตลาดรวมของอาหารเจในช่วงไม่กี่วันนี้มีมูลค่าถึงปีละเกือบ 4 หมื่นล้านบาทเลยทีเดียว
แน่นอนว่าเม็ดเงินก้อนนี้ย่อมกระจายรายได้ไปยังทุกกลุ่มคนที่อยู่ในห่วงโซ่ของอาหารเจ รวมถึงพี่น้องเกษตรกรผู้ปลูกพืชผักผลไม้ที่นำมาใช้ผลิตอาหารเจด้วย เรียกว่าประเพณีกินเจนี้นอกจากจะส่งผลบุญไปยังผู้กินเจแล้ว ยังส่งผลดีไปยังผู้คนอีกมากมายหลายกลุ่ม ถือได้ว่าเป็นประเพณีที่ควรค่าแก่การสนับสนุนจริงๆ ครับ
--------------------------
(เล่าสู่กันฟัง : 'กินเจ' ได้ทั้งบุญ หนุนนำเศรษฐกิจ : โดย...บัญญัติ คำนูณวัฒน์)



