
'พท.'มั่นใจ3.5แสนล้านแก้น้ำท่วมได้
'พท.' มั่นใจ 3.5 แสนล้าน แก้ไขปัญหาน้ำท่วมได้ เมิน 'ปชป.' จี้ 'นายกฯ' ชะลอทูลเกล้าฯร่างแก้รธน. ยันบ้านเมืองต้องเดินหน้า
30 ก.ย.56 นายอนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด รองโฆษกพรรคเพื่อไทย กล่าวถึงเหตุการณ์น้ำท่วมพื้นที่ต่างๆในขณะนี้ว่า เกิดจากฝนตกหนักในบางพื้นที่ มีฝนตกติดต่อกันต่อเนื่องนานที่สุดในรอบ 30 ปี ทำให้เกิดภาวะน้ำหลาก ส่งผลให้เกิดปัญหาน้ำท่วมหลายพื้นที่ ซึ่งขณะนี้น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม ,คณะรัฐมนตรี ทุ่มสรรพกำลังอย่างเต็มที่ในการแก้ไขปัญหา จุดสำคัญที่จะทำให้ประเทศไทยมั่นใจจากปัญหาน้ำท่วมได้ คือขับเคลื่อนนโยบายการบริหารจัดการน้ำของรัฐบาล ที่จะต้องทำได้มากกว่านี้ แต่เนื่องจากปัญหาต่างๆ ทั้งคำสั่งศาลปกครองให้ระงับโครงการ 3.5 แสนล้านบาท และการชุมนุมคัดค้านเขื่อนแม่วงก์ ที่มีประชาชนไม่เข้าใจอีกจำนวนมาก รวมไปถึงอาจจะมีมุมมองที่แตกต่างกันบ้างในการบริหารจัดการ เพราะบางส่วนมองว่า ภาระหนักในการแก้ปัญหาตกอยู่กับหน่วยงานท้องถิ่นและจังหวัดมากเกินไป ประสิทธิภาพการแก้ปัญหาจึงค่อนข้างน้อย
นายอนุสรณ์ กล่าวว่า ในขณะที่อีกส่วนมองว่าขั้นตอนการบริหารจัดการภัยพิบัติเป็นระดับท้องถิ่น ไม่ใช่ภัยพิบัติระดับประเทศ กบอ.ยังไม่ต้องเข้าไปจัดการ แต่ทำหน้าที่บริหารภาพรวม ซึ่งทางรัฐบาลจะเร่งบูรณาการเพื่อนำไปสู่การแก้ไขปัญหาร่วมกันให้เกิดประโยชน์สูงสุด รัฐบาลอยากให้ผู้เกี่ยวข้องทั้งหมด สังคมไทยต้องช่วยกันเดินหน้าโครงการ 3.5 แสนล้านบาท ในการบริหารจัดการน้ำของรัฐบาลอย่างเร่งด่วนไม่เช่นนั้น ในระยะยาวอาจจะไม่สามารถแก้ไขปัญหาได้อย่างเป็นระบบซึ่งพี่น้องประชาชนจะได้รับผลกระทบในวงกว้าง
'พท.' เมิน 'ปชป.' จี้ 'นายกฯ' ชะลอทูลเกล้าฯร่างแก้รธน.
นายอนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด รองโฆษกพรรคเพื่อไทย กล่าวถึงกรณีทีมกฎหมายพรรคประชาธิปัตย์ เรียกร้องให้น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม ชะลอการทูลเกล้าฯร่างเเก้ไขรัฐธรรมนูญ ในมาตรา 150 บัญญัติ ว่า ร่าง พ.ร.บ.ที่ได้รับความเห็นชอบของรัฐสภาแล้วให้นายกรัฐมนตรีนำขึ้นทูลเกล้าทูลกระหม่อมถวายภายใน 20 วัน นับแต่วันที่ได้รับร่าง พ.ร.บ.นั้นจากรัฐสภาเพื่อพระมหากษัตริย์ทรงลงพระปรมาภิไธย และเมื่อประกาศในราชกิจจานุเบกษาแล้วให้ใช้บังคับเป็นกฎหมายได้ เพราะฉะนั้นไม่มีเหตุผลอะไรที่นายกฯจะต้องชะลอ และไม่ได้มีการเขียนไว้ว่า หลังพ้นเงื่อนไข 20 วัน แล้วจะมีผลทำให้กฎหมาย ตกไปหรือไม่ตกไป จึงเป็นหน้าที่ของนายกฯ ต้องปฏิบัติตามรัฐธรรมนูญที่ระบุไว้
ส่วนการวินิจฉัย ขอให้เป็นหน้าที่ของศาลรัฐธรรมนูญ พรรคประชาธิปัตย์ก็ควรทำหน้าที่ของตนเองเช่นกัน มีหน้าที่ในการออกกฎหมาย เป็นตัวแทนของประชาชน ก็ควรจะปฏิบัติหน้าที่ของตนอย่างเต็มที่ ไม่ใช่ว่าพอถึงเวลาปฏิบัติหน้าที่ก็วอล์กเอาท์ แล้วก็เอาเวลาไปขึ้นเวทีปราศรัยผ่าความจริง อย่ามาหวังดีประสงค์ร้ายจะดีกว่า กลัวอะไรกับการเลือกตั้ง ส.ว. กลัวอะไรกับการตัดสินของประชาชน บ้านเมืองต้องเดินหน้าต่อไป
'อนุสรณ์' ถาม 'ชวน' ใครได้ประโยชน์จากการแบ่งแยกปชช.
นายอนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด รองโฆษกพรรคเพื่อไทย กล่าวถึงกรณีนายชวน หลีกภัย ประธานสภาที่ปรึกษาพรรคประชาธิปัตย์ ระบุรัฐบาลแกล้งไม่ให้ศูนย์ประชุมนานาชาติจ.ภูเก็ตเกิดขึ้นว่า ไม่เหนือความคาดหมาย เป็นแผ่นเสียงตกร่องอีกตามเคย โยนทุกปัญหาไปให้ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี บวกกับความเสื่อมถอยของพรรคประชาธิปัตย์ที่นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรค โดยที่นายชวนปั้นมากับมือ เด็กในคาถา กำลังจะทำพรรคพังพาบคาตา วาทกรรมเชื่อมั่นในระบบรัฐสภา ก็เสื่อมมนต์ขลัง เพราะประชาชนจับได้ไล่ทันว่าไม่มีอยู่จริง พฤติกรรมเสพติดความรุนแรง ดิบ เถื่อน ซ้ำซากในสภา ทำให้มีแต่อคติ บ่มเพาะความเกลียดชัง แบ่งแยกประชาชน มีอะไรก็โทษพ.ต.ท.ทักษิณ ประชาชนไม่เลือกก็โทษพ.ต.ท.ทักษิณ แทนที่จะเอาเวลาไปผลิตนโยบายมาแข่งขันกันอย่างสร้างสรรค์ กลับไปแบ่งแยกประชาชน
นายอนุสรณ์ กล่าวว่า ทั้งๆที่รัฐบาลนี้แก้ไขปัญหาให้กับประชาชนทุกภาคอย่างเท่าเทียมกัน ไม่แบ่งฝักแบ่งฝ่าย เเต่นายชวนและพรรคประชาธิปัตย์ ควรเลิกปั้นวาทกรรมแบ่งแยกคนในประเทศได้แล้ว อย่าพยายามยั่วยุปลุกปั่นให้คนภาคใต้รู้สึกต่ำต้อยด้อยค่า ว่าไม่ได้รับการดูแลจากรัฐบาล หรือรัฐบาลไม่ยอมนำเงินภาษีมาพัฒนาภาคใต้อย่างทั่วถึง ทั้งที่จริงๆแล้ว ระยะเวลา 2 ปี 8 เดือน เสาเข็มศูนย์ประชุมนานาชาติซักต้นก็ไม่ได้ตอก มัวไปทำอะไรอยู่ ทำไมตอนพรรคประชาธิปัตย์เป็นรัฐบาลไม่ทำ แล้วจะมาคร่ำครวญอะไร การที่นายชวน พยายามจะปลุกให้คนไทยตาสว่างจากระบอบทักษิณ แท้จริงแล้ว คนไทยตาสว่างจากการกระทำของพรรคประชาธิปัตย์กันทั้งแผ่นดินแล้วมากกว่าว่า ดีแต่ประดิษฐ์วาทกรรมสวยหรูไปวันๆ คนเขารู้ทันกันหมดแล้ว รวมถึงกระแสข่าวหักค่าหัวคิวการออกแบบศูนย์ประชุมกว่า 50 % และมีการเรียกรับในหลายขั้นตอน แล้วศูนย์ประชุมนานาชาติที่จ.ภูเก็ตจะเกิดได้อย่างไร



