
'ถาวร'ยื่น'ปปช.'เอาผิด'จุลสิงห์'
'ถาวร' ยื่น 'ปปช.' เอาผิด 'จุลสิงห์ วสันตสิงห์' คดีอาญา มาตรา 200 ฐานเป็นพนง.ยุติธรรม ไม่ยื่นฎีกาคดีคุณหญิงอ้อเลี่ยงภาษีโอนหุ้นให้พี่ชาย
30 ก.ย. 56 นายถาวร เสนเนียม รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ และนายวิรัตน์ กัลยาศิริ ส.ส.สงขลา พรรคประชาธิปัตย์ ร่วมกันแถลงว่า บ่ายนี้ตนจะยื่นเรื่องร้องทุกข์กล่าวโทษนายจุลสิงห์ วสันตสิงห์ อัยการสูงสุด ต่อคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ฐานเป็นเจ้าพนักงานในกระบวนการยุติธรรมปฏิบัติหน้าที่มิชอบตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 200 ซึ่งมีโทษจำคุก 6 เดือนถึง 7 ปี ให้พิจารณากรณีที่นายจุลสิงห์ ไม่สั่งฟ้องฎีกาคดีที่คุณหญิงพจมาน ณ ป้อมเพชร อดีตภรรยา พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี พร้อมพวก จงใจเลี่ยงภาษี 273,060,000 บาท
นายถาวร กล่าวว่า เหตุเกิดเมื่อปี 2540 ที่คุณหญิงพจมาน ได้ยกหุ้นให้นายบรรณพจน์ ดามาพงศ์ พี่ชาย ซึ่งต้องชำระภาษีให้รัฐรวม 273,060,000 บาท แต่กลับมีการทำนิติกรรมอำพราง ว่าเป็นการซื้อขายหุ้นให้ โดยเสียภาษีมูลค่าเพิ่มให้นายหน้าจากการซื้อขายเพียง 7,380,000 บาทเท่านั้น หลังจากที่อัยการยื่นฟ้องต่อศาลชั้นต้น ศาลได้พิพากษาให้จำคุกคุณหญิงพจมาน กับนางกาญจนาภา หงส์เหิน ผู้จัดการแทน คนละ 3 ปี และจำคุกนายบรรพจน์ 1 ปี ไม่รอลงอาญา จากนั้นคุณหญิงพจมาน และนายบรรพจน์ได้ยื่นอุทธรณ์ ซึ่งศาลอุทธรณ์ตัดสินให้ยกฟ้องคุณหญิงพจมาน และนางกาญนาภา ขณะที่ให้ลงโทษจำคุกนายบรรพจน์ 1 ปี แต่ให้รอลงอาญา ขณะที่กลับปรากฏสิ่งที่สังคมไทยและวงการยุติธรรมจับตามองคือ อัยการสูงสุดไม่ยื่นฟ้องฎีกาในคดีนี้ต่อ ตนจึงตั้งคณะกรรมการติดตามกรณีนี้ตลอดมา
"การที่มายื่นร้องทุกข์กล่าวโทษ ในการปฏิบัติหน้าที่วันสุดท้ายของนายจุลสิงห์ ที่จะเกษียณอายุราชการในวันนี้ ( 30 ก.ย.) เพราะหลักฐานเอกสารต่างๆ ในคดีดังกล่าว ผมเสาะแสวงหามาได้อย่างอยากลำบาก มีการปกปิด หรือให้ไม่ครบ จนต้องทำเรื่องขอจากคณะกรรมการอุทธรณ์ตามกฎหมายพ.ร.บ.ข้อมูลข่าวสาร ซึ่งทางอัยการดำเนินการล่าช้ามาก เอกสารบางอย่างเพิ่งได้มา ส่วนเหตุที่ไม่ยื่นถอดถอนนายจุลสิงห์ เพราะนายจุลสิงห์ จะเกษียณราชการในวันนี้ (30 ก.ย.) แล้ว อีกทั้งมีการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ที่มาของ ส.ว. ซึ่งคิดว่ามาจากฐานการเมือง ที่จะมี ส.ว.มาจากการเลือกตั้ง ผมจึงไม่มั่นใจในกระบวนการถอดถอนผ่านวุฒิสภา จึงเลือกที่จะใช้กระบวนการยุติธรรมด้านเดียว เพื่อเป็นบรรทัดฐาน และต้องขอโทษพี่น้องอัยการในสำนักงานอัยการ เพราะมีความจำเป็นที่ต้องทำหน้าที่ตรวจสอบ เพื่อรักษาความถูกต้องที่บรรพอัยการที่ได้สะสมเกียรติยศ ศักดิ์ศรี ยึดมั่นการปฏิบัติหน้าที่ ในการรักษาผลประโยชน์ของชาติ และให้สังคมนี้ทราบว่า ที่สุดแล้วจะมีเพียงความจริงแท้ของข้อเท็จจริงเท่านั้นที่จะยังคงอยู่"
นายถาวร กล่าวว่า เหตุผลที่ต้องกล่าวโทษ เพราะ 1. อัยการกลับมีความเห็น กรณีคุณหญิงพจมาน กับนางกาญจนาภา จากเห็นว่ามีความผิดเป็นไม่ผิด ซึ่งตามปกติเรื่องในลักษณะดังกล่าว อัยการต้องยื่นฎีกาเกือบทุกเรื่อง 2. อัยการมีความเห็นกรณีบทลงโทษจำคุก ตามประมวลรัษฎากรว่า กฎหมายฉบับดังกล่าวไม่มีเจตนารมณ์ไม่ประสงค์ให้จำคุกผู้กระทำความผิด 3. อัยการปกปิดข้อเท็จจริงในกรณีสั่งไม่ฎีกา กรณีคุณหญิงพจมาน จ่ายค่าหุ้นจากกระเป๋าซ้ายใส่กระเป๋าขวา แทนนายบรรณพจน์ และยอมจ่ายภาษีมูลค่าเพิ่ม (Vat.) นายหน้าแทน แต่ได้หนีภาษี 273,060,000 บาท 4. กรณีนายบรรพจน์ ศาลพิพากษาว่า ผิดตามฟ้องแต่ลงโทษ 1 ปี รอลงอาญา อีกทั้งประธานศาลอุทธรณ์ได้ตรวจสำนวนและทำความเห็นแจ้งว่า การหลบหนีคดีนี้เป็นจำนวนเงินที่สูงมาก ไม่สมควรรอลงอาญา แต่อัยการกลับไปก้าวล่วง วินิจฉัยเสียเองว่า แม้จะฎีกาไป ศาลฎีกาก็คงจะไม่รับฎีกา
นายถาวร กล่าวว่า 5. อัยการอ้างว่าการไต่สวนเรื่องการหลบหนีภาษีคดีนี้ได้ไต่สวนโดยไม่มีการออกหมายเรียกขาดเหตุผลในการอ้าง เพราะกฎหมายมุ่งประสงค์ให้ทำการไต่สวนให้เกิดความเป็นธรรมถูกต้อง ก่อนประเมินว่าภาษีเท่าใด มีการหลบหนีหรือไม่ แต่อัยการไปอ้างเรื่องยังไม่ออกหมายเรียก 6. ป.ป.ช.เคยมีดุลพินิจแจ้งให้อัยการยื่นฎีกาคดีนี้ แต่อัยการก็เพิกเฉยไม่ใส่ใจ ต้องการหาเหตุผลมาสั่งไม่ฎีกาอย่างเดียว ซึ่งหลังจากได้ยื่นเรื่องให้ ป.ป.ช.แล้ว หาก ป.ป.ช.เห็นว่า เรื่องมีมูล ก็จะตั้งคณะอนุกรรมการขึ้นสอบสวนต่อ และตนพร้อมที่จะให้ความร่วมมือทุกอย่าง
เหตุผลกล่าวโทษ
1. กลับความเชื่อ ความเห็นกรณี คุณหญิง + กาญจนาภา เรื่องทำนองนี้ต้องฎีกาเกือบทุกเรื่อง
2. อัยการมีความเห็น กรณี บทลงโทษจำคุกตามประมวลรัษฎากรว่า กม.ฉบับดังกล่าว ไม่มีเจตนารมณ์ ไม่ประสงค์ให้จำคุกผู้กระทำความผิด
3. อัยการปกปิดข้อเท็จจริงในกรณีสั่งไม่ฎีกา กรณีที่คุณหญิงจ่ายค่าหุ้น จากกระเป๋าซ้ายใส่กระเป๋าขวา แทนบรรณพจน์ และยอมจ่าย Vat. นายหน้าแทน (7,380,000)
แต่ได้หนีภาษี 273,060,000 บาท
กล่าวหาว่าศาลวินิจฉัยข้อเท็จจริงนอกสำนวนมาวินิจฉัยลงโทษ
4. กรณี นายบรรพจน์ ศาลพิพาทษาว่าผิดตามฟ้อง แต่ลงโทษ 1 ปี รอการลงโทษไว้ 1 ปี
กรณีนี้ประธานศาลอุทรณ์ ตรวจสำนวนได้ทำความเห็นแย้งว่า การหลบหนีคดีนี้สูงมากไม่สมควรรอการลงอาญา แต่อัยการได้ก้าวล่วง วินิจฉัยเสียเองว่า แม้จะฎีกาไป ศาลฎีกาก็คงจะไม่รับฎีกา
5. อัยการอ้างว่าการไต่สวนเรื่อง การหลบหนีภาษีคดีนี้ได้ไต่สวนโดยไม่มีการออกหมายเรียก ขาดเหตุผลในการอ้าง เพราะกฎหมายมุ่งประสงค์ให้ทำการไต่สวนให้เกิดความเป็นธรรมถูกต้อง ก่อนประเมินว่าภาษีเท่าใด มีการหลบหนีหรือไม่ แต่อัยการไปอ้างเรื่องยังไม่ออกหมายเรียก
6. ปปช.ก็เคยมีดุลยพินิจแจ้งให้อัยการยื่นฎีกาคดีนี้ แต่อัยการก็เพิกเฉย ไม่ใส่ใจต้องการหาเหตุผลมาสั่งไม่ฎีกาอย่างเดียว



