ข่าว

"ถึงเวลา...ก.ม.ควบคุม "ม็อบ" ?

"ถึงเวลา...ก.ม.ควบคุม "ม็อบ" ?

14 มิ.ย. 2552

"บ้านเมือง" เรานับวันจะมี "ม็อบ"มากขึ้นทุกที

 สารพัดทั้งม็อบการเมือง ม็อบเกษตรกร ม็อบแม่ค้า ม็อบชาวบ้าน

 และนับวันจะรุนแรงขึ้นทุกที มีการปิดถนนบ่อยครั้ง หรือถึงขนาดยึดทำเนียบรัฐบาล ยึดสนามบิน ก่อจลาจล เผาบ้าน-เผาเมือง

 ซึ่งการชุมนุมที่เกินขอบเขต สร้างความเดือดร้อนให้แก่ประชาชนเป็นอย่างมาก อีกทั้งยังสร้างความเสียหายให้แก่ประเทศชาติ

 อย่างวันที่ 27 มิถุนายนนี้ ทางกลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) ก็ได้มีการนัดชุมนุมใหญ่อีกครั้ง ท่ามกลางความวิตกกังวลของหลายฝ่ายว่า จะมีการป่วนเมืองก่อความรุนแรงขึ้นอีก

 ซึ่งในเรื่องการชุมนุมประท้วงนี้  ต้องยอมรับว่าที่ผ่านมาบ้านเมืองเรา ยังไม่มีการจัดการกับผู้ชุมนุมหรือฝูงชนได้ดีเท่าที่ควร

 บางครั้งก็มีสภาพเหมือนกับว่าบ้านเมือง ไม่มีอำนาจรัฐ และอยู่ในภาวะ "สุญญากาศ"

 สาเหตุสำคัญประการหนึ่ง ก็คือ กฎหมายบ้านเรายังมีช่องโหว่ เนื่องจากรัฐธรรมนูญมาตรา 63 ได้บัญญัติไว้ว่า "บุคคลย่อมมีเสรีภาพในการชุมนุมโดยสงบและปราศจากอาวุธ"

 แต่รัฐธรรมนูญก็บัญญัติไว้อย่างกว้างๆ เท่านั้น ทำให้เกิดการ "ตีความ" ที่ไม่ตรงกันว่าอะไร คือ การชุมนุมโดยสงบที่สามารถทำได้ตามกฎหมาย

 และเมื่อมีความไม่ชัดเจน ก็ส่งผลให้เจ้าหน้าที่รัฐ ไม่กล้าเข้าควบคุมสถานการณ์การชุมนุม เพราะเกรงว่าขืนผลีผลามตัวเองอาจต้องติดคุก เพราะถูกผู้ชุมนุมฟ้องข้อหาปฏิบัติหน้าที่มิชอบ

 ด้วยเหตุนี้จึงมีแนวคิดว่า จะต้องมีการออกกฎหมายคล้ายๆ กับ "กฎหมายลูก" เพื่อตีกรอบให้ชัดเจนยิ่งขึ้นว่าอะไร คือ การชุมนุมที่ชอบด้วยกฎหมาย และอะไรที่เกินขอบเขตของกฎหมายไปแล้ว

 นั่นก็คือ กฎหมายเกี่ยวกับการชุมนุมในที่สาธารณะ

 ที่ผ่านมาก็มีความพยายามในเรื่องนี้มาหลายครั้งหลายหนแล้ว เริ่มตั้งตั้งยุค คมช.สมัยรัฐบาล พล.อ.สุรยุทธ์ จุลานนท์ และเรื่อยมาอีกหลายรัฐบาลทั้งรัฐบาลนายสมัคร สุนทรเวช รัฐบาลนายสมชาย วงศ์สวัสดิ์

 โดยจะมีการออกกฎหมายชื่อว่า "พ.ร.บ.การควบคุมการชุมนุมในที่สาธารณะ" เนื่องจากรัฐบาลเหล่านี้ต้องเผชิญกับการชุมนุมทางการเมือง แต่ก็ไม่สำเร็จผลเสียที

 และเมื่อมาถึง "รัฐบาลประชาธิปัตย์" ที่ต้องเจอกับการชุมนุมของ "มวลชนเสื้อแดง" ที่ก่อเหตุถึงขั้นจลาจลกลางกรุงในช่วงเทศกาลสงกรานต์ที่ผ่านมา ทำให้นายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกฯ ฝ่ายความมั่นคง มีความคิดที่จะฟื้นการออก "พ.ร.บ.การควบคุมการชุมนุมในที่สาธารณะ"  ขึ้นมาอีกครั้ง และครม.ก็มีมติเห็นชอบด้วย จากนั้นก็ได้มอบหมายให้สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา ไปยกร่าง พ.ร.บ.ฉบับนี้ร่วมกับสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (สตช. )

 ล่าสุดได้มีโอกาสสอบถามความคืบหน้าเกี่ยวกับร่างกฎหมายฉบับนี้

 กับ คุณพรทิพย์ จาละ เลขาธิการคณะกรรมการกฤษฎีกา

 "...ตอนนี้กฤษฎีกาได้มอบหมายให้ทาง สตช. ไปพิจารณายกร่าง โดยยึดหลักว่า ก.ม.ฉบับนี้ต้องมีความเหมาะสมกับสังคมไทย และมีการเอาต้นแบบจากประเทศต่างๆ มาพิจารณาด้วย โดยเฉพาะการบังคับใช้ได้จริง เหมาะสมกับวิถีชีวิตคนไทยและต้องไม่เป็นการละเมิดสิทธิเสรีภาพของประชาชนด้วย" คุณพรทิพย์ เริ่มเล่า

 จากนั้นอธิบายต่อว่า "...แต่การพิจารณา พ.ร.บ.ฉบับนี้ จะต้องดูข้อกฎหมายอย่างรอบด้าน เพราะเหมือนกับเป็น "ดาบสองคม" ที่อาจจะกระทบสิทธิในการชุมนุมของประชาชนได้ ดังนั้นเมื่อมอบหมายให้ สตช.เป็นผู้พิจารณายกร่าง ก็ต้องดำเนินการอย่างรอบคอบและเมื่อ สตช.ส่งร่างกลับมา กฤษฎีกา ก็จะนำมาพิจารณาอีกครั้ง ก่อนที่จะนำเสนอกลับเข้าสู่ที่ประชุม ครม.เพื่อให้ความเห็นชอบต่อไป"

 พร้อมกับคำทิ้งท้ายที่ว่า "...ก.ม.ควบคุมการชุมนุมในที่สาธารณะ จำเป็นที่จะต้องมีในสภาพที่สังคมและการเมืองเป็นแบบนี้ เพียงแต่ต้องหาวิธีการที่เหมาะสมที่สุดเท่านั้น"
 
 สำหรับประเด็นที่ สตช. กำลังพิจารณาเป็นพิเศษก็คือ สถานที่ในการชุมนุม ซึ่งหมายถึง ที่สาธารณะที่รัฐควรจัดสถานที่ให้ประชาชนสำหรับการชุมนุม

 แต่สถานการณ์ปัจจุบันไม่มีสถานที่ชุมนุมเป็นที่ชัดเจน เพราะส่วนใหญ่จะใช้ท้องสนามหลวงหรือบริเวณหน้าสถานที่ราชการ ดังนั้นจึงต้องพิจารณาว่า "ที่สาธารณะ" ควรจะเป็นสถานที่ใดถึงจะเหมาะสม

 นอกจากนี้ยังต้องพิจารณาถึงขอบเขตและอำนาจของเจ้าหน้าที่ตำรวจด้วย เพราะเกรงว่าจะเป็นการให้อำนาจแก่เจ้าหน้าที่ตำรวจมากเกินไป ในการเข้าควบคุมการชุมนุมในที่สาธารณะ

 และยังมีประเด็นที่ต้องพิจารณาอีกว่า การชุมนุมต้องขออนุญาตหรือไม่...ในกรณีที่มีการใช้ช่องทางเดินรถหรือพื้นผิวการจราจร การใช้เครื่องขยายเสียง การใช้ยานพาหนะ การเคลื่อนย้ายสถานที่การชุมนุม รวมไปถึงการตั้งคณะกรรมการพิจารณาคำขออนุญาตชุมนุมในที่สาธารณะและบทลงโทษด้วย ซึ่งทั้งหมดนี้ จะต้องไม่ทำให้ประชาชนรู้สึกว่า มีการใช้อำนาจรัฐที่มากเกินไป

 แม้ว่าการชุมนุมเป็นเรื่องปกติ และเป็นธรรมชาติของประชาชนในระบอบประชาธิปไตย

 แต่ระยะหลังการชุมชุมในบ้านเราได้มีความรุนแรงเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ

 คำถามจึงอยู่ที่ว่า...ถึงเวลาที่จะมี ก.ม.ควบคุมม็อบแล้วหรือยัง

 

** โต๊ะข่าวการเมือง**