ข่าว

ฝนทะลักท่วมฟาร์มนกกระทาเสียหาย2แสน

ฝนทะลักท่วมฟาร์มนกกระทาเสียหาย2แสน

30 ก.ย. 2556

ฝนทะลักท่วมฟาร์มนกกระทาตายนับหมื่นตัว เสียหาย 200,000 บาท




          วันที่ 30 ก.ย.56 นายฉัตรชัย เย็นทรวง ปลัดอำเภอเมืองอ่างทอง เปิดเผยว่า ได้รับรายงานว่าเกิดน้ำเข้าท่วมฟาร์มนกกระทา ที่บ้านเลขที่ 22/1 หมู่ที่ 1 ต.จำปาหล่อ อ.เมืองอ่างทอง จ.อ่างทอง ทำให้นกกระทาที่เลี้ยงไว้นับหมื่นตัวตาย   ขณะเดียวกันจากการลงพื้นที่ตรวจสอบพบว่า น้ำที่เข้าท่วมนั้นมาจากน้ำในคลองชลประทานและน้ำฝนที่ตกอย่างหนักในคืนวันอาทิตย์ สำหรับความเสียหายจากการตรวจสอบพบว่านกกระทาที่เลี้ยงไว้  40,000 ตัว  ตายไปกว่า 20,000 ตัว  สร้างความเสียหายให้กับผู้ประกอบการ น่าจะสูงถึง 200,000 บาท
    
          นายภาคภูมิ ดีพร้อม อายุ 28 ปี เจ้าของนกกระทา กล่าวว่า น้ำจากคลองชลประทานที่ทำการะบายออกทุ่ง ได้ล้นคันดินไหลเข้าเล้านกกระทาทำให้นกกระทาที่เลี้ยงไว้กว่า 20,000 ตัว  จาก 40,000 ตัว จมน้ำตาย ส่วนที่เหลือต้องจับแยกเข้ากรงแต่ ก็น่าจะตายเพราะนกถูกน้ำก็จะเป็นหวัด สำหรับนกกระทา กลุ่มที่เพิ่งฝักออกมาอายุเพียง 15 วัน โดยจะแยกเลี้ยงไว้กับพื้น




ปราจีน-น้ำท่วมยังวิกฤติคันดินถล่ม-น้ำป่าทะลัก

          ผู้สื่อข่าวรายงานสถานการณ์น้ำท่วม จ.ปราจีนบุรี รวม 7 อำเภอ  โดยน้ำท่วมขั้นวิกฤติ(รุนแรง)ประกอบด้วย อ.กบินทร์บุรี ,อ.ศรีมหาโพธิ .อ.ประจันตคาม โดยก่อนหน้านี้ทาง น.ส.ยิ่งลักษณ์  ชินวัตร นายกรัฐมนตรี พร้อมคณะ อาทินายบรรหาร  ศิลปะอาชา อดีตนายกรัฐมนตรี ได้ลงพื้นที่ตรวจสถานการณ์เพื่อร่วมแก้ไขปัญหา ซึ่งวางแนวทางเร่งระบายน้ำออกจากพื้นที่ ทั้งเปิดบานประตูระบายน้ำ ,การเพิ่มเครื่องเรือผลักดันน้ำจากเดิม ให้ไหลลงทุ่งระบายน้ำหรือลงทะเลโดยเร็ว  และรับฟังข้อเสนอแนะระยะยาว ที่มีการเสนอให้สร้างเขื่อนใสน้อยใสใหญ่ อ.นาดี บนอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่มรดกโลก ,สร้างอ่างเก็บน้ำคลองหนองแก้ว อ.ประจันตคาม และให้มีการขุดลอกแม่น้ำปราจีนบุรีตามที่นำเสนอนั้น
    
          ล่าสุดจากที่ฝนตกหนักตลอดทั้งคืน  และประกอบกับผลที่  หลังจากคันดินคลองชลประทาน ต.วังดาล อ.กบินทร์บุรี จ.ปราจีนบุรีพังทลายเนื่องจากน้ำท่วมกัดเซาะ  และจากที่มีการเปิดบานประตูระบายน้ำจาก  กระพ้อใหญ่(ท่าแห) ประตูรายน้ำเพ็ชรเอิม ประตูระบายน้ำตะกรุดอ้อม หลังมีม็อบชาวบ้านเหนือน้ำที่ถูกน้ำท่วมกดดันให้เปิดนั้น  น้ำจากแม่น้ำปราจีนบุรีได้ไหลล้นตลิ่งเข้าท่วมน้ำเข้าท่วมเมืองปราจีนฯเมื่อ  ค่อนรุ่งเวลาประมาณ 02.30น.  โดยไหลบ่าเข้าตามท่อระบายน้ำบางแห่งล้นตลิ่งตามแนวถนนจากฝั่งแม่น้ำปราจีนบุรีที่น้ำปริ่มตลิ่งเข้าท่วมตัวเมืองเขตเทศบาล เมืองปราจีนบุรี อ.เมือง จ.ปราจีนบุรีย่านศูนญ์กลางการค้าขาย เศรษฐกิจ  ระดับน้ำสูงกว่า 50 -60ซม. และเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ต่อเนื่องในขณะนี้
    
          ประกอบด้วยฝั่งตลาดล่างหน้าศาลพระหลักเมืองทั้งหมด ,ตลาดประสิทธิ ,หน้าที่ทำการเทศบาลเมืองปราจีนบุรี,สถานีขนส่ง จ.ปราจีนบุรี ,สถานีตำรวจภูธรเมืองปราจีนบุรี-บ้านพักข้าราชการตำรวจ 126 หลังขนส่งจังหวัดปราจีนบุรี,ธนาคารกรุงเทพ,ธนาคารกสิกรไทย ,ระดับน้ำสูงกว่า 50 ซม. ชาวบ้านและร้านค้าต่างๆ ได้รับผลกระทบนับร้อยครัวเรือน   
    
          ส่วนถนนสายต่าง ๆ ในเขตเทศบาลน้ำท่วมเกือบทุกสาย คือ  ถนนราษฏรดำริ หน้าเทศบาลจนถึงทางเข้า บขส ปราจีนบุรี ,ถนนเทศบาลดำริตลิดเลียบแนวริมแม่น้ำปราจีนบุรีทั้งหมด และถนนปราจีนอนุสรณ์ฝั่งหน้าศูนย์การศึกษาหน้าวิทยาลัยเทคนิค,โรงเรียนปราจีนกัลยาณี,โรงเรียนปราจิณราษฎรอำรุงถึง รพ.เจ้าพระยาอภัยภูเบศรน้ำท่วมสูงกว่า 60 ซม. รถยังวิ่งได้  
    
          แต่พบว่า  ระดับน้ำสูงนี้  มีรถยนต์ รถจักรยานยนต์ที่เปิดทำงาน-โรงเรียนเริ่มเปิดสอบ  หลายคันเสียจอดอยู่ในถนน    สี่แยกไปแดงปราจีนบุรี ระดับน้ำ สูงราว 50-60 ซม.   พบร้านค้าที่ถูกน้ำท่วมไม่สามารถเปิดให้บริการได้ ซึ่งทุกร้านต่างไม่มีใครขนของหนีน้ำได้ทัน เนื่องจากน้ำมาเร็ว  และว่างเว้นน้ำท่วมมาหลายปี  ล่าสุดเทศบาลเมืองปราจีนบุรีได้ป้องกันล่วงหน้าแต่ไม่สำเร็จ
    
          ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมถนนรอบนอกสายหลักถนนสายสุวรรณศร หรือ 33 (ประจันตคาม -ปราจีนบุรี)ตั้งแต่แยกห้วยขื่อถึงบ้านต้น ต.โพธิ์งาม อ.ประจันตคาม น้ำท่วมสูงกว่า 50ซมเป็นทางยาวเกือบ 3กม.การสัญจรไปมาได้แต่เคลื่อนช้า  และต่อเนื่องกันถนนสายปราจีนตคาม (ประจันตคาม -ปราจีนบุรี)ตั้งแต่แยกห้วยขื่อถึงสะพานคลองบางไผ่  จุดระบายน้ำทุ่งโคกมะกอกน้ำท่วมคล้ายกับทะเลเนื้อที่นับกว่า 1,000 ไร่น้ำท่วมลึกกว่า 2.00-3.00 เมตร ได้ล้นหลากถนนยาวกว่า 2 กม.สูงเกือบ 60 ซม. สัญจรไปมาได้แต่เคลื่อนตัวได้ช้า




พิษณุโลก-"วังทอง"อ่วมชาวนาเครียดข้าวเสียหาย

          สถานการณ์น้ำท่วม จ.พิษณุโลก แม่น้ำวังทองยังคงล้นตลิ่งเข้าท่วมพื้นที่หลายหมู่บ้านในหลายตำบล ตั้งแต่ ต.ไชยนาม ต.ดินทอง ต.วังทอง และมาหนักสุดที่ตำบลวังพิกุล อ.วังทอง จ.พิษณุโลก แม้ว่าวันนี้ ระดับน้ำในแม่น้ำวังทองจะลดระดับลงไปประมาณ 10 ซม. แต่ก็ยังคงล้นตลิ่ง และท่วมขังพื้นที่นาข้าวและพื้นที่บ้านเรือนประชาชนในวงกว้าง
    
          โดยที่ทำนบกั้นน้ำแยกวังประดู่ ม.14 บ้านวังฉำฉา ต.วังพิกุล อ.วังทอง หลังจากเมื่อวันที่ 29 ก.ย. น้ำจากแม่น้ำวังทองทลายทำนบพัง ชาวบ้านได้รวมพลังก่อกระสอบทรายกั้น ก็ยังไม่เป็นผล ในวันนี้ ระดับน้ำยังคงทรงตัว และไหลลงสู่พื้นที่ ม.14  ม.2  ม.8  ต.วังพิกุล และเป็นจุดที่น้ำท่วมสูงจุดหนึ่ง เนื่องจากบริเวณนี้ ขนาบด้วยแนวคลองชลประทานโครงการเขื่อนแควน้อยบำรุงแดน และแนวพนังกั้นน้ำแม่น้ำวังทอง ทำให้น้ำที่ทะลักมาท่วมขังในบริเวณนี้ และไหลเข้าท่วมพื้นที่นาข้าวที่กำลังตั้งท้องได้รับความเสียหายจำนวนมาก บ้านเรือนประชาชนที่อยู่ในแนวคลองชลประทานถูกน้ำท่วมขังสูง ต้องอพยพมาอาศัยหลับนอนในเต้นท์ชั่วคราวบนถนนสายดงข่อย-บางสะพาน
    
          ชาวนารายหนึ่ง ในเขตม.14 บ้านวังฉำฉา ต.วังพิกุล อ.วังทอง จ.พิษณุโลก เปิดเผยว่า วันนี้เครียดมาก เนื่องจากน้ำได้ท่วมนาข้าวของตนได้รับความเสียหายนับแสนบาท น้ำขึ้นสูงและมาเร็วมาก ไม่สามารถนำรถเกี่ยวลงไปเกี่ยวข้าวได้ทัน บริเวณนี้เป็นปัญหามาโดยตลอด แก้ไขไม่ได้ เพราะเมื่อน้ำล้นตลิ่งมาจากตำบลวังทอง ก็จะไหลมาในแนวถนนดงข่อย-บางสะพาน และน้ำจะติดแนวคันคลองชลประทาน ไม่สามารถระบายออกทุ่งได้เหมือนก่อน ทำให้ระดับน้ำท่วมสูง และนาข้าวของตนได้รับความเสียหายเป็นประจำ
    
          ขณะที่วัดวังสำโรง ม.8 ต.วังพิกุล อ.วังทอง จ.พิษณุโลก ยังคงถูกน้ำท่วมขังบริเวณวัด พระได้รับความลำบากอย่างมาก ญาติต้องอาศัยเรืออกมารับบิณฑบาตจากญาติโยม แม้ว่าวันนี้ น้ำที่ท่วมบริเวณวัดจะลดระดับลงไปบ้าง แต่ก็ยังอยู่ในระดับที่ท่วมของสูงอยู่ ขณะที่ฝ่ายป้องกันอำเภอวังทอง ได้ออกสำรวจพื้นที่เสียหายและได้รับผลกระทบ และเฝ้าระวังสถานการณ์อย่างใกล้ชิด เนื่องจากระยะนี้ จังหวัดพิษณุโลก ยังคงได้รับอิทธิพลจากร่องมรสุมพาดผ่านภาคเหนือตอนล่าง ภาคกลางตอนบน และในวันที่ 1 ต.ค.นี้คาดว่าจะได้รับอิทธิพลจากพายุหวู่ติ๊บที่ขึ้นฝั่งประเทศเวียดนาม จะส่งผลให้น้ำจากเทือกเข้าเพชรบูรณ์ไหลเข้ามาเพิ่มปริมาณในแม่น้ำวังทองอีก