
ค่านิยมอันตราย...ใครๆ ก็โกงกัน
นายกฯ อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ไปกล่าวเปิดการประชุมของ ป.ป.ช. เมื่อวันก่อน บอกว่าสิ่งที่น่าตกใจในสังคมไทยวันนี้คือการทุจริตประพฤติมิชอบอาจจะเป็นสิ่งที่ถูกยอมรับโดยคนบางคน
และน่าตกใจว่า คนรุ่นใหม่เติบโตมามีแนวคิดว่าการทุจริตเป็นสิ่งที่ไม่ผิด ทั้งการขโมย การติดสินบน เพื่อสร้างความมั่นใจว่าจะก้าวหน้าในหน้าที่การงาน หรือทำให้ตัวเองร่ำรวย
“ค่านิยมสังคม” ที่น่ากลัวและน่าอันตรายที่ว่านี่แหละคือปรากฏการณ์สำหรับคนรุ่นใหม่บางกลุ่มที่เป็นเรื่องที่น่ากังวลยิ่งนัก
แนวโน้ม “ใครๆ เขาก็โกงกันทั้งนั้น” มาจากไหน? ถ้าเด็กไทยเห็นผู้ใหญ่ทำชั่วแล้วได้ดี แน่นอนว่าพวกเขาก็ต้องเห็นว่านั่นคือตัวอย่างที่ควรจะเจริญรอยตาม
ถ้าเยาวชนไทยเห็นนักการเมืองไทยที่ฉ้อฉลแล้วได้ดิบได้ดี ไม่มีใครทำอะไรพวกเขาได้ คนที่ถูกเรียกว่าเป็นอนาคตของประเทศก็ย่อมจะคิดว่านั่นเป็นเรื่อง “เท่” และคน “เก่ง” จึงต้องทำเรื่องเลวๆ แล้วไม่มีใครจับได้ หรือจับได้ก็ไม่มีใครทำอะไรเขาได้
ค่านิยมที่เสื่อมทรามนั้นรวมไปถึงการที่เด็กไทยไม่น้อยมีความเชื่อว่าเรื่อง “เส้นสาย” เป็นประเด็นสำคัญของการ “แสวงหาความสำเร็จ” ในชีวิต
แปลว่าเด็กไทยไม่น้อยเชื่อว่าถ้าจะบรรลุเป้าหมายแห่ง “ความสำเร็จ” จะต้องมีเส้นมีสาย จะต้องมีคนรู้จักในวงราชการ ธุรกิจและการเมืองในระดับสูงที่จะหา “ทางลัด” หรือ “ประตูหลังบ้าน” ที่จะแซงคิวคนอื่นทั้งหมด เพื่อตนเองจะได้ประโยชน์และได้เปรียบคนอื่น
เด็กไทยวันนี้ไม่น้อยคาดหวังว่าพ่อแม่ของตนจะต้อง “มีเส้นสาย” ที่จะทำให้พวกเขาได้เข้าโรงเรียนดังๆ หรือหากจบแล้ว จะต้องสามารถวิ่งเข้าหาคนมีอิทธิพลเพื่อนำพาให้พวกเขาสามารถได้งานการที่ดีกว่าเพื่อนๆ
โดยไม่คำนึงว่าความรู้ความสามารถของตนนั้นจะเท่าเทียมกับคนอื่นหรือไม่
หากเด็กไทยโตขึ้นมาโดยไม่เชื่อในการ “แข่งขันอย่างยุติธรรม” หรือ “การแข่งขังอย่างเท่าเทียมกัน” ก็ย่อมหมายความว่าพวกเขาไม่เชื่อในการปรับปรุงมาตรฐานให้ดีขึ้นตลอดเวลา
หากแต่ต้องการให้ “ความอยู่รอด” ของตนมาก่อนผลประโยชน์ส่วนรวมของสังคม
ข้อสังเกตของนายกฯ อภิสิทธิ์เรื่องนี้ไม่ใช่เรื่องใหม่ แต่ที่จะใหม่ก็คือการที่นายกฯ คนนี้ในฐานะเป็นผู้ประกาศเป็นผู้นำของคนรุ่นใหม่ที่ต้องการปฏิรูปสังคมจะต้องลงมือแก้ปัญหานี้ได้อย่างจริงจัง
ไม่มีจังหวะใดจะเหมาะเจาะเท่าปัจจุบันแล้วที่คุณอภิสิทธิ์ได้มาดำรงตำแหน่งสูงสุดทางการเมือง มีทั้งอำนาจ บารมีและความมุ่งมั่นที่จะปรับเปลี่ยนสังคมไทยให้ไปสู่ทิศทางอันพึงปรารถนาเป็นครั้งแรกในชีวิตทางการเมือง
คุณอภิสิทธิ์อาจจะไม่สามารถทำอะไรมากในการแก้ไขความขัดแย้งของสังคมคนรุ่นปัจจุบันเพราะความแตกแยกครั้งใหญ่มีสาเหตุมาจากการแก่งแย่งผลประโยชน์และอำนาจ
แต่คุณอภิสิทธิ์ควรจะตั้งความหวังไว้กับคนรุ่นใหม่ได้มากกว่า...ด้วยการลุยเข้าไปสู่สังคมเยาวชนคนรุ่นใหม่ เริ่มต้นด้วยการสร้างค่านิยมแห่งการรับใช้สาธารณะหรือ public service และวัฒนธรรมจิตอาสา (volunteerism) ที่เป็นหัวใจแห่งการสร้างมาตรฐานแห่งความเป็นคนไทยรุ่นใหม่ที่จะสร้างความหวังใหม่ให้แก่ประเทศชาติได้
เริ่มวันนี้ยังไม่สาย...ถ้าเราเชื่อว่าอนาคตของชาติบ้านเมืองไม่ได้อยู่ที่คนส่งเสียงดังเพื่อผลประโยชน์แห่งพวกตนเท่านั้น



