
สงวน:'ไม่เชื่อนิรโทษฉบับวรชัยจะได้ใช้'
'ไม่เชื่อนิรโทษฉบับวรชัยจะได้ใช้' : เกาะติดพ.ร.บ.นิรโทษกรรม โดยสมถวิล เทพสวัสดิ์ @Somthawin_kcl
การประชุม "คณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่างพระราชบัญญัตินิรโทษกรรมแก่ผู้ซึ่งกระทำความผิดเนื่องจากการชุมนุมทางการเมือง การแสดงออกทางการเมืองของประชาชน พ.ศ...." ครั้งที่ 5 เมื่อปลายสัปดาห์ที่ผ่านมา มีความคึกคักมากเป็นพิเศษ
เนื่องจากได้เชิญ "ทนายความกลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ" (นปช.) และ "ทนายความกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย" (พธม.) มาให้ข้อมูลและความคิดเห็นเกี่ยวกับสถานการณ์การชุมนุมทางการเมืองที่ผ่านมา
"ทนายความ นปช." นำโดย "คารม พลพรกลาง" และ "วิญญัติ ชาติมนตรี" ขณะที่ "สุวัตร อภัยภักดิ์" ทนายความพันธมิตร ติดภารกิจขอส่งเอกสารมาชี้แจงเป็นข้อมูลแทน
ซึ่งสัปดาห์หน้าการประชุมจะเริ่มลงรายละเอียดของมาตราร่าง พ.ร.บ.นิรโทษกรรม ที่มีอยู่ทั้งหมด 7 มาตรา
"สงวน พงษ์มณี" ส.ส.ลำพูน พรรคเพื่อไทย ในฐานะกรรมาธิการ และเป็นผู้หนึ่งที่เคยได้รับการอานิสงส์จากกฎหมายนิรโทษกรรมในสมัยรัฐบาลพล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ ที่ออกคำสั่งสำนักนายกรัฐมนตรี ที่ 66/2523 ทำให้ "สงวน" ซึ่งมีความเห็นต่างกับรัฐบาลไม่ต้องติดคุก
ในฐานะกรรมาธิการ "สงวน" ไม่เชื่อว่า พ.ร.บ.นิรโทษกรรมฉบับวรชัย เหมะ จะออกเป็นกฎหมายประกาศใช้ได้ เพราะเห็นว่า พ.ร.บ.นิรโทษฉบับนี้เป็นการออกกฎหมายที่ขัดหลักการเลือกปฏิบัติ
"ผมไม่เชื่อว่ากฎหมายฉบับนี้จะออกได้ เพราะขัดหลักการไม่ครอบคลุมทุกคน กฎหมายเขียนไว้ว่าการเข้าไปยึดสนามบินจนสนามบินไม่สามารถดำเนินการได้ กฎหมายเขียนความผิดโทษก่อการร้าย การยึดสนามบินต้องผิดทั้งหมดทุกคน ถ้าจะยกเลิกต้องยกเลิกทุกคน เพราะในอนาคตไม่มีหลักประกันว่าคนที่อยู่ในภาพที่ไปร่วมชุมนุมจะไม่ถูกจับกุมในอนาคต แต่ถือว่าการออกกฎหมายนิรโทษเป็นทางออกที่ดีที่สุดและควรออกโดยฝ่ายบริหารเท่านั้น ถ้าจะให้ได้ใช้จริง รัฐบาลต้องออกเป็นพระราชกำหนด เพื่อให้มีผลบังคับใช้ทันที"
"สงวน" ยอมรับว่า การออกกฎหมายนิรโทษกรรมขัดหลัก "นิติรัฐ" และ "นิติธรรม" เพราะนิติรัฐคือ รัฐที่ปกครองโดยกฎหมาย ส่วนคำว่านิติธรรมคือ รัฐต้องใช้กฎหมายอย่างเป็นธรรม ดังนั้นการออกกฎหมายยกโทษให้ผู้ที่กระทำความผิดถือว่าขัดหลักกฎหมาย แต่การออกกฎหมายนิรโทษกรรมเขียนขึ้นมาเพื่อแก้ไขความขัดแย้งของสังคม
"กฎหมายนิรโทษฉบับวรชัยเป็นกฎหมายที่แปลก เพราะคนทำผิด 10 คน แต่ให้เอาผิดแค่ 2 คน อีก 8 คนให้ยกโทษให้ ถามว่ามีหลักการไหนในโลกที่เขียนกฎหมายแบบนี้ได้ มีคนอ้างว่า กรณีอุทัย พิมพ์ใจชน ติดคุกก็ออกกฎหมายนิรโทษให้คุณอุทัย ซึ่งไม่เป็นความจริง เพราะขณะนั้นไม่ได้ออกกฎหมายนิรโทษให้คุณอุทัย แต่เป็นการออกกฎหมายยกเลิกคำสั่งคณะปฏิวัติที่ทำให้คุณอุทัยต้องติดคุก เมื่อยกเลิกคำสั่งผลคำสั่งมีถึงใครคนนั้นก็ต้องพ้นโทษ บังเอิญมีกลุ่มคุณอุทัยอยู่ด้วย"
"สงวน" ได้เปรียบเทียบการออกกฎหมายนิรโทษกรรมในอดีตกับฉบับปัจจุบันที่กำลังร่างอยู่ว่า หลักการกฎหมายนิรโทษกรรมที่เหมือนกันคือ ไม่เอาผิดกับการกระทำความผิดกฎหมายในเหตุการณ์ใดเหตุการณ์หนึ่ง และเป็นการนิรโทษกรรมในช่วงเวลาใดถึงเวลาใด แต่ไม่เลือกเว้นโทษกับบางกลุ่มบางคน
จากเหตุการณ์ 6 ตุลาคม 2519 "สงวน" บอกว่า ต้องมีการออกกฎหมายนิรโทษกรรมถึง 2 รอบ จึงสามารถแก้ไขปัญหาความขัดแย้งในบ้านเมืองได้ โดยปี 2520 มีการทำการออกกฎหมายนิรโทษกรรมให้แก่คนฆ่าประชาชน คนฆ่านักศึกษา และต่อมาในปี 2523 ได้ออกกฎหมายไม่เอาโทษคนที่จับปืนขึ้นสู้กับรัฐบาล การนิรโทษครั้งนั้นเขียนเป็นคำสั่งสำนักนายกรัฐมนตรี ที่ 66/2523 สมัยรัฐบาลพล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ ซึ่งการออกกฎหมายนิรโทษกรรมในปี 2520 และปี 2523 ได้ลดความขัดแย้งที่เกิดขึ้นในบ้านเมือง
"กรรมาธิการนิรโทษกรรมสัดส่วนพรรคเพื่อไทย" กล่าวว่า เมื่อนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ไม่ยอมร่วมวงปฏิรูปประเทศกับรัฐบาลแต่ยอมมาเป็นกรรมาธิการนิรโทษกรรม ถือว่าวงนี้มีทุกฝ่ายที่พร้อมจะรับฟังความเห็นจะจากทุกฝ่าย จึงควรใช้กรรมาธิการชุดนี้เป็นคณะกรรมการปฏิรูปประเทศอีกบทบาทหนึ่งควบคู่ไปด้วย
ส่วนทางแก้ปัญหาความแตกแยกของบ้านเมืองในขณะนี้ "สงวน" บอกว่า ก่อนอื่นทุกคนต้องยอมรับก่อนว่าบ้านเมืองเรามีปัญหาความแตกแยกทางความคิด มีความขัดแย้งที่เป็นจริง เรื่องหนึ่งสถานการณ์หนึ่งทุกคนอธิบายต่างกันในมุมของตัวเองเท่านั้น ข้อดีของการนำกฎหมายนิรโทษเข้าสภาเป็นการสร้างเวทีให้คนเห็นต่างมาคุยกัน
............................
(หมายเหตุ : 'ไม่เชื่อนิรโทษฉบับวรชัยจะได้ใช้' : เกาะติดพ.ร.บ.นิรโทษกรรม โดยสมถวิล เทพสวัสดิ์ @Somthawin_kcl)



