
'ถวิล เปลี่ยนศรี'กับความหวังกลับคืนรังสมช.
'ถวิล เปลี่ยนศรี'กับความหวังกลับคืนรังสมช. : โอภาส บุญล้อม, อนพัทย์ ดีช่วยรายงาน
หลังจากตุลาการผู้แถลงคดีของศาลปกครองสูงสุด ได้แถลงความเห็นในคดีไปในทางเดียวกับศาลปกครองกลาง ที่พิพากษาให้เพิกถอนประกาศสำนักนายกรัฐมนตรีที่ให้ นายถวิล เปลี่ยนศรี พ้นจากตำแหน่งเลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ (เลขาฯ สมช.) ทำให้มีการจับตามองว่า "เจ้าตัว" จะขยับเคลื่อนไหวอย่างไรต่อไป
"สำนักข่าวเนชั่น" มีโอกาสพูดคุยกับ "ถวิล" ซึ่งปัจจุบันดำรงตำแหน่ง ที่ปรึกษานายกรัฐมนตรี ฝ่ายข้าราชการประจำ ได้สะท้อนมุมมองและแนวทางในเรื่องนี้หากศาลปกครองสูงสุดมีคำพิพากษาออกมา
หลังจากตุลาการผู้แถลงคดีของศาลปกครองสูงสุดมีความเห็นตามศาลปกครองชั้นต้นที่ให้เพิกถอนคำสั่งที่ให้พ้นจากตำแหน่งเลขาฯ สมช. มีความคิดจะเคลื่อนไหวอย่างไรต่อไป
ยังเคลื่อนไหวอะไรไม่ได้ ก็อย่างที่นายกฯ ได้ว่าไว้ว่า เป็นเพียงความเห็นของตุลาการผู้แถลงคดี ชัดเจนว่าไม่ผูกพันความเห็นขององค์คณะทั้ง 5 คน ของศาลปกครองสูงสุด เมื่อไม่ใช่คำพิพากษาก็คงต้องรอ ผมไม่ทราบว่าศาลปกครองสูงสุดจะใช้เวลาเท่าไหร่ในการพิพากษาคดี ดูแล้วน่าจะเร็ว เพราะคดีไม่มีอะไรซับซ้อน
ถ้าศาลปกครองสูงสุดวินิจฉัยออกมายืนตามศาลปกครองชั้นต้น จะดำเนินการอย่างไร
สาระสำคัญที่ศาลปกครองชั้นต้นพิพากษา และตุลาการผู้แถลงคดีของศาลปกครองสูงสุดมีความเห็น คือ ยกเลิกคำสั่งที่ให้ผมพ้นตำแหน่งเลขาฯ สมช. จึงต้องรอศาลสูงสุดมีคำวินิจฉัยออกมาก่อน สิ่งที่ผมได้ร้องขอต่อศาลตั้งแต่ต้นคือ ขอให้ยกเลิกคำสั่งที่ให้ผมพ้นเลขาฯ สมช. และให้ผมกลับไปสู่ตำแหน่งเดิม ที่ร้องขอแบบนี้ เพราะผมมีความรู้ความเชี่ยวชาญด้านนี้ ฉะนั้นผมไม่ต้องการไปที่อื่น
การกลับไปที่เดิมจะสามารถทำงานกับรัฐบาลได้หรือไม่ เพราะรัฐบาลนี้ไม่ต้องการท่านในตำแหน่งเลขาฯ สมช.
ข้อ 1 ถ้าเรามีเป้าหมายที่ตรงกัน ผมเชื่อว่าทำงานได้ เพราะเป้าหมายผมคือทำงานได้กับทุกรัฐบาล เพราะผมเป็นข้าราชการอาชีพ ข้อ 2 ผมรับราชการมาในหน่วยงานความมั่นคงรักษาผลประโยชน์ของชาติ ประชาชน ถ้าในเรื่องผลประโยชน์ของชาติ ประชาชน ผมเรียนหลายครั้งแล้วว่า เชื่อใจผมได้แน่นอน ข้อ 3 ผมคิดว่านายกฯ หรือรัฐบาล ควรจะมีวุฒิภาวะที่เพียงพอ เมื่อมาต่อสู้กันถึงที่สุดแล้ว ก็ต้องยอมรับกันตามนั้น ท่านนายกฯ น่าจะเข้าใจดี ผมไม่มีเรื่องส่วนตัว ไม่เห็นว่าจะมีอะไรที่ทำงานด้วยกันไม่ได้ ซึ่งผมมั่นใจว่าจะสามารถกลับไปทำหน้าที่ในตำแหน่งเลขาฯ สมช.ได้ ไม่ว่าจะเป็นรัฐบาลนี้ หรือรัฐบาลไหนก็ตาม
ตัวท่านไม่มีปัญหาที่จะทำงานกับรัฐบาล แต่หากรัฐบาลไม่คิดอย่างนั้น และปฏิเสธไม่คืนตำแหน่งเลขาฯ สมช.ให้ตามคำสั่งศาล
ผมคิดว่าผู้ที่เกี่ยวข้องเป็นผู้ใหญ่กว่าผมด้วยซ้ำ น่าจะมีวุฒิภาวะเพียงพอ
ครม.อาจยอมคืนตำแหน่งเดิมให้ แต่มานั่งได้สักพักอาจหาเหตุปลดอีก แต่คราวนี้อ้างเหตุผลเกี่ยวกับงานล้วนๆ
ตอนนี้ยังเร็วเกินไปที่จะพูดอย่างนั้น ผมอาจจะทำงานเข้ากับรัฐบาลได้ดีก็ได้ แต่ว่าถ้าเกิดแบบนั้นจริง ก็ขอให้มาจากข้อเท็จจริง ณ ตอนนั้น
มีการพูดกันว่าคืนตำแหน่งให้แต่ไม่ใช้งานท่าน โดนอย่างนี้ทนไหวไหม
ผมคิดว่าพวกเราเป็นผู้ใหญ่กันแล้ว คงไม่มีเหตุการณ์อย่างนั้น ผมคิดว่าการไม่ใช้ผม ประเทศชาติสังคมก็เสียประโยชน์ เพราะว่าผมก็รับเงินเดือนอยู่ทุกวัน อย่างไรก็ตามอย่าเพิ่งไปคิดในทางนั้น
วิพากษ์กันว่าท่านอาจเป็นเลขาฯ สมช.คนแรกที่ไม่ได้เข้าประชุม ครม.
เรื่องการเข้าประชุม ครม.เป็นสิทธิของนายกฯ เพราะพวกผมเป็นข้าราชการประจำ แต่เพื่อประโยชน์ของการประชุม ครม.ก็ต้องมีข้าราชการประจำร่วมด้วย เช่น ผอ.สำนักงบประมาณ เลขาฯ กฤษฎีกา รวมถึงเลขาฯ สมช. หากเห็นว่าผมไม่มีความจำเป็นตรงนั้น ก็มีคำสั่งไม่ให้เข้าประชุมได้ ไม่มีปัญหาอะไร
คำพิพากษาศาลปกครองสูงสุดไม่มีสภาพบังคับในตัว แม้อาจวินิจฉัยเพิกถอนคำสั่งที่ให้พ้นเลขาฯ สมช. แต่ไม่สามารถบังคับนายกฯ ให้ทำตามได้ หากไม่มีการดำเนินการตามคำสั่งศาล จะทำอย่างไร?
ผมยังไม่รู้คำพิพากษาของศาล ผมไม่อยากพูดไปถึงตรงนั้น แต่เมื่อถาม ผมจะตอบว่า เมื่อนายกฯ ก็มีวุฒิภาวะในตัวของท่าน ผมคิดว่าคงไม่มีการไม่ปฏิบัติตาม เพราะมีหลายเรื่องที่เราใช้สปิริต ใช้ความรับผิดชอบแม้ไม่มีใครบังคับเราก็ต้องทำตามนั้น ผมคิดว่านายกฯ เป็นผู้นำของประเทศ คงไม่มีเหตุการณ์แบบนี้เกิดขึ้น และผมก็ไม่อยากให้เกิดขึ้น
ทั้งนี้แม้คำพิพากษาศาลปกครองจะไม่มีสภาพบังคับในตัวเอง แต่ผู้ได้รับประโยชน์จากคำพิพากษาสามารถที่จะไปฟ้องทางอาญา ทางแพ่ง หรืออาจมีการเข้าชื่อถอดถอนนายกฯ หรือ ครม. โดย ส.ส., ส.ว. นอกจากนี้ยังมีสภาพบังคับทางสังคม มีธรรมาภิบาลต่างๆ นายกฯ คงไม่ใช่คนที่จะไปฝ่าฝืน และผมไม่ปรารถนาให้ไปถึงเรื่องนั้น
ผมเรียนมาตลอดว่า ผมมีสิทธิทางกฎหมายตั้งแต่ถูกโยกย้าย ทั้งการร้องต่อ ป.ป.ช. ผู้ตรวจการแผ่นดิน ย่อมทำได้ทั้งสิ้น แต่ผมไม่ต้องการใช้ช่องทางนั้น และได้ร้องขอให้ศาลปกครองสูงสุดได้พิจารณาเรื่องนี้เพื่อให้ผมได้คืนความเป็นธรรม ถ้ารัฐบาลจะมีอันเป็นไป ควรจะเป็นความผิดพลาดในการบริหารงาน แต่ถ้าจะพ้นตำแหน่งเพียงเพราะโยกย้ายข้าราชการคนหนึ่ง ในฐานะที่ผมเป็นข้าราชการมาตลอด จึงมีความผูกพันกับสถาบันนายกฯ และครม. ผมไม่อยากให้เป็นอย่างนั้น
ณ ขณะนี้ ผมจึงไม่มีความประสงค์ที่จะไปร้องเรียนต่อ ป.ป.ช. หรือดำเนินคดีทางอาญา หรือทางแพ่ง
แต่เหตุการณ์ข้างหน้าไม่ทราบว่าจะมีอะไรเปลี่ยนแปลงไปบ้าง
แต่ความประสงค์ของผมคือ อยากให้ทุกอย่างจบลงด้วยดี ผมไม่อยากจะใช้กลไกอื่น
ตอนแรกๆ ท่านบอกว่าจะดำเนินการทุกทาง แต่ภายหลังกลับมีท่าทีอ่อนลง มีคนสงสัยว่าเพราะเหตุใด หรือว่ามีการร้องขอมาจากฝ่ายรัฐบาล
1.ไม่มีใครมาบอกผม ผมคิดและตัดสินใจด้วยตัวเอง 2.ผมยังยืนยันว่าจะใช้ทุกวิถีทาง ยังเป็นหลักนี้อยู่ แต่วิถีทางนั้นต้องเป็นประโยชน์ต่อทั้งสังคมและตัวผม ถ้าอะไรที่เป็นประโยชน์ต่อตัวผมอย่างเดียว ผมจะคิดน้อย ฉะนั้นสิ่งที่ผมอยากจะให้เกิดน้อยที่สุดในคดีของผมคือ สะท้อนให้เห็นว่าเราควรจะอยู่อย่างมีความเคารพซึ่งกันและกัน ระหว่างฝ่ายข้าราชการประจำกับฝ่ายการเมือง ไม่ควรที่จะมีการรังแก ให้ความเคารพกัน ซึ่งกรณีของผม ผมปรารถนาให้เป็นแบบแผนให้ทั้งสองฝ่ายทำงานด้วยกันได้ โดยไม่ตกเป็นเบี้ยล่างของอีกฝ่ายมากจนเกินไป
ส่วนที่ว่าผมเปลี่ยนความคิดหรือไม่ ผมไม่ได้เปลี่ยน เพราะผมจะใช้ทุกวิถีทาง แต่มา ณ วันนี้ ผมคิดว่าวิถีทางที่ดีที่สุดคืออย่างนี้ แต่วันข้างหน้าก็ไม่ทราบว่าผมจะใช้กลไกใด เพื่อปกป้องสิทธิ หรือทำให้เกิดบรรทัดฐานที่ดีในการทำงานร่วมกันระหว่างข้าราชการประจำกับฝ่ายการเมือง ซึ่งตอนนี้ผมยังคิดในทางที่ดี
หากกลับไปสู่ตำแหน่งเดิมเท่ากับว่า พล.ท.ภราดร พัฒนถาบุตร เลขาฯ สมช.คนปัจจุบันต้องถูกปรับออก?
ผมจะเกษียณอายุราชการในเดือนกันยายน 2557 ถ้าผมได้กลับไปจริง ครม.ก็ต้องหาตำแหน่งที่เทียบเท่าเลขาฯ สมช.ให้คุณภราดร
หากศาลปกครองสูงสุดพิพากษายกคำร้องของท่าน
ก็ถือว่าจบ เพราะถึงที่สุดแล้ว และผมจะไม่เคลื่อนไหวใดๆ ต่อ
..............................
(หมายเหตุ : 'ถวิล เปลี่ยนศรี'กับความหวังกลับคืนรังสมช. : โอภาส บุญล้อม, อนพัทย์ ดีช่วยรายงาน)



