ข่าว

เพื่อไทยขอบคุณรบ.ถ่ายทอดสดอภิปรายพรก.กู้เงิน

เพื่อไทยขอบคุณรบ.ถ่ายทอดสดอภิปรายพรก.กู้เงิน

14 มิ.ย. 2552

" สุรพงษ์ " ขอบคุณรบ.ใจกว้างถ่ายทอดสดอภิปรายพรก.กู้เงินฯ ลั่นเมื่อถึงวันจริงไม่มีถ่ายทอดเจอฝ่ายค้านถอนยวงไม่เข้าประชุมแน่ พร้อมตอดกกต.อย่างใช้สองบรรทัดฐานจะเอาผิด"ทักษิณ"โฟนอินเข้าประชุมส.ส.พรรค "นายกฯ"ยันหวังสร้างโครงการไทยเข้มแข็งทั่วประเทศ

 (14มิ.ย.) ที่พรรคเพื่อไทย นายสุรพงษ์ โตวิจักษณ์ชัยกุล ส.ส.เชียงใหม่ พรรคเพื่อไทย กล่าวว่า สำหรับการประชุมรัฐสภาเพื่อพิจารณาพ.ร.ก. และ พ.ร.บ. เงินกู้ 8 แสนล้าน ทราบว่านายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี เปิดให้มีการถ่ายทอดสด ถ้าเป็นจริงอย่างที่พูด ตนก็ขอขอบคุณที่รัฐบาลจะได้ทำให้ประชาชนได้รับทราบความเป็นมาเป็นไปในการออกพ.ร.ก.และพ.ร.บ.เงินกู้ดังกล่าว เพราะมีวงเงินสูงมากประชาชนจำเป็นต้องรับรู้ว่ารัฐบาลจะนำไปลงทุนในโครงการอะไรบ้าง แต่ถ้าถึงวันประชุมจริงไม่มีการถ่ายทอดสดตนยืนยันว่าฝ่ายค้านจะไม่เข้าร่วมประชุมแน่นอน และขอให้ประชาชนเข้าใจว่านี่ไม่เรื่องที่ฝ่ายค้านตีร่วน แต่เป็นเรื่องที่ประชาชนต้องรับรู้ว่าเงินที่ประเทศต้องรับภาระหนี้นั้นจะนำไปใช้อะไรบ้าง

 นายสุรพงษ์ กล่าวต่อว่า กรณีที่กกต.บอกว่าจะตรวจสอบการที่พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯ โฟนอินมายังการประชุมส.ส.ของพรรคเมื่อสัปดาห์ก่อนนั้น ตนอยากถามว่าแล้วที่ตนได้ยื่นเรื่องให้กกต.สอบกรณีนายอภิสิทธิ์กอดกับนายเนวิน ชิดชอบ ซึ่งถูกตัดสิทธิการเมือง กรณีนี้ชัดเจนมากแต่กกต.ก็ตัดสินยกคำร้อง นอกจากนี้ยังมีกรณีที่นายเนวินไปทำเรียลริตี้โชว์ที่จ.สกลนครกับพรรคภูมิใจไทยอีก ตนขอร้องกกต.ว่าอย่ามี 2 มาตรฐาน อย่าสัมภาษณ์เพียงแค่เอามันเข้าว่า สิ่งที่ท่านทำมันถูกต้องหรือไม่ ถามว่ามาตรฐานของกกต.อยู่ตรงไหน ตนอยากฝากให้กกต.ลงไปตรวจสอบการทุจริตการเลือกตั้งที่จ.สกลนครด้วย ไปวอร์รูมที่นั่นเลยก็ได้ จะได้รับฟังจากประชาชนในพื้นที่ว่ามีการทุจริตกันอย่างไรบ้าง

เตรียมส.ส.ฝีปากเอกชำแหละ
 
ที่พรรคเพื่อไทย เมื่อเวลา 10.00 น.นายพร้อมพงศ์ นพฤทธิ์ โฆษกพรรคเพื่อไทย แถลงข่าวกรณีการพิจารณาร่างพ.ร.ก.กู้เงิน 4 แสนล้านบาทและร่างพ.ร.บ.กู้เงิน 4 แสนล้านบาท ที่จะเข้าสู่การพิจารณาของรัฐสภาในวันที่ 15 -16 มิ.ย.นี้โดยยังมี ปัญหาว่ารัฐบาลจะถ่ายทอดสดหรือไม่ ว่า วันนี้รัฐบาลกำลังเล่นบทตีสองหน้า เพราะนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะนายกรัฐมนตรี บอกอยากให้ถ่าสทอดสด แต่นายชินวรณ์ บุญยเกียรติ ประธานวิปรัฐบาลและนายเทพไท เสนพงศ์ โฆษกส่วนตัวหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ บอกว่าไม่อยากให้มีการถ่ายทอดสด โดยอ้างว่าไม่มีประเพณีปฏิบัติตั้งแเต่ปี 2547 แล้ว

 นายพร้อมพงศ์ กล่าวว่า ขอเรียกร้องไปยังรัฐบาลให้มีการถ่ายทอดสดในเรื่องนี้ เพราะวันนี้รัฐบาลจะสร้างหนี้โดยไม่มีการถ่ายทอดสด โดยอ้างว่าวิปทั้งสองฝ่ายตกลงว่าจะถ่ายทอดสดทางวิทยุแล้ว เรื่องนี้เป็นการอ้างข้างเดียวของนายชินวรณ์ เพราะพรรคฝ่ายค้านแสดงเจตจำนงตั้งแต่ยื่นเรื่องนี้ให้ศาลรัฐธธรรมนูญ และพรรคก็ยอมรับผลการพิจารณาแล้ว จากนั้นพรรคได้ยื่นหนังสือให้นายชัย ชิดชอบ ประธานรัฐสภาดำเนินการตามข้อบังคับที่ 11 ของการประชุมรัฐสภาในเรื่องที่มีความสำคัญโดยต้องมีการถ่ายทอดสด เพราะพรรคและประชาชนต้องร่วมกันตรวจสอบโครงการเงินกู้ของรัฐบาลที่เขียนไว้กว้างๆกว่า 500 โครงการโดยไม่ระบุรายละเอียด เช่น โครงการถนนไร้ฝุ่น และแหล่งน้ำ ลักษณะแบบนี้รัฐบาลกำลังนำร่างพ.ร.ก.กู้เงินไปแก้ปัญหาให้พรรคร่วมรัฐบาลแทนที่จะทำให้ประชาชน

 “พรรคเรียกร้องไปยังนายกฯว่าระหว่างนายกฯกับนายชินวรณ์ใครมีอำนาจมากกว่ากันในเรื่องถ่ายทอดสด วันที่ 15 มิ.ย.พรรคจะประชุมส.ส.ฝ่ายค้านตอน 8 โมงเช้า พรรคจะดำเนินการตามมาตรการเบาไปหาหนักตามที่ประกาศไว้แล้ว  หากพรรคจะอภิปรายจะมีส.ส.ร่วมอภิปราย 40 คนโดยเตรียมข้อมูลพร้อมแล้ว ครม.เศรษฐกิจจะต้องตอบคำถาม หากรัฐบาลไม่ถ่ายทอดแสดงว่าไม่มีความพร้อม และเมื่อไม่มีการถ่ายทอดสดพรรคจะวอล์กเอาต์เพราะรัฐบาลปิดหูปิดตาประชาชน ” นายพร้อมพงศ์กล่าว

"นายกฯ"ยันหวังสร้างโครงการไทยเข้มแข็งทั่วประเทศ

 นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี กล่าวในรายการเชื่อมั่นประเทศไทยกับนายกฯอภิสิทธิ์ ถึงการเปิดประชุมสภาสมัยวิสามัญในสัปดาห์หน้า ว่า ในการประชุมสภาในวันที่ 15 มิ.ย.นี้ รัฐบาลจะขอให้สภาช่วยพิจารณาอนุมัติผ่านกฎหมายทางการเงินจำนวน 3 ฉบับ ซึ่งในเวลานี้หลายคนมีความกังวลว่ารัฐบาลจะกูเงินนำไปใช้เรื่องอะไร ซึ่งตนอยากจะชี้แจงว่าเงินกู้ดังกล่าวที่รัฐบาลจะขอความเห็นชอบจากสภาฯ นั้น เงินกู้ดังกล่าวจะนำมาใช้ในโครงการไทยเข้มแข็ง โครงการนี้รัฐบาลจะนำไปลงทุนในสิ่งต่างๆที่ประชาชนในทุกพื้นที่ทั่วประเทศได้รอคอยมานาน
 
 "เรื่องนี้มีเสียงวิพากวิจารณ์ว่าการดำเนินการของรัฐบาลว่าไปกู้เงิน และเป็นการสร้างหนี้ แต่ความจริงแล้วสิ่งที่รัฐบาลกำลังจะดำเนินการดังกล่าวนั้น เป็นเรื่องของการลงทุน ซึ่งการลงทุนดังกล่าวนี้ จะเป็นการกระจายลงไปในพื้นที่ต่างๆ ทั่วประเทศ รวมทั้งจะมีการสร้างงานได้มากว่า 1.5 - 2 ล้านอัตรา ซึ่งตรงนี้จะเป็นการช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจภายในประเทศไปในตัวด้วย และล่าสุดผมได้ขอให้ครม.กระจายลงไปดูพื้นที่ต่างๆ ที่จะรัฐบาลจะลงไปดำเนินการ และผมอยากจะของให้พี่น้องประชาชนในพื้นที่ต่างๆ ที่มีโครงการไปลง ให้ช่วยกันติดตามตรวจสอบว่าโครงการที่ลงไปมีปัญหาอะไรหรือไม่ ซึ่งหากมีปัญหาไม่โปร่งใสอะไร ขอให้แจ้งเข้าในทันที " นายอภิสิทธิ์ กล่าว
 
 นายกฯ กล่าวต่อว่า เรื่องหนี้สาธารณะจะมีความแตกต่างกับหนี้ของบุคคลทั่วไป การใช้หนี้ของรัฐบาลคือการเก็บภาษีในวันข้างหน้า ซึ่งมันเป็นหลักทั่วไปของการบริหาร ยามเศรษฐกิจดี เราก็จะเก็บภาษีได้เยอะ รัฐบาลก็จะใช้จังหวะช่วงนั้นในการใช้หนี้ และก็เป็นการทำให้เศรษฐกิจมีเสถียรภาพ เพราะเศรษฐกิจดี เวลาเศรษฐกิจไม่ดี เราก็จะเก็บภาษีได้น้อย คนก็จะว่างงาน รัฐบาลจำเป็นจะต้องมาลงทุนในช่วงอย่างนี้ และหนี้ก็จะสูงขึ้น เพราะฉะนั้น หนี้สาธารณะจะขึ้น-ลงอยู่ตลอดเวลา จริง ๆ พวกเราแทบจะไม่รู้ตัวว่าเราเป็นหนี้เพิ่มขึ้น น้อยลงหรือไม่ เพราะมันเป็นเรื่องการบริหารจัดการการเงินการคลัง ยกเว้นเราไม่มีวินัยเลยเรียกว่าเอาจนท่วม จนประเทศล้มละลาย
 
 "ผมยืนยันได้ว่าที่เราทุ่มในการลงทุนครั้งนี้ดูตัวเลขว่า เขาจะดูตัวเลขสัดส่วนหนี้ต่อรายได้ของประเทศ มันจะขึ้นไปถึงประมาณ 60 เปอร์เซ็นต์ 60 เปอร์เซ็นต์นี่ใกล้เคียงกับเมื่อตอนที่เราผ่านวิกฤตครั้งที่แล้ว แล้วก็ต่ำกว่าอีกหลายประเทศ และเป็นระดับที่สากลยอมรับได้ และก็ดูแลแล้วว่าไม่เกินเลยไปกว่านี้ เพราะฉะนั้น ขอให้มั่นใจว่าวันนี้ปัญหาไม่ใช่เรื่องหนี้ ปัญหามาช่วยกันดูดีกว่าว่าเราจะเข้มแข็ง เราจะลงทุนกันหรือยัง ทำให้ได้เร็ว ทำให้ได้เต็มเม็ดเต็มหน่วย ทำอย่าใรั่วไหล ทำให้ตรงกับความต้องการของประชาชน " นายกฯ กล่าว

  ปชป.ยันถ่ายทอดไม่ใช่ตามคำขู่

 เมื่อเวลา 10.30 น. นพ.บุรณัชย์ สมุทรรักษ์ โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า ท่ามกลางภาวะเศรษฐกิจที่ชะลอตัว จำเป็นอย่างมากที่จะต้องอาศัยการลงทุนจากรัฐบาล ดังนั้น พ.ร.ก.ให้อำนาจกระทรวงการคลังเพื่อการฟื้นฟูและความมั่นคงทางเศรษฐกิจ พ.ศ. 2552 จึงมีความจำเป็นอย่างมาก เพื่อนำงบประมาณจำนวน 4 แสนล้านบาท มาสร้างงานใน 5 กลุ่มสำคัญ คือ พัฒนาด้านสาธารณสุข การศึกษา การคมนาคม การพัฒนาแหล่งน้ำ และการพัฒนาในจังหวัดชายแดนภาคใต้ ดังนั้นอยากขอเรียกร้องไปยังพรรคฝ่ายค้านอย่าเอาวิกฤติเศรษฐกิจของชาติมาเป็นตัวประกัน และขอให้คำนึงถึงประโยชน์ของประเทศชาติ โดยร่วมกันพิจารณาร่าง พ.ร.ก.บนเหตุผลความเป็นจริง ไม่สร้างเงื่อนไขใดๆ ที่อาจจะนำไปสู่การเมืองนอกสภาฯ โดยเฉพาะกรณีที่มีการเรียกร้องให้ถ่ายทอดสดการอภิปรายฯ ตลอด 1 สัปดาห์ที่มีการพิจารณาร่าง พ.ร.ก.ดังกล่าวนั้น นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีสำนักนายกฯ ในฐานะที่กำกับดูแลสถานี โทรทัศน์เอ็นบีดีก็กำลังพิจารณาอยู่

ทั้งนี้จะต้องคำนึงถึงข้อจำกัดในเรื่องของผังเวลา ซึ่งหากสถานีโทรทัศน์เอ็นบีที ดำเนินการถ่ายทอดสดจะต้องยกผังรายการตั้งแต่วันที่ 15-19 มิ.ย.ไป ซึ่งเป็นเรื่องที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อนและจะส่งผลกระทบต่อบริษัทเอกชนต่างๆ ที่มีการเช่าเวลาในช่วงนั้นๆ ไว้แล้วด้วย อย่างไรก็ตามยืนยันว่ารัฐบาลไม่ได้คิดนำประเด็นนี้มาเล่นเกมส์ทางการเมือง หรือต้องการปิดกั้นการรับรู้ข้อมูลข่าวสารของประชาชนแต่อย่างใด
 
 นายสาธิต ปิตุเตชะ  รองโฆษกพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า การพิจารณาร่างพ.ร.บ.และพ.ร.ก.เงินกู้ 8 แสนล้านบาท นั้น ขอเรียกร้องให้ฝ่ายค้าน ทำตัวเป้นฝ่ายค้านที่มีคุณภาพ ไม่ใช่ตัวถ่วง ขอเตือนสติฝ่ายค้านให้ฝช้เหตุผลในการพิจารณา เพราะในสถานการณ์เศรษฐกิจของประเทศขณะนี้ การออกพ.ร.ก.ใช้เงินเพื่อความเข้มแข็ง การพัฒนา และการเจริญเติบโตของประเทศ ขอให้ฝ่ายค้านตรวจสอบในเรื่องของความโปร่งใส ของการใช้เม็ดเงินในโครงการต่างๆ ว่ามีความโปร่งใส มีธรรมาภิบาล หรือรั่วไหลอย่างไร และสิ่งที่ส.ส.ทุกคนทราบคือ เมื่อพ.ร.ก.ผ่านแล้ว ในทางปฏิบัติมีปัญหาอย่างไร เช่นเรื่องของสถานพยาบาล มีปัญหาเรื่องการขาดแคลนบุคลาในพื้นที่หรือไม่ เพราะฉะนั้นอยากให้ฝ่ายค้านเสนอจุดบกพร่องต่างๆเหล่านี้มากกว่า  ส่วนเรื่องการถ่ายทอดสดการอภิปรายนั้น  ในขณะที่พรรคประชาธิปัตย์เป็นฝ่ายค้าน ได้เรียกร้องให้มีการถ่ายทอดสด แต่ไม่เคยได้รับการตอบสนอง แต่ขณะนี้พรรคเพื่อไทยมาเรียกร้องให้มีการถ่ายทอดสด
 
 นายเทพไท เสนพงศ์ โฆษกประจำตัวหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์กล่าวว่า ขณะนี้มีแนวโน้มว่า จะมีการถ่ายทอดสดการพิจารณาร่างพ.ร.ก.และพ.ร.บ.ดังกล่าว โดยทุกฝ่ายเห็นด้วย แต่ไม่ใช่เป็นไปตามคำขู่ของฝ่ายค้าน  เพราะก่อนหน้านี้เป็นมติของวิปรัฐบาลที่จะไม่มีการถ่ายทอด รัฐบาลไม่เคยคิดจะปิดหูปิดตาประชาชน ขอให้พรรคเพื่อไทย ไปดูว่า ตลอด 6 ปีของรัฐบาลพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร ปิดหูปิดตาประชาชนหรือไม่ แต่ตลอด เกือบ 6 เดืนอของรัฐบาลนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ทำทุกอย่างโปร่งใส โดยเมื่อได้ตามที่ต้องการแล้ว อยากให้ฝ่ายค้านทำหน้าที่อย่างเต็มที่ ไม่อยากให้เป็นเด็กเกเร และอยากให้ประชาชนจับตาดูว่า จะมีการบอยคอต วอล์กเอาท์ หรือนับองค์ประชุมพร่ำเพรื่อหรือไม่ เพราะจะมีส.ส.หลายคนถือโอกาสนี้ปรากฏตัว โชว์ตัวหน้าจอ อย่างไร้สาระ ขอให้ครั้งหน้าอย่าเลือกเข้ามา และขอร้อง่วาอย่ามีการประท้วงอย่างไร้สาระ เสียเวลา อย่างไรก็ตาม หากฝ่ายค้านวอล์กเอาท์ ไม่มีผล เพราะรัฐบาลสามารถรับผิดชอบองค์ประชุมได้หมด รวมถึงพรรคร่วมรัฐบาล มั่นใจว่ามากันครบ เพราะเช็คชื่อกันหลายครั้งแล้ว
 
 นายเทพไทกล่าวว่า ทั้งนี้ที่ประชุมส.ส.พรรคได้ตั้งกรรมาธิการ 2 ชุด โดยมีเกณฑ์ต้องมีความรู้ความสามารถในเรื่องงบประมาณ และการเงินการคลัง ต้องมีเวลาเต็มที่เพราะใช้เวลาประชุม 2-3 เดือน ต้องไม่เป็นกรรมาธฺการสามัญในสภา และจะมาจากทุกภาค โดยกรรมาธิการวิสามัญพ.ร.บ.เงินกู้ ประกอบด้วย นายนคร  มาฉิม นายทศพล เพ็งส้ม นพ.บัญญัติ เจตนจันทร์ น.ส.ณิรัฐกานต์ ศรีลาภ นายเจือ ราชสีห์ นายทศพร เทพบุตร นายอนุชา บูรพชัยศรี นางอานิก อัมระนันท์ โควต้ากลาง นายอาคม เอ่งฉ้วน นายจุติ ไกรฤกษ์  นายสรรเสริญ สมะลาภา ส่วนกรรมาธิการวิสามัญ พ.ร.บ.งบประมาณปี 2553 นายสมบัติ ยะสินธุ์ นายสงกรานต์ จิตสุทธิภากร นายกัมพล สุภาแพ่ง นายประมวล พงศ์ถาวราเดช นายไมตรี สอยเหลือง นายศุภชัย ศรีหล้า นายประกอบ รัตนพันธ์ นพ.อสิ มะหะมัดยังกี นางกันตวรรณ กุลจรรยาวิวัฒน์ ตันเถียร นายสากล ม่วงศิริ นายสามารถ มะลูลีม โควค้ากลาง นายไตรรงค์ สุวรรณคีรี นายจุติ ไกรฤกษ์ นายสุวโรช พะลัง นางผุสดี ตามไท น.ต..สุธรรม ระหงษ์ นายชนินทร์ รุ่งแสง