
เตรียมความพร้อมหลังเกษียณอายุ
เตรียมความพร้อมหลังเกษียณอายุ : มองมุมยุทธศาสตร์ โดยเรือรบ เมืองมั่น Facebook : ruarob.muangman
การผ่านความเห็นชอบอย่างกะทันหันเมื่อ 24 กันยายน ที่ผ่านมาของ ครม.ที่ให้กลาโหมเดินหน้าโครงการเออร์ลี่รีไทร์ห้วงปี 57-61 ต่อไปนั้น นับเป็นการพลิกสถานการณ์ของผู้ยื่นขอเกษียณอายุก่อนกำหนดห้าพันกว่าคนอย่างคาดไม่ถึง เพราะพวกเขาถอดใจไปแล้วว่า ปีนี้โครงการนี้รัฐบาลพิจารณาไม่ทันแน่ และจำนวนไม่น้อยก็คิดว่าจะยังคงรับราชการต่อไปอย่างน้อยอีกปี จนกว่ารัฐบาลจะอนุมัติโครงการนี้ปีหน้า แต่เมื่อโชคหรือกรรมมาเร็วอย่างไม่คาดหมายอย่างนี้ อีกไม่กี่วันก็จะเกษียณแล้ว แผนที่พลิกไปพลิกมาอาจทำให้บางส่วนเดินออกจากกองทัพพรุ่งนี้อย่างงงๆ
การเตรียมความพร้อมก่อนเกษียณหรือผู้จะต้องออกจากราชการควรมียุทธศาสตร์ชีวิตของตนเองนั้นเป็นเรื่องที่ควรทำก่อนหน้าจะออกจริงๆ เป็นปี เนื่องจากไม่เพียงแต่ต้องดำรงชีวิตใหม่ภายใต้สถานการณ์ที่แปลกออกไปจากวิถีปฏิบัติเดิมเท่านั้น แต่ยังต้องรองรับผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงนั้นด้วย มีตัวอย่างมิใช่น้อยที่ผู้เกษียณอายุ 60 นั้นไม่ได้ฉลองวันเกิดอายุ 63 หรือผู้ออกจากราชการอย่างคนแข็งแรงเมื่ออายุ 58 ผ่านไปไม่กี่เดือนต้องนอนแบ็บซะแล้ว ทั้งนี้เป็นผลจากโรคภัยที่ไต่ขึ้นมาตามภาวะหดหู่ซึมเศร้าจากการไม่ได้ปฏิบัติตามความเคยชิน หรือความเครียดที่จะต้องเผชิญกว่าอนาคตอันไม่แน่นอน ดังนั้น การสร้างแฮปปี้ไลฟ์หลังอุทิศชีวิตให้หลวงจึงจำเป็น ซึ่งการเตรียมการอย่างดีว่าออกไปแล้วจะไปทำอะไรต่อ จัดการเรื่องทรัพย์สิน ครอบครัวและงานใหม่อย่างไร และมีโปรแกรมด้านสุขภาพแบบไหนนั้น เป็นสิ่งจำเป็นอย่างยิ่ง
แต่ขนาดเตรียมการอย่างดีแล้ว ผู้เกษียณจำนวนหนึ่งยังผ่านพ้นปัญหาไปไม่ได้ แล้วผู้ที่ไม่ได้เตรียมการหลังเกษียณเลยจะทำอย่างไร บางทีนึกว่ายังมีเวลาอีกปีหนึ่งก็ยังทัน บางทียังไม่อยากนึกเพราะเจ็บปวดกับการถูกมองข้ามตำแหน่ง จำต้องเกษียณเพื่อเอายศกลืนเลือด หรือบางทีก็นึกแค่ว่าอยากพักแล้วจะได้พักยาวก็พอแล้ว นั่นไม่ใช่ความคิดที่ถูกสำหรับคนมีปัญหาเชิงโครงสร้างอย่างเช่นครอบครัว ความยากจน หรือสุขภาพแย่รุมเร้า จึงจำเป็นจะต้องวางแผนวิกฤติรับมือเรื่องที่จะเกิดขึ้นไว้บ้าง บางปัญหาที่ไม่เคยเจอจะพุ่งเข้าหาเร็วมาก ขณะที่เวลาวันแรกๆ ที่ผ่านไปจะเชื่องช้านัก
สิ่งแรกที่ต้องทำคือ วาดแผนที่ชีวิตของตนออกมา มุมหนึ่งกางว่าตนเองมีอะไรอยู่แล้วบ้างที่พอจะหล่อเลี้ยงความสุขบนเส้นเวลาถัดไป หนึ่งปี สามปี ห้าปี สิบปี ยี่สิบปี อีกมุมหนึ่งคือความหวังของตนในห้วงเวลานี้และถัดๆ ไป วิสัยทัศน์อะไรที่ตนต้องการเป็นต้องการอยู่ในห้วงปีหนึ่ง สามปี ห้าปี สิบปี ยี่สิบปีข้างหน้า แล้วจับทั้งสองมุมมาเทียบกันซิว่าอะไรที่พอได้ อะไรที่ขาดหาย
ในรายละเอียด ที่ต้องคำนึงก่อนเพื่อนคือสุขภาพ โรคที่กำลังเป็นและอาจจะเป็นในเวลาถัดไปนั้นควรมีแนวทางในการรักษาอย่างไร สถานพยาบาลไหนที่จะรักษาเราได้โดยไม่ต้องลำบากเรื่องเงิน เรามีคอนแท็คกับสถานพยาบาลนั้นไหม คิดเผื่อได้ว่า หากอาการโรคเลวร้ายลง เงินที่ต้องหาเพิ่มเติม ออปชั่นอื่นมีอะไรบ้าง งานนี้ควรคำนึงถึงแผนการซื้อประกันชีวิตและสุขภาพคุ้มครองเพิ่มด้วย
ที่อยู่อาศัยมีปัญหาหรือไม่ ถ้าเกษียณไปโดยต้องออกจากบ้านหลวงภายใน 6 เดือน ก็ต้องหาบ้านถาวรให้เร็วที่สุด ถ้าไม่มีญาติพี่น้องเอื้อเรื่องที่อยู่อาศัย ก็ต้องรีบใช้เงินในการหาบ้านก่อน เพราะบ้านไม่เพียงแค่เป็นที่คุ้มฝน แต่เป็นหลังพิงให้เกิดความมั่นใจในการสู้ชีวิตต่อไปโดยพะวักพะวนน้อยลงด้วย
รายได้จากบำเหน็จบำนาญมีพอใช้นานเท่าใด มีการเข้าบัญชีสม่ำเสมอ สวนได้เหมาะสมกับรายจ่ายหรือไม่ ถ้าลดลงจากเดิมมากต้องปรับสภาพทำใจโดยการใช้โปรแกรมอื่นเข้าช่วย เช่น ลดความฟุ่มเฟือยหรือเลือกใช้ชีวิตที่มีค่าโสหุ้ยลดลง โครงการออมเงินที่เหมาะสมต้องเริ่มทำ อาจปรึกษาผู้รู้ด้านการออมและลงทุนเพิ่มเติม ขณะเดียวกันลองหาวิธีเพิ่มรายได้ ซึ่งอาจจะสัมพันธ์กับงานใหม่ที่จะทำในวัย 60 แต่อย่าลืมว่างานนั้นควรเลือกความพึงพอใจมากกว่าสิ่งอื่นใด บางทีก็ไม่เกี่ยวกับเงินสักเท่าไหร่ เช่น เลี้ยงหลาน หรือทำสวนครัว หรือแม้แต่ไปหัดเรียนอะไรใหม่ๆ แต่ก็มีความสุข การพัฒนาตนเองให้สอดคล้องเป็นบริบทที่ต้องอยู่ร่วมกับตน เช่น ให้เวลาครอบครัวมากขึ้น หรืออินกับความขัดแย้งน้อยลง นั้นก็เป็นสิ่งที่จะนำไปสู่การใช้ชีวิตที่ยืนยาวอย่างมีคุณภาพหลังเกษียณได้ครับ



