
ประชานิยมกลายพันธุ์
ประชานิยมกลายพันธุ์ : วันเว้นวัน จันทร์ พุธ ศุกร์ กับ ประภัสสร เสวิกุล
แนวคิดของนโยบายประชานิยม คือ การสร้างคะแนนนิยมจากประชาชนของพรรคการเมืองหรือนักการเมืองโดยเฉพาะในเรื่องที่เป็นปัญหาของประชาชน หรือในสิ่งที่ประชาชนเรียกร้องต้องการ ซึ่งเรื่องเหล่านี้ส่วนใหญ่แล้วมักจะเป็นเรื่องที่ขัดต่อข้อกฎหมาย กฎระเบียบ หรือแนวทางปฏิบัติ ดังนั้นการนำเสนอแนวคิดดังกล่าวสู่สาธารณชน จึงเป็นสิ่งที่เรียกร้องความสนใจจากประชาชนในแง่ของความคิดแปลกใหม่ที่แตกต่างจากที่เคยเป็นมาแต่เดิม เป็นการท้าทาย และมีลักษณะของการขบถต่อขนบ ซึ่งตรงกับจริตของคนรุ่นใหม่ และตอบโจทย์ของคนที่ด้อยโอกาสทางสังคม
นโยบายประชานิยมนั้น ส่วนใหญ่จะอยู่บนพื้นฐานของความฝันหรือความไม่น่าจะเป็นไปได้ แต่ก็ชวนให้ลิ้มลองซึ่งหลายๆ เรื่อง ขัดแย้งกับความเป็นจริง แต่เมื่อพรรคการเมืองหรือนักการเมืองนั้น มีชัยในการเลือกตั้ง ก็จะใช้อำนาจทางการเมืองแก้ไขกฎเกณฑ์กติการวมถึงความถูกต้อง เพื่อให้สามารถดำเนินนโยบายประชานิยมตามที่ใช้ในการหาเสียง โดยไม่คำนึงถึงผลกระทบหรือความเสียหายที่จะตามมา ซึ่งสุดท้ายแล้วปัญหาต่างๆ ก็กลับมาตกที่ประชาชนทั้งประเทศ ไม่ว่าเขาจะเลือกหรือไม่ได้เลือกพรรคการเมืองหรือนักการเมืองนั้นก็ตาม
สมัยก่อนในอเมริกาใต้และอีกหลายๆ ประเทศในโลก สิ่งที่รัฐบาลที่มีแนวคิดสังคมนิยมหรือชาตินิยมมักลงมือทำเป็นผลงานชิ้นแรกๆ ก็คือ การยึดกิจการของต่างชาติและนายทุนมาเป็นของรัฐ การให้สวัสดิการในด้านต่างๆ อย่างไม่อั้น รวมทั้งการตรึงราคาสินค้าทั้งที่ต้นทุนการผลิตมีราคาสูงขึ้น เป็นต้น ซึ่งวิธีการเช่นนี้ย่อมได้รับความชื่นชมและการสนับสนุนจากประชาชน แต่มิใช่การแก้ปัญหาในระยะยาว เพราะภายในเวลาไม่นานก็จะเกิดปัญหาด้านเศรษฐกิจและสังคมอย่างรุนแรง เนื่องจากถูกต่อต้านจากนายทุนผู้สูญเสียผลประโยชน์ และรัฐเองก็ขาดผู้ที่ความชำนาญในการดำเนินกิจการที่ถูกยึดมา ทำให้การผลิตลดลง สินค้าขาดแคลน ตลาดมืดเติบโตขึ้น และเงินหายออกไปจากระบบ ตามมาด้วยจำนวนคนว่างงานที่สูงขึ้น เศรษฐกิจตกต่ำ ค่าครองชีพสูง จบลงด้วยความวุ่นวายทางการเมือง และการปฏิวัติรัฐประหาร
ในสมัยก่อนเช่นกัน ที่รัฐบาลที่ใช้นโยบายประชานิยม มักจะเป็นไม้เบื่อไม้เมากับนายทุนในประเทศ และนักลงทุนจากต่างประเทศ ด้วยแนวทางที่คัดง้างกัน เพราะส่วนหนึ่งแล้วรัฐบาลประชานิยมในสมัยนั้น มีความรังเกียจพวกทุนนิยมค่อนข้างสูง และหลายประเทศมุ่งหมายจะนำระบบสังคมนิยมมาใช้ในประเทศของตน ซึ่งถือเป็นการขัดแย้งในเชิงอุดมคติ แต่เมื่อหันมามองนโยบายประชานิยมของบางประเทศในเวลานี้ ก็จะเห็นได้อย่างชัดเจนว่า กลายเป็นความร่วมมืออย่างใกล้ชิดระหว่างรัฐบาลผู้กำหนดนโยบายประชานิยม กับพ่อค้าและนักลงทุน โดยประชาชนตกเป็นเหยื่อที่ต้องแบกรับภาระหนี้สินที่เพิ่มขึ้น ทั้งหนี้ส่วนตัวและหนี้ของประเทศ โครงการประชานิยมต่างๆ เป็นเพียงการสร้างภาพ และโฆษณาชวนเชื่อเพื่อผลของการเลือกตั้งและผลประโยชน์ร่วมกันของรัฐบาลและนายทุนเท่านั้น
รายงานข่าวต่างประเทศ เรื่องโครงการรถคันแรกตามนโยบายประชานิยมของรัฐบาลไทย ได้แสดงให้เห็นถึงวัตถุประสงค์อันแท้จริงของรัฐบาลว่า ต้องการที่จะร่วมมือกับบริษัทผลิต เพื่อกระตุ้นยอดการจำหน่ายรถยนต์ในประเทศ โดยมิได้มีความหวังดีต่อประชาชนอย่างแท้จริง หรือคำนึงถึงกำลังความสามารถของประชาชนในการชำระหนี้ ได้ส่งผลให้ผู้ซื้อรถคันแรกประมาณ 1 แสนคน จากยอดจำหน่าย 1.2 ล้านคัน ประสบปัญหา ไม่อาจจะผ่อนส่งรถยนต์ต่อไปได้ ซึ่งทำให้ต้องสูญเสียเงินที่ผ่อนมาก่อนหน้านี้ไปเปล่าๆ ขณะเดียวกันก็ย้อนกลับมาส่งผลกระทบต่อบริษัทผู้ผลิตรถยนต์เอง ที่เผชิญกับปัญหาจากการเล็งผลเลิศนี้
ครับ นี่คือประชานิยมกลายพันธุ์ ที่น่าเป็นห่วงและน่าสงสารประชาชนเป็นอย่างยิ่ง



