
'มาร์ค'ชื่นชมคนใต้ไม่ก้มหัวให้เงิน
'มาร์ค' หยอดคำหวานสมาชิกภาคใต้ ยืนหยัดต่อสู้ ไม่ก้มหัวให้ความไม่ถูกต้อง ชี้ 2 ปี 'รบ.ปู' ทำประเทศเข้าสู่ความเสี่ยงยอมรับพฤติกรรมลูกพรรคในสภาทำลายภาพลักษณ์
29 ก.ย. 56 นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวในระหว่างการเปิดสัมมนาโครงการพัฒนาศักยภาพคณะกรรมการสาขาพรรค เจ้าหน้าที่สาขาพรรคและคณะทำงานในพื้นที่ภาคใต้ ว่า ตนขอชื่นชมชาวใต้ที่ยังมีความเหนียวแน่นในการยืนหยัดต่อสู้กับความไม่ถูกต้องร่วมกับพรรคประชาธิปัตย์ แม้ที่ผ่านมารัฐบาลชุดนี้กล้าใช้อำนาจทำหลายสิ่งหลายอย่าง ที่ทั้งขัดต่อกฎหมายและขัดต่อหลักการปกครองระบอบประชาธิปไตย แต่เราก็ยืนหยัดในการต่อสู้ สิ่งที่เห็นถึงความพยายามของฝ่ายรัฐบาลในการใช้อำนาจกับเงินเพื่อกดขี่ทางความคิดของชาวภาคใต้มาโดยตลอด ตั้งแต่ยุคที่ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี บอกว่าจะพัฒนาพื้นที่เฉพาะที่เลือกพรรคไทยรักไทย มาถึงยุคนายปลอดประสพ สุรัสวดี รองนายกฯ ที่ประกาศว่าจะไม่สร้างศูนย์ประชุมนานาชาติให้ จ.ภูเก็ต เพราะไม่มีอารมณ์ แต่พี่น้องที่นี่ไม่ยอมก้มหัวให้กับความไม่ถูกต้อง ซึ่งเป็นสิ่งสำคัญ เพราะหากประชาชนยอมตามสิ่งที่รัฐบาลต้องการ ยากที่คนที่รักความถูกต้อง จะยืนหยัดต่อสู้กับความอยุติธรรมที่เกิดขึ้นได้ จากการใช้ทุกวิถีทางที่จะใช้เงิน และอำนาจ เพื่อให้สยบยอมจากฝ่ายแนวความคิดที่ไม่เห็นด้วย แต่สิ่งที่สำคัญกว่าเพื่ออนาคตลูกหลาน และประเทศชาติ คือ ยืนหยัดต่อสู้ความไม่ถูกต้อง
นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า ปัจจุบันต้องยอมรับว่าปัญหาประชาชนมีมาก โดยเฉพาะเรื่องปากท้อง เศรษฐกิจ และอื่นๆ เช่น ภัยพิบัติ ปัญหาการเมือง 2 ปีที่ผ่านมา ปัญหาของรัฐบาลยิ่งลักษณ์ คือ ไม่ปฏิบัติตามคำมั่นสัญญา และไม่สามารถทำตามความหวังที่สร้างไว้ให้กับประชาชนในทุกเรื่อง ขณะเดียวกันมุ่งเดินหน้าทำสิ่งที่ไม่เกิดประโยชน์ และสร้างความเสี่ยงต่างๆ ในอนาคต บ้านเมืองในวันนี้ต้องการการเปลี่ยนแปลงในรูปของการปฏิรูป แต่ไม่ใช่อย่างที่รัฐบาลกำลังดำเนินการ และไม่ต้องไปรบกวนนายบรรหาร ศิลปอาชา ที่ปรึกษาหัวหน้าพรรคชาติไทยพัฒนา ต้องมาคอยประสานงาน เพราะองค์ความรู้ในประเทศมีเพียงพอแล้ว อยู่ที่การตัดสินใจ เช่นหากจะปฏิรูปเศรษฐกิจให้เป็นธรรม ต้องลดความเหลื่อมล้ำในสังคม เป็นต้น โดยพรรคประชาธิปัตย์กำลังดำเนินการโดยผ่านพิมพ์เขียวโครงสร้างประเทศไทยอยู่ขณะนี้
หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวอีกว่า นอกจากนี้เราจะต้องเตรียมตัวสำหรับการต่อสู้กับคู่แข่งในสนามการเลือกตั้งครั้งต่อไป ที่ผ่านมาบุคลากรของพรรคก็ทำงานหนักในช่วง 2 ปีที่ผ่านมา แต่ท่ามกลางสถานการณ์การต่อสู้ทางการเมืองที่เปลี่ยนแปลงไป มีข้อจำกัดมาก ซึ่งการแสดงออกทางความคิดเห็นทางการเมืองที่ไม่ตรงกับผู้มีอำนาจจะเจอทุกเรื่อง ภาคธุรกิจออกมาพูด ก็เจอสรรพากร ผู้นำท้องถิ่นออกมาพูด ก็เจอฝ่ายปกครอง แม้แต่บริจาคเงินน้ำท่วม ยังเจอกรมสอบสวนคดีพิเศษ ข่มขู่ คุกคามทุกอย่าง ดังนั้นเราจึงมองเห็นปัญหาต่างๆ เหล่านี้ และได้ปรึกษากันภายใน ว่าจะต้องปรับโครงสร้างบางอย่าง เพื่อให้สามารถต่อสู้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น โดยขณะนี้คณะทำงานได้จัดทำเสร็จ และคณะกรรมการบริหารพรรคอนุมัติหลักการแล้ว จากนี้จะมีการประชุมร่วมกันระหว่างกรรมการบริหารกับ ส.ส.พรรค เพื่อแก้ไขเขียนเป็นข้อบังคับ เพื่อให้ที่ประชุมใหญ่พรรคได้อนุมัติต่อไป
หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า ต่อไปนี้พรรคจะมีระบบกรรมการ หรือบอร์ด ที่มีตัวแทนจากทุกฝ่ายมาทำหน้าที่กำกับการทำงานของคณะกรรมการบริหารอย่างแท้จริง ขณะที่คณะกรรมการบริหารเอง ก็ต้องมีการปรับโครงสร้างให้กระชับในการขับเคลื่อนมากขึ้น และมีโครงสร้างใหม่ คือ คณะกรรมการเขตพื้นที่ เพื่อรองรับการต่อสู้ทางการเมืองเรื่องเลือกตั้งโดยเฉพาะ และปรับปรุงบริหารสำนักงาน จัดวางให้เกิดโครงสร้างที่จะรองรับภารกิจ เช่น กฎหมาย บัญชี เอกสารต่างๆ เป็นการยืนยันว่า พรรคไม่ได้หยุดกับที่ จะขับเคลื่อนเดินหน้าปรับปรุงไปพร้อมๆ กัน คู่ขนานไปกับการทำหน้าที่ฝ่ายค้านตรวจสอบอย่างเข้มแข็ง และเตรียมพร้อมนโยบายที่จะเข้าไปบริหารประเทศ เพียงแต่สังคมรับรู้ยาก ความจริงแนวคิดเราดีๆ หลายอย่าง แต่กลายเป็นสังคมสนใจแต่เรื่องความขัดแย้งภายใน
"การต่อสู้ที่เข้มข้นบางครั้งทำให้เกิดปัญหา เพราะมีเหตุการณ์พฤติกรรมหลายอย่าง แต่สังคมรับรู้ไม่ครบถ้วน ผมเตือน ส.ส.ตลอด ตอนนี้ทำหน้าที่ในสภา หรือนอกสภา บางทีการโห่ ประท้วง ก็กระทบภาพลักษณ์ เพราะเวลาเกิดเหตุอะไรขึ้น คนที่รับรู้ข่าวเห็นแค่พฤติกรรมตอนนั้นแต่ไม่ทราบที่มา จึงยากที่จะควบคุม เช่น เมื่อวาน (28 ก.ย.) เราเข้าร่วมประชุมสภา แค่ขอสิทธิ์พูดว่าที่ทำมาทั้งหมด และกำลังทำไม่ชอบอย่างไร จนเราไม่สามารถลงมติได้ เขายังไม่ยอมให้พูด ถ้าไม่ประท้วง ไม่โห่กัน ส.ว.ก็ไม่สามารถอภิปรายได้ ความจริงเราไม่อยากทำเหล่านี้ ท่านชวน (หลีกภัย) ก็อยากให้ทำหน้าที่ตามปกติ ผมเองก็ไม่สาบายใจที่เกิดภาพนี้ออกไป แต่ก็หนักใจ เพราะถ้านิ่งเฉยสุภาพเรียบร้อยสยบต่อความไม่ถูกต้องในหลายเรื่อง สังคมก็จะไม่รับรู้ว่า มีการกระทำเลวร้าย ชั่วร้ายอย่างที่ไม่เคยเกิดมาก่อนอย่างไร ทั้งการทำหน้าที่ประธานสภา และการดำเนินการของสภา"
หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวต่อว่า เราต้องมีความหนักแน่น เด็ดเดี่ยว เป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน ในการยืนหยัดความถูกต้อง คือหัวใจสำคัญในความสำเร็จในวันข้างหน้า เราไม่รู้ว่าการเมืองแต่ละช่วงจะเป็นอย่างไร บางครั้งเราได้รับชัยชนะ และได้รับบทบาทจากสภาและประชาชนในการทำหน้าที่ฝ่ายบริหาร เราก็จะเดินหน้าผลักดันสิ่งเหล่านี้ต่อไป หลายโอกาสเราไม่สามารถทำได้ ก็ต้องเดินหน้าทำหน้าที่ตรวจสอบความถูกต้องของบ้านเมืองด้วยความเข้มแข็ง ตนไม่สามารถบอกได้ว่า เราจะชนะการเลือกตั้งเมื่อไหร่ แต่บอกว่าได้ ถ้าเราเหนียวแน่น หนักแน่นเหมือนตลอดสิบปีที่ผ่านมา พรรคประชาธิปัตย์จะอยู่คู่กับสังคมไทย เพื่อลูกหลานของเราต่อไป
จากนั้น นายแก้วสรร อติโพธิ อดีตคตส. กล่าวตอนหนึ่งในการบรรยายหัวข้อ “การยึดอำนาจของระบอบทักษิณ” ว่า พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร คือนักเก็งกำไร มองการบริหารประเทศเป็นธุรกิจ เมื่อชนะการเลือกตั้งก็คิดว่าตนเองเป็นเจ้าของประเทศ จึงได้ตักตวงผลประโยชน์ภายหลังจากที่ได้ลงทุนไป โดยยึดหลักว่าเงินสร้างอำนาจสร้างความเชื่อ และอำนาจนั้นก็จะกลับมาเป็นเงิน ซึ่งประชาธิปไตยในปัจจุบันเป็นแค่ฉากบังหน้า แต่ข้างหลังคือเผด็จการ มีการใช้เงิน และอำนาจสร้างอันธพาล สร้างนักปลุกระดม สร้างมวลชน และมีซุ้มตำรวจรวมเป็นระบอบทักษิณ
นายแก้วสรร กล่าวว่า นอกจากนี้ยังทำนโยบายประชานิยม เพื่อให้คนเกิดความโลภ เมื่อโลภแล้วก็ต้องเลือกเขา ซึ่งการทำประชานิยม จะไม่พูดถึงการพัฒนาการศึกษา การพัฒนาอุตสาหกรรม รวมถึงไม่มีการปรับปรุงผลผลิตทางการเกษตร มีแต่การแจกเงิน และสิ่งของ ซึ่งทำให้ประชาชนเป็นฝ่ายรอรับจากรัฐบาลเพียงฝ่ายเดียว
"ต้องถือว่า น.ส.ยิ่งลักษณ์ ไม่ใช่นายกไทย เพราะผู้นำประเทศต้องไม่เดินทางไปต่างประเทศมากกว่านั้น แต่มีนายกฯ ตัวจริงอยู่ในต่างประเทศ เป็นนายกฯโมบายที่โทรศัพท์มาเพื่อสั่งการตลอดเวลา ตัว น.ส.ยิ่งลักษณ์ เองก็มีโปรโมเตอร์ส่วนตัว โดยมีนายสุรนันทน์ เวชชาชีวะ เลขาธิการนายกรัฐมนตรี เป็นคนเขียนสคริปท์ให้พูดตามนอกจาก พ.ต.ท.ทักษิณ จะสั่ง น.ส.ยิ่งลักษณ์ แล้ว พ.ต.ท.ทักษิณ ยังสั่ง ส.ส.ได้ทั้งสภา จนเรียกได้ว่าตอนนี้ พ.ต.ท.ทักษิณ มีอำนาจเป็นสมบูรณาญาสิทธิราชย์"
นายแก้วสรร กล่าวว่า ส่วนเรื่องพ.ร.ก.แก้ไขน้ำท่วม 3.5 แสนล้านบาทของรัฐบาล เป็นการสร้างคันกั้นน้ำและการขุดคลองมารวมในกระจาดเดียว เช่นกันกับการกู้เงิน 2 ล้านล้านบาท ทั้งที่พรรคประชาธิปัตย์ก็เสนอให้นำโครงการต่างๆ เข้าระบบงบประมาณ แต่รัฐบาลต้องการหลีกเลี่ยงขั้นตอนของระบบงบประมาณ เป็นการต้องการเงินโดยอาศัยกระดาษเพียงไม่กี่แผ่น โดยไม่คำนวณประโยชน์ของโครงการ ไม่มีการศึกษาความเป็นไปได้ ซึ่งเคยมีตัวอย่างแล้วคือกรณีโฮปเวล ที่สร้างไปออกแบบไปจนสุดท้ายก็ไม่เสร็จ ทั้งนี้ตนเชื่อว่าการทำโครงการนี้เวลาเบิกเงินจะมีเช็ค 3 ใบ โดยให้ผู้รับเหมาช่วง บริษัทจากต่างประเทศ และคนที่เซ็นโครงการ เป็นการออกแบบเพื่อการคอร์รัปชั่น
แนะรัฐชะลอทูลเกล้าฯ ร่างแก้ไขรธน.ที่มาส.ว.
นายอภิสิทธิ์ กล่าวถึงกรณีการทูลเกล้าการแก้ไขรัฐธรรมนูญวาระ 3 ว่า รัฐบาล และนายกรัฐมนตรี ควรชะลอเรื่องนี้ไว้ก่อน เพื่อรอฟังคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ ว่าการแก้ไขรัฐธรรมนูญชอบด้วยกฎหมายหรือไม่ โดยที่ไม่ต้องกังวลว่า จะเกินกรอบเวลาที่กฎหมายกำหนด เพราะหากศาลเห็นว่าจะไม่เสร็จตามกำหนด ศาลก็อาจจะออกคำสั่งในทางใดทางหนึ่งออกมารองรับ ซึ่งหากเป็นเช่นนี้ ก็จะทำให้ทุกอย่างดีขึ้น แต่หากรัฐบาลเร่งรัดแล้วเกิดปัญหากับคำสั่ง หรือคำวินิจฉัยของศาลในภายหลัง ก็อาจจะเกิดปัญหาที่ไม่สมควรจะเกิด ดังนั้นจึงอยากเรียกร้องให้ผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องในเรื่องนี้ รอคำสั่งของศาลก่อน นอกจากนี้ยังมีการยื่นเรื่องตามกฎหมาย มาตรา 154 ด้วย ดังนั้นการจะทำอะไรก็ตาม นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานรัฐสภา และนายกรัฐมนตรี ก็ต้องระมัดระวังให้มาก
นายอภิสิทธิ์ ยังกล่าวถึงความคืบหน้าการปฏิรูปพรรคประชาธิปัตย์ ว่า ขณะนี้ขั้นตอนทุกอย่างร่างเสร็จหมดแล้ว ซึ่งคาดว่าน่าจะสามารถนำเข้าหารือในที่ประชุมของพรรคประชาธิปัตย์ เพื่อให้คณะกรรมการบริหารพรรคพิจารณารับรองได้ภายในสัปดาห์หน้า และหากผ่านการรับรองจากคณะกรรมการรบริหารพรรคแล้ว ก็จะส่งต่อไปยังคณะกรรมการการเลือกตั้ง หรือ กกต.เพื่อให้รับรองต่อไป โดยหลักๆ จะมีการปรับเปลี่ยนการทำงานในหลายส่วน เช่น จะมีการปรับเปลี่ยนการทำงานของคณะกรรมการบริหารพรรคให้มีความกระชับมากขึ้น และจะมีการตั้งองค์กรใหม่ๆ ขึ้นมา เพื่อรองรับพื้นที่เลือกตั้งใหม่ๆ ที่จะเกิดขึ้น
ห่วงราคายางอาจตกลงถึงกก.ละ 70 บ.
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายอภิสิทธิ์ พร้อม ส.ส.พรรคส่วนหนึ่ง ได้เดินทางลงพื้นที่ เพื่อพบปะเกษตรกรชาวสวนยาง ที่หมู่บ้านคลองไม้ไผ่ ตำบลคลองหลา อำเภอคลองหอยโข่ง จังหวัดสงขลา พร้อมทั้งดูการกรีดยาง ขั้นตอนการรีดยางด้วย และสอบถามชาวสวนยางถึงนโยบายการช่วยเหลือราคายางกับกลุ่มชาวสวนยาง ว่า เพียงพอหรือไม่ ซึ่งเกษตรกรบางส่วนยังไม่เข้าใจขั้นตอนการช่วยเหลือ จึงได้ชี้แจง และย้ำให้เกษตกรไปขึ้นทะเบียนเพื่อใช้สิทธิ์ของตนตามที่รัฐบาลประกาศ
โดยนายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า เรื่องของราคายางพารายังคงน่าเป็นห่วง เพราะราคายางอาจจะตกลงเหลือไม่ถึง 70 บาท แม้จะได้รับมาตรการการช่วยเหลือจากรัฐบาลอย่างเต็มที่ แต่ราคายางก็จะปรับราคาขึ้นมาได้เพียง 82-84 บาทเท่านั้น แม้จะมีการลงทะเบียนแล้วปัญหาก็ยังไม่จบ เพราะยังมีเรื่องของการแบ่งปันผลประโยชน์ระหว่างเจ้าของสวนกับคนกรีดยาง และเมื่อรัฐบาลตัดสินใจที่จะไม่เข้ามาแทรกแซงราคายางพาราในตลาด ก็จะยิ่งเป็นการส่งผลกระทบ รวมถึงมาตรการที่ออกมาเกี่ยวกับการชดเชยส่วนต่างให้กับเกษตรกรก็ยังไม่ตอบโจทย์ในหลายพื้นที่
นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า ส่วนปัญหาภาวะเศรษฐกิจในพื้นที่ภาคใต้ โดยเฉพาะช่วงเข้าใกล้เดือนตุลาคม เป็นช่วงที่จะเข้าสู่สถานการณ์น้ำท่วม ผู้ประกอบการในพื้นที่ตลาดกิมหยง กำลังเริ่มกังวลว่าน้ำอาจจะกลับมาท่วมใหญ่อีกครั้งเหมือนปีที่ผ่านมา จึงมีการเตรียมความพร้อมเพื่อเตรียมอพยพขนย้ายข้าวของ ขณะนี้ทางนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดสงขลา กำลังเตรียมการที่จะเร่งระดมกำลังและเครื่องมือเพื่อขุดลอกคูคลอง เพื่อให้สะดวกแก่การระบายน้ำ ส่วนปัญหาความซบเซาของภาวะเศรษฐกิจ ก็ต้องยอมรับว่ามีผลกระทบจากหลายส่วน ทั้งในเรื่องของการชุมนุมประท้วงของเกษตรกรชาวสวนยางในพื้นที่ภาคใต้ ปัญหาความรุนแรงในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ รวมถึงปัญหาภาวะราคาสินค้าแพง สำหรับส่วนสถานการณ์น้ำท่วมในหลายพื้นที่ขณะนี้ อยากให้รัฐบาลเร่งทำความชัดเจนเกี่ยวกับการช่วยเหลือเยียวยาให้กับผู้ที่ได้รับผลกระทบ เพื่อให้เกิดการง่ายในการบริหารจัดการน้ำ รวมถึงรัฐบาลควรเข้าไปเร่งทำความเข้าใจกับประชาชนในพื้นที่เกิดอุทกภัย เพื่อให้เกิดความมั่นใจว่าหากยินยอมให้ผันน้ำเข้าสู่พื้นที่แล้ว จะได้รับการชดเชยเยียวยาค่าเสียหาย



