
"ชวน"เรียกถกส.ส.ปชป.เสริมรัฐดับไฟใต้
รถโดยสารสายบ้านนิคมกือลอง หยุดวิ่งบริการ หลังเกิดเหตุคนร้ายโยนระเบิดใส่รถ ปธ.ท่องเที่ยวยะลา เผยไฟใต้ส่งผลกระทบผู้ประกอบการรายย่อยในพื้นที่ยะลาถอนตัว พระติงจนท.รับฐทำงานไร้คุณภาพปล่อยโจรใต้ฆ่าพระ "นายกฯ"มั่นใจแนวทางแก้ปัญหาไฟใต้เดินมาถูกทางแล้ว พท.แนะเ
จากกรณีที่เกิดเหตุคนร้ายใช้ระเบิดชนิดขว้าง โยนในรถยนต์โดยสารเส้นทางบ้านนิคมกือลอง-เทศบาลนครยะลา ที่บนถนนสายมาลายูบางกอก-พงยือไร หมู่ 2 ต.สะเตงนอก อ.เมือง จ.ยะลา เป็นเหตุให้ผู้โดยสารภายในรถเสียชีวิต 1 ราย บาดเจ็บสาหัส 14 คน เหตุเกิดเมื่อวันที่ 13 มิถุนายน 2552 ที่ผ่านมา ตามข่าวที่ได้เสนอไปแล้วนั้น
ความคืบหน้าล่าสุดเมื่อวันที่ 14 มิ.ย. 52 เวลา 11.00 น. ผู้สื่อข่าวรายงานบรรยากาศที่คิวรถโดยสารสายบ้านนิคมกือลอง-นครยะลา ซึ่งตั้งอยู่ที่บริเวณถนนรถไฟ เขตเทศบาลนครยะลา รถโดยสารที่วิ่งในเส้นทางเข้าบ้านนิคมกือลอง ทั้งหมดหยุดให้บริการ หลังจากเกิดเหตุทันทีอย่างไม่มีกำหนด ซึ่งส่งผลกระทบให้รถโดยสารสายอื่นๆ โดยเฉพาะในเส้นทางไปยังอำเภอบันนังสตา จ.ยะลา ผู้โดยสารค่อนข้างบางตา รถกระบะโดยสารจอดเรียงรายจำนวนหลายคัน
ส่วนความคืบหน้าด้านคดีล่าสุด เจ้าหน้าที่ชุดสืบสวนสอบสวน สภ.เมืองยะลา ได้เชิญผู้ที่เห็นเหตุการณ์มาให้ข้อมูล ซึ่งในเบื้องต้นพบว่าพฤติกรรมของคนร้ายที่ก่อเหตุ มีจำนวน 2 คน ได้ขี่รถจักรยานยนต์ ตามรถโดยสารตั้งแต่บริเวณสี่แยกไฟแดงมาลายูบางกอก โดยมีท่าทีพิรุธ ซึ่งในขณะที่รถวิ่งผ่านสี่แยกไฟแดง เข้าไปในเส้นทางลัดบ้านพงยือไร คนร้ายทั้งสองก็ได้ขี่รถขึ้นมาเพื่อที่จะแซง และในขณะเดียวกันคนร้ายที่นั่งซ้อนท้าย ก็ได้โยนระเบิดใส่ในตระกร้าที่วางอยู่ท้ายรถ แล้วแซงรถหลบหนีไป จนเกิดระเบิดขึ้นดังกล่าว ส่วนคนร้ายหลังก่อเหตุ มีพยานเห็นว่า ได้ ขี่รถ จยย.เข้าไปในโรงเรียนปอเนาะแห่งหนึ่งใกล้กับจุดเกิดเหตุ ส่วนระเบิดที่คนร้ายใช้ก่อเหตุนั้น ในเบื้องต้นพบเป็นระเบิดสังหาร ยังไม่ทราบชนิด เนื่องจากพบกระเดื่องตกอยู่ในรถ ซึ่งอยู่ในระหว่างการตรวจสอบที่มา
ปธ.ท่องเที่ยวยะลากระทบผู้ประกอบการรายย่อย
เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 14 มิ.ย. ที่ห้องประชุมวลัย 2 โรงแรมยะลารามา อ.เมือง จ.ยะลา พันโทกมล ประจวบเหมาะ ประธานกรรมาธิการวิสามัญติดตาม เร่งรัด ประเมินผลการแก้ไขปัญหาและการพัฒนาจังหวัดชายแดนภาคใต้ วุฒิสภา พร้อมคณะกรรมาธิการ ได้ประชุมร่วมกับนายพระนาย สุวรรณรัฐ ผู้อำนวยการศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้(ศอ.บต.) หัวหน้าส่วนราชการต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับการแก้ปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้ โดยได้เชิญ ประธานหอการค้าจังหวัดยะลา ประธานอุตสาหกรรมจังหวัดยะลา ประธานชมรมท่องเที่ยวจังหวัดยะลา ภาพเอกชน รวมถึงนักธุรกิจ โดยเฉพาะนักธุรกิจที่ได้รับผลกระทบจากเหตุความไม่สงบในพื้นที่จังหวัดยะลา มาให้ข้อมูล ข้อเสนอแนะ รวมทั้งปัญหาด้านความไม่สงบ ด้านเศรษฐกิจ ในพื้นที่ เพื่อที่ทางกรรมาธิการฯ จะได้รวบรวมข้อมูลทั้งหมดกลับไปเข้าในที่ประชุมวุฒิสภา และที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎร
นายนิเวศน์ ศิริชัย ประธานชมรมท่องเที่ยวจังหวัดยะลา ในฐานะผู้ประกอบการที่ได้รับผลกระทบจากเหตุความไม่สงบ เปิดเผยว่า ในการประชุมครั้งนี้ก็คงจะเน้นในเรื่องการเยียวยาผู้ประกอบการในพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบ โดยเฉพาะทางชมรมโรงแรมก็จะเสนอในเรื่องอัตราค่าธรรมเนียมโรงแรม ที่ผู้ประกอบการโรงแรมในพื้นที่ได้ขอให้ยกเว้น ตั้งแต่ปี 2548 แต่ปรากฏว่าล่าสุดได้มีการคิดค่าธรรมเนียมย้อนหลัง และแจ้งให้ผู้ประกอบการไปชำระ ซึ่งทางชมรมผู้ประกอบการโรงแรมได้ทำหนังสือขอยกเว้นค่าธรรมเนียมดังกล่าว แต่ได้รับการปฎิเสธ ซึ่งกรณีดังกล่าวทำให้ผู้ประกอบการในพื้นที่เดือดร้อน
“นอกจากเศรษฐกิจในพื้นที่ไม่ดีแล้ว ค่าธรรมเนียมใบอนุญาตโรงแรมก็ยังเพิ่มขึ้นซ้ำเติม จากเดิมเสียปีละ 5 พัน กลายเป็นปีละ 5 หมื่นบาท ซึ่งได้ทำหนังสือร้องเรียนขอไปทางจังหวัด และทาง ศอ.บต. ก็ได้รับการปฎิเสธ นอกจากนั้นอัตราค่าเบี้ยประกันภัยก็เพิ่มขึ้น อัตราค่าเบี้ยประกันภัยก่อการร้ายก็เพิ่มขึ้น แต่รายได้ประกอบการในพื้นที่ลดต่ำลง ซึ่งสวนทางกับสภาพเศรษฐกิจ ซึ่งปัจจุบันภาพรวมเศรษฐกิจของจังหวัดยะลาถือว่าแย่มาก แย่กว่าปกติ มีความเสี่ยงภัยสูง ยังมีการยิงประชาชนทุกวัน ทำให้ผู้ประกอบการรู้สึกว่าแทบจะอยู่ไม่ได้แล้ว รายได้ตก แต่อัตราความเสี่ยงสูง กลุ่มธุรกิจรายย่อยในขณะนี้ ก็ถอนตัวออกนอกพื้นที่กันเกือบหมด ก็จะเหลือเพียงกลุ่มธุรกิจ ที่ลงฐานใหญ่ไว้ ที่ยังคงจะต้องดำเนินธุรกิจต่อไปในพื้นที่ ” นายนิเวศน์ กล่าว
พระติงจนท.รับฐทำงานไร้คุณภาพปล่อยโจรใต้ฆ่าพระ
พระครูสุวัฒนากร เจ้าอาวาสวัดทุ่งกง บ้านทุ่งกง หมู่ 8 ต.โคกเคียน อ.เมือง จ.นราธิวาส กล่าวว่า สำหรับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นถือเป็นการกระทำที่รุนแรงมาก คนร้ายที่นำอาวุธสงครามเข้ามาฆ่าพระนั้น เข้ามาได้อย่างไร ในทุกตารางนิ้วของพื้นที่เต็มไปด้วยเจ้าหน้าที่ตำรวจและทหารจำนวนมาก แต่ปล่อยให้ออกมาทำร้ายประชาชน ทำร้ายพระ และผู้บริสุทธิ์ ตัวอาตมาเองก็เคยโดนคนร้ายลอบวางระเบิดขณะออกบิณฑบาต มาแล้วครั้งหนึ่ง เมื่อวันที่2 มิถุนายน 2548 ขณะบิณบาฑที่หน้าโรงเรียนบ้านปลักปลา ต.ลำภู ทำให้ชาวบ้านได้รับบาดเจ็บหลายคน หลังจากนั้นทำให้พระต่างวาดกลัวไม่กล้าอยู่ที่วัด พากันหนีไปอยู่ที่อื่นกันหมด ขณะนี้ในวัดมีพระเหลือ อยู่เพียง 3 รูปเท่านั้น
"ทุกวันนี้ต้องดูแลตัวเอง เนื่องจาก ทหาร,ตำรวจ ทำงานไร้คุณภาพ กินเงินเดือนภาษีของประชาชน แต่ดูแลประชาชนไม่ได้ ปล่อยให้ประชาชนล้มตาย ขณะเดียวกันรัฐบาลก็ไม่ได้ทำอะไรเลย บริหารงานไม่ไปถึงใหน แก้ปัญหาไม่ได้เลย มั่วแต่ทะเลาะกันเพื่อผลประโยชน์ของตัวเอง "
นอกจากนี้พระครูสุวัฒนากร ยังกล่าวด้วยว่า อยากให้เจ้าหน้าที่ตำรวจเร่งจับคนร้ายมาลงโทษให้ได้โดยเร็ว และในส่วนที่คนร้ายที่ถูกจับไปแล้วนั้นไม่ค่อยที่จะปล่อยออกมา เนื่องจากปล่อยออกมาแล้วก็ไม่สำนึก ยังคงก่อเหตุซ้ำอีก จึงอยากจะฝากถึงผู้ใหญ่ชั้นสูงช่วยดูแลอย่างใกล้ชิดด้วย
"นายกฯ"มั่นใจแนวทางแก้ปัญหาไฟใต้เดินมาถูกทางแล้ว
นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี กล่าวในรายการเชื่อมั่นประเทศไทยกับนายกฯอภิสิทธิ์ ถึงปัญหาความรุนแรงใน 4 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ว่า การแก้ปัญหาความไม่สงบในจังหวัดชายแดนใต้ ซึ่งรัฐบาลกำลังปรับเปลี่ยนนโยบายในเรื่องของการพัฒนาเข้าไปแก้ปัญหา และมุ่งเน้นเรื่องการเมืองนำการทหารอย่างแท้จริง ซึ่งการแก้ไขปัญหาเราจำเป็นจะต้องระยะใช้เวลา และตนอยากจะให้พี่น้องมีความอดทน ปัญหาเรื่องนี้รัฐบาลรู้ดีอยู่แล้วว่ารัฐบาลจะต้องเจอการทดลอง แต่สิ่งสำคัญที่สุดคือ รัฐบาลต้องแน่วแน่ในการเดินไปตามแนวทางนี้ต่อไป เนื่องจากแนวทางนี้ถือว่าเป็นแนวทางเดียวที่จะสามารถแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นได้อย่างยั่งยืน ดังนั้นตนจึงขอความร่วมมือพี่น้องประชาชนมีความอดทนอดกลั้น และไม่ให้ตกเป็นเหยื่อความรุนแรงในการสร้างความรุนแรง ความแตกแยกในรูปแบบต่างๆ
นายกรัฐมนตรี กล่าวอีกว่า สถานการณ์ความรุนแรงที่เกิดขึ้นในภาคใต้ไม่มีใครอยากให้สถานการณ์มันยืดเยื้อรุนแรง ไม่มีใครอยากเห็นความสูญเสีย ไม่ว่าจะเป็นเจ้าหน้าที่ ไม่ว่าจะเป็นประชาชน ไม่ว่าจะเป็นใครก็ตาม แม้แต่ตนก็ไม่ต้องการเห็นความสูญเสีย ตนเข้าใจความรู้สึก อยากเห็นปัญหามันจบ แต่ตนก็เป็นคนที่พูด ไม่ใช่เพิ่งมาพูดหลังจากที่เกิดเหตุการณ์นี้ ตนพูดมาตั้งแต่วันแรกว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องที่ต้องใช้เวลา และเราจะเปลี่ยนแนวทาง และบอกเลยว่าระหว่างที่เปลี่ยนแนวทาง นี่ต้องอดทน เพราะจะถูกท้าทาย เราต้องไม่ตกเป็นเหยื่อ คือผมอยากจะยืนยันนะครับ ตอนนี้ก็ไปเขียนกันว่าตกลงมันผิดหมดเลยหรือเปล่า แม้กระทั่งเรื่องเศรษฐกิจ เศรษฐกิจนี่ผมก็บอกวันที่ผมเข้ามา ผมพูดชัดไตรมาสแรกจะหนักกว่า จะหนักกว่า 3 เดือนสุดท้ายปีที่แล้ว ขณะนี้มันอยู่ในช่วงที่ยากลำบาก แต่ได้อธิบายไปแล้วว่าแนวทางรัฐบาลคืออะไร เดินตามแนวทางนั้น และตนต้องรับผิดชอบแน่นอน สำเร็จหรือล้มเหลว คนที่ต้องรับผิดชอบก็คือตน คือ รัฐบาล
เมื่อถามว่า แต่มีคนปรามาสว่าประชาธิปัตย์ก็ไม่สามารถแก้ไขปัญหาภาคใต้ได้เช่นกัน นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ยอมรับว่าเป็นปัญหาที่ยาก แต่ตนยืนยันว่าแนวทางที่กำลังเดินจะเป็นแนวทางที่น่าจะยั่งยืนในการแก้ไขปัญหาที่สุด ปัญหาที่ท้าทายเวลานี้คือ หนึ่ง ในส่วนรัฐบาลปฏิบัติได้อย่างมีประสิทธิภาพไหม กับ สอง สังคม สังคมเชื่อเหมือนที่รัฐบาลเชื่อไหมว่าต้องแก้ด้วยการพัฒนา ถ้าเชื่อต้องอดทน ต้องร่วมมือ ถ้าไม่เชื่อก็อีกเรื่องหนึ่ง แต่ว่าถ้าไม่เชื่อความหมายว่าจะกลับไปใช้ความรุนแรง ถ้าสังคมต้องการกลับไปใช้ความรุนแรง ก็คือหนทางที่จะนำไปสู่การลุกลามบานปลาย และความสูญเสียสำหรับประเทศโดยส่วนรวมในที่สุด
เมื่อถามต่อว่า คิดว่าถ้าเราไม่ไปวุ่นวายกับเรื่องจัดการคุณทักษิณ สกัดกั้นอะไร เราจะทำอะไรได้มาก นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ตรงนั้นไม่มีอะไร ตรงนั้นเป็นเรื่องข่าวที่คนจะสนใจ แต่ว่าเวลาที่ตนใช้ ตนว่าใครมาดูการทำงาน ที่ทำอยู่ทุกวันก็ได้ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องเศรษฐกิจ เรื่องภาคใต้ ตอนนี้ตนพยายามมาดูอยู่ " ผมบอกตั้งแต่ต้นว่าผมมีหน้าที่แก้ปัญหาของคน 60 กว่าล้านคน ไม่ใช่ปัญหาของคนหนึ่งคน แต่ขณะเดียวกันเรื่องของอดีตนายกฯ ที่มันเกี่ยวกับประโยชน์ของประเทศก็คือว่า ผมต้องการให้ประเทศเราเป็นประเทศที่รักษากฎหมาย ไม่มีใครมีสิทธิพิเศษ " นายอภิสิทธิ์ กล่าว
เมื่อถามต่อไปว่า ตอนนี้ความสัมพันธ์ระหว่างกองทัพก็ดี แต่เคยคิดเผื่อใจไหมว่าวันหนึ่ง ถ้ายอมหลักการคนหนึ่งจะมีปัญหากับทหาร นายกฯกล่าวว่าตนจะมองคนในแง่ดีทุกฝ่าย ไม่ว่าจะเป็นในระบบราชการ และของประเทศ ในสถาบัน องค์กรหลัก ๆ คงจะอยากเห็นบ้านเมืองเดินไปข้างหน้าเหมือนกับที่ตนอยากเห็น เพราะฉะนั้น ตนมีสมมุติฐานก่อนว่าไม่น่าจะขัดแย้งกันเรื่องนี้ แต่ตนก็อยู่กับความเป็นจริง มันอาจจะเกิดขึ้นได้ แต่เกิดขึ้นได้ผมต้องเลือกข้าง ก็ต้องเลือกข้างประชาชน และผมไม่ได้ติดยึดอยู่แล้ว ถ้าเลือกข้างประชาชนแปลว่าไม่ต้องมีการเปลี่ยนแปลงทางการเมือง ก็ต้องเปลี่ยนแปลงทางการเมือง ขอให้เป็นการเปลี่ยนแปลงตามระบอบประชาธิปไตย
"จากปัญหาความรุนแรงภาคใต้ที่เกิดขึ้นในช่วงรอบสัปดาห์ที่ผ่านมา อาจจะส่งผลกระทบและสร้างความไม่สบายใจให้พี่น้องประชาชนที่ได้รับทราบข่าวเป็นอย่างมาก มีเหตุการณ์หลายเหตุการณ์ ที่ทำให้ปชช.หลายฝ่ายมีความไม่สบายใจ หลักการแก้ไขปัญหาโดยเอาการเมืองนำการทหาร เรื่องรู้จะต้องถูกทดสอบ เราต้อง ปัญหาการกระทบกระทั่งกัน ปัญหาการเมืองเป็นเรื่องของสภาที่จะต้องดูแลกันไป แต่ปัญหาเรื่องภาคใต้รัฐบาลจะต้องเข้ามาดูแล การแสดงตัวขององค์กรไม่มีการองค์กรปรากฎแสดงความรับผิดชอบ ซึ่งแตกต่างกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในต่างประเทศ เรื่องนี้จะมีการรเจรจาได้หรือไม่ เพราะหากเจรจาไม่ได้เราหากเจราจาเมื่อใด ก็จะมีกายกระดับของปัญหา โดยมีการดึงประเทศที่หนึ่งที่สองเข้ามาเกี่ยวข้อง ตราบใดที่ตัวคนลงมือกระทำไม่ได้ ดังนั้นเราจึงไม่ควรจะสรุปเรื่องที่เกิดขึ้นได้ แต่หากเป็นเรื่อของนโยบาย
นายกรัฐมนตรี กล่าวถึงการเดินทางเยือนประเทศกัมพูชา ว่า ไทยกับกัมพูชาได้เจรจากันว่าจะใช้แนวทางสันติวิธีแก้ไขปัญหาชายแดนบริเวณเขาพระวิหาร โดยให้กลไกการเจรจาระดับพื้นที่ดำเนินการไปอย่างต่อเนื่อง และยังมีแนวทางที่เพิ่มจุดผ่านแดนเพื่อสนับสนุนการค้าตามแนวชายแดน รวมถึงเจรจาเรื่องพื้นที่ทับซ้อนทางทะเลเพื่อผลประโยชน์ร่วมกันทางด้านเศรษฐกิจ
"ชวน"เรียกถกส.ส.ปชป.เสริมรัฐดับไฟใต้
(14มิ.ย.) เมื่อเวลา 10.30 น.นพ.บุรณัชย์ สมุทรรักษ์ โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า พรรคสนับสนุนแนวทางการแก้ไขปัญหาภาคใต้ของรัฐบาล และยึดหลักที่จะไม่ใช้ความรุนแรงนอกกฎหมายมาแก้ไขปัญหา แต่ยึดหลักการทำความเข้าใจกับผู้นำชุมชน เร่งพัฒนาการมีส่วนร่วมของประชาชนในพื้นที่ ซึ่งทางพรรคจะได้นัดหารือแนวทางการแก้ไขปัญหาดังกล่าว โดยนายชวน หลีกภัย ประธานสภาที่ปรึกษาพรรคประชาธิปัตย์ จะได้เรียกประชุม ส.ส.ในพื้นที่ 5 จังหวัดภาคใต้ของพรรค ในวันที่ 15 มิ.ย.หลังจากที่รัฐบาลนำเสนอร่าง พ.ร.ก.ให้อำนาจกระทรวงการคลังเพื่อการฟื้นฟูและความมั่นคงทางเศรษฐกิจ พ.ศ. 2552 เข้าสู่สภาฯ เพื่อรับฟังเสียงสะท้อนจาก ส.ส.ในพื้นที่และนำข้อมูลที่ได้รับจากประชาชนไปกำหนดแนวทางในการทำงานเพื่อสนับสนุนการแก้ไขปัญหาภาคใต้ของรัฐบาลต่อไป
โฆษก พท.แนะเปลี่ยน รมต.ดับไฟใต้หลัง6เดือนไม่คืบหน้า
นายพร้อมพงศ์ นพฤทธิ์ โฆษกพรรคเพื่อไทย กล่าวถึงปัญหาความไม่สงบในจังหวัดชายแดนภาคใต้ของรัฐบาลว่า ปัญหานี้ในรอบ 5 ปี มีผู้เสียชีวิต 350 ศพ รัฐบาลใช้งบประมาณ 5 เเสนล้านบาท ส่งเจ้าหน้าที่รัฐ 40,000 กว่านายลงไป เพื่อดูแลหมู่บ้านสีแดง 200 กว่าแห่ง ล่าสุดนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรีบอกว่า แนทางการแก้ปัญหานั้นรัฐบาลเดินมาถูกทางแล้ว แต่พรรคเพื่อไทยเห็นว่า รัฐบาลทำงานมา 6 เดือน กลับไม่มีอะไรดีขึ้น การแก้ไขปัญหายังไปไม่ถึงไหน ทั้ง ๆ ที่เคยเป็นพรรคฝ่ายค้านและเคยศึกษาข้อมูลชัดเจน
"ส.ส.พรรคนี้ส่วนใหญ่มาจากภาคใต้ แต่ความรุนแรงกระจายไปทั่วภาคใต้ โดยเฉพาะการสังหารประชาชนในมัสยิด การยิงพระสงฆ์ ยังไม่รวมการลอบทำร้ายประชาชนและครู"
นายพร้อมพงศ์ กล่าวว่า ขอเรียกร้องไปยังนายกฯว่าปัญหาภาคใต้นั้นควรดำเนินการดังนี้ 1.เปลี่ยนตัวรัฐมนตรีที่ดูแลภาคใต้จากนายถาวร เสนเนียม รมช.มหาดไทย มาเป็นนายนิพนธ์ บุญญามณี ส.ส.สัดส่วน พรรคประชาธิปัตย์ เพื่อใช้คนให้ถูกที่ถูกทาง และต้องดูว่าเรื่องนี้นายกฯจะแก้ปัญหาให้ประชาชนอย่างไร 2.ขอให้ส.ส.พรรรคประชาธิปัตย์และมวลชนจำนวนมากควรบูรณาการการทำงานร่วมกัน นำโครงการราษฎร์ - รัฐร่วมใจดับไฟใต้ โดยต้องเชิญเอ็นจีโอมาร่วมงานนี้อย่าปล่อยให้เหมือนที่ผ่านมา 3. คืนความเป็นธรรมให้ประชาชน โดยบังคับใช้กฎหมายอย่างเท่าเทียม 4. งบประมาณ 1.8 หมื่นล้านบาทนั้นต้องพัฒนาความเป็นอยู่ของประชาชนในจังหวัดชายแดนภาคใต้อย่างแท้จริงไม่ใช่สร้างภาพแบบลูบหน้าปะจมูก



