
'น้ำชี'ทะลักท่วม'อ.สตึก'บ้าน-วัดจมน้ำ
"น้ำชี" ทะลักท่วม "อ.สตึก" บุรีรัมย์ บ้าน วัด ถนน นาข้าวจม รถสัญจรผ่านไม่ได้ ทหารช่วยชาวบ้านขนของ
วันนี้ 29 ก.ย.56 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สถานการณ์น้ำชีที่เอ่อล้นตลิ่งหลากเข้าท่วมบ้านเรือน วัด ถนน และนาข้าวที่กำลังตั้งท้อง ในเขตพื้นที่ อ.สตึก จ.บุรีรัมย์ ได้ขยายวงกว้างและเพิ่มระดับสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว โดยเฉพาะที่บ้านดอนแก้ว ม.9 ต.ทุ่งวัง เพียงวันเดียวระดับน้ำเพิ่มขึ้นอีกเกือบ 20 เซนติเมตร สูงกว่า 1 เมตร ทำให้ถนนทางเข้า-ออกหมู่บ้าน ไม่สามารถใช้รถสัญจรผ่านได้ ส่วนบ้านเรือนราษฎรก็ถูกน้ำท่วมเพิ่มเป็น 30 หลังคาเรือน บางหลังน้ำทะลักเข้าในตัวบ้านจนไม่สามารถอาศัยอยู่ได้ ต้องไปอาศัยเพื่อนบ้านชั่วคราว นอกจากนั้นนาข้าวที่กำลังตั้งท้องก็จมอยู่ใต้น้ำหลายพันไร่ คาดหากระดับน้ำไม่ลดภายใน 1-2 สัปดาห์จะเน่าตายเสียหายทั้งหมด
จากผลกระทบดังกล่าวทางจังหวัดทหารบกบุรีรัมย์ ก็ได้นำรถ จีเอ็มซี เข้าไปให้บริการรับ-ส่งชาวบ้านที่มีความจำเป็นจะต้องเดินทางเข้า-ออกหมู่บ้านตลอดทั้งวัน พร้อมทั้งได้ระดมกำลังพลเข้าไปช่วยเหลือขนย้ายสิ่งของในบ้านเรือนของชาวบ้านขึ้นไว้บนที่สูง ท่ามกลางฝนที่ตกลงมาอย่างต่อเนื่อง
ทั้งนี้ จากข้อมูลของทางอำเภอ พบว่าขณะนี้อำเภอสตึก ถูกน้ำท่วมแล้ว 5 ตำบล มี ต.ชุมแสง กระสัง ทุ่งวัง ท่าม่วง และ ต.สตึก บ้านเรือนถูกน้ำท่วมกว่า 100 หลังคาเรือน นาข้าว พืชไร่ จมน้ำกว่า 8,000 ไร่ บ่อปลา 20 บ่อ ถนน 4 สาย วัด 2 แห่ง โรงเรียน 1 แห่ง ขณะที่ทางจังหวัดได้ประกาศเป็นพื้นที่ประสบภัยพิบัติแล้ว 12 อำเภอราษฎรเดือดร้อนกว่า 37,400 ครัวเรือน
ศรีสะเกษ-น้ำเขื่อนราษีไศลไหลเข้าท่วมหมู่บ้าน
ที่ วัดบ้านเพียนาม ตำบลหนองไผ่ อำเภอเมือง จังหวัดศรีสะเกษ น้ำยังท่วมสูงระดับ 1 เมตร พระ-เณร ไม่สามารถเดินทางออกมาบิณฑบาตได้ หากจะออกมาต้องใช้เรือ หรือเดินลุยน้ำออกมา ญาติโยมจึงได้นิมนต์พระทุกรูปที่อยู่ในวัดกว่า 50 รูป ซึ่งเป็นพระที่บวชตามโครงการเฉลิมพระเกียรติด้วยส่วนหนึ่ง ให้อยู่จำพรรษาอยู่แต่ในวัดบนกุฏิสูงที่น้ำท่วมไม่ถึง โดยญาติโยมจะลุยน้ำนำอาหารเข้าไปถวายเอง ขณะเดียวกันในเช้าของวันนี้พบว่าได้มีปริมาณน้ำอีกก้อนที่ไหลล้นฝั่งแม่น้ำมูล ไหลมาจากเขื่อนราษีไศล เริ่มไหลเข้ามาท่วมยังหมู่บ้านเล้า ตำบลหนองไผ่ ผู้ใหญ่บ้านต้องประกาศออกทางหอกระจายข่าวเพื่อให้ประชาชนได้เก็บข้าวของขึ้นยังที่สูง หรือยกขึ้นไว้บนเตียงเพื่อให้พ้นจากน้ำท่วม โดยคาดว่าในบ่ายของวันนี้จนค่ำจะมีมวลน้ำไหลมาเพิ่มเป็นจำนวนมาก และอาจจะท่วมสูงถึง 1 เมตร ขณะที่บ้านบางหลังที่อยู่ต่ำ น้ำได้ไหลเข้าท่วมภายในบ้านแล้ว ที่นอนหมอนมุงตู้เสื้อผ้าถูกน้ำท่วมเก็บไม่ได้ เพราะมัวแต่ไปจ่ายกับข้าวที่ตลาด
นายณรงค์ ศิลาวงษ์ ผู้ใหญ่บ้านเล้า หมู่ที่ 7 ตำบลหนองไผ่ กล่าวว่า ในเช้าของวันนี้ได้มีมวลน้ำที่ไหลล้นมาจากเขื่อนราศีไศล เริ่มไหลเข้ามาท่วมบ้านเรือนราษฎรในหมู่บ้านเล้าแล้ว นับเป็นสถานการณ์น้ำท่วมในรอบที่สองของปีนี้ เพราะก่อนหน้านี้ได้ท่วมไปแล้วรอบหนึ่ง และพึ่งจะลดลงได้ 2 วัน ซึ่งน้ำที่มาท่วมในรอบนี้ทราบว่ามาจากเขื่อนราษีไศล ที่ได้รับน้ำมาจากแม่น้ำชี ไหลผ่านมาจากจังหวัดร้อยเอ็ด เข้าสู่อำเภอศิลาลาด มาลงแม่น้ำมูล ผ่านเขื่อนราษีไศล ที่อำเภอราษีไศล และไหลหนุนเข้ามาในอำเภอเมืองศรีสะเกษ ตนได้ประกาศทางหอกระจายข่าวประจำหมู่บ้าน เตือนให้พี่น้องได้เก็บข้าวของขึ้นยังที่สูง นำกระสอบทรายที่ได้มาจากจังหวัดก่อนหน้านี้มากั้นน้ำที่จะไหลเข้าในบ้านตนเอง ซึ่งบางหลังก็กำลังกั้นไว้ได้ทัน แต่บางหลังที่อยู่ต่ำก็กั้นไม่ทันน้ำไหลท่วมเข้าไปในบ้านแล้ว ท่วมที่นอน ตู้เตียงเสียหายหมด ซึ่งตนก็ให้ทุกฝ่ายเฝ้าระวังช่วยกัน โดยเฉพาะเด็กๆ ห้ามไปเล่นน้ำไกลตาผู้ใหญ่เพราะหวั่นจะจมน้ำเสียชีวิตไปอีก และได้รายงานให้นายอำเภอนิวัฒน์ น้อยผาง นายอำเภอเมืองได้รับทราบสถานการณ์น้ำที่กำลังไหลมาท่วมในเช้าของวันนี้แล้ว
อย่างไรก็ดี ในสถานการณ์น้ำท่วมในเขตอำเภอเมืองศรีสะเกษ ทั้ง 22 ชุมชน ขณะนี้ระดับน้ำเริ่มที่จะลดลง หากไม่มีน้ำจากพายุหวู่ติ๊บ มาทำให้ฝนตกหนักเพิ่มมาในเขตจังหวัดศรีสะเกษ และต้องไม่มีปริมาณน้ำที่หนุนมาจากจังหวัดอุบลฯ ที่กำลังเผชิญน้ำท่วมอยู่ในขณะนี้ น้ำท่วมในจังหวัดศรีสะเกษ ก็คลีคลายไปภายใน 5 วันนี้
ทางด้าน นายวัชรพล โตมรศักดิ์ ส.ส.นครราชสีมา เขต 2 พร้อมด้วยนายเอกภพ โตมรศักดิ์ นายกเทศมนตรีตำบลหัวทะเล พร้อมคณะเจ้าหน้าที่ฝ่ายป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยเทศบาลตำบลหัวทะเล ได้ลงพื้นที่เยี่ยมประชาชนที่ประสบภัยน้ำท่วมในหมู่บ้านเบสต์โฮม หมู่ 10 ต.หัวทะเล อ.เมือง จ.นครราชสีมา สำรวจเส้นทางน้ำเพื่อหาทางแก้ไขปัญหาน้ำท่วมระยะยาว หลังจากที่เกิดฝนตกลงมาอย่างต่อเนื่องตั้งแต่แต่สัปดาห์ที่ผ่านมา ส่งผลให้น้ำที่ไหลมาจากบริเวณพื้นที่ ต.หนองบัวศาลา อ.เมือง ไหลมาท่วมหมู่บ้านแห่งนี้ซึ่งเป็นที่ต่ำและไม่มีทางระบายน้ำออก จึงทำให้เปิดปัญหาน้ำท่วมบ้านเรือนประชาชนที่อยู่ในหมู่บ้านเบสต์โฮมกว่า 50 หลังคาเรือน



