
เชื่อมั่นประเทศไทยกับนายกฯ อภิสิทธิ์ประจำ14มิ.ย.
นายกรัฐมนตรีย้ำนโยบายเปิดเผย ไม่ปิดบัง ผู้ติดเชื้อไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ 2009 ในไทย ขอความร่วมมือประชาชนให้ข้อมูล พร้อมชี้แจงแนวทางแก้ปัญหาภาคใต้
วันนี้ (14 มิ.ย.) เวลา 09.00 น. ณ ทำเนียบรัฐบาล นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี กล่าวกับพี่น้องประชาชนในรายการ “เชื่อมั่นประเทศไทยกับนายกฯ อภิสิทธิ์” เป็นครั้งที่ 22 ออกอากาศทางสถานีวิทยุโทรทัศน์แห่งประเทศไทย และสถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย ดังนี้
ช่วงที่ 1
พี่น้องประชาชนที่เคารพรักครับ มาพบกันทุกวันอาทิตย์เช้า วันนี้เป็นการอัดรายการตั้งแต่วันเสาร์ ซึ่งผมเดินทางกลับมาจากกัมพูชา จริง ๆ แล้วก็คือเช้าของวันเสาร์นะครับ มาถึงประมาณตี 3 ซึ่งในสัปดาห์ที่ผ่านมาผมได้เดินทางไปเยือนประเทศที่เป็นประเทศอาเซียนด้วยกัน 2 ประเทศ คือ มาเลเซียและกัมพูชา ซึ่งก็เป็นไปตามธรรมเนียมที่นายกรัฐมนตรีซึ่งเข้ามารับตำแหน่งจะต้องไปเยี่ยมเยียนประเทศในกลุ่มประเทศอาเซียนด้วยกัน ใน 2 ประเทศนี้นะครับ
มาเลเซียพร้อมให้ความร่วมมือกับไทยแก้ปัญหาภาคใต้
ก็มีเรื่องสำคัญที่ได้มีการหารือข้อราชการเพื่อประโยชน์ของบ้านเมืองของเราและประชาชนของเรา ในส่วนของมาเลเซียนั้นนอกจากความร่วมมือทางด้านเศรษฐกิจ ซึ่งจะมีการผลักดันให้ก้าวหน้าไปโดยเฉพาะอย่างยิ่งก็คือการพัฒนาพื้นที่ ซึ่งจะเป็นประโยชน์กับภาคใต้ของเราในกรอบของสามเหลี่ยมเศรษฐกิจหรือเขตความร่วมมือพิเศษต่าง ๆ นั้น ซึ่งจะมีผลสำคัญต่อนโยบายของรัฐบาลในการสร้างความสงบในพื้นที่แล้ว ในแง่ของปัญหาของ 3 จังหวัด หรือจังหวัดชายแดนเองนั้น ทางมาเลเซียก็ได้แสดงจุดยืนท่าทีที่ชัดเจนว่าพร้อมที่จะให้ความร่วมมือกับประเทศไทยในการแก้ไขปัญหา ซึ่งเป็นปัญหาภายในของเรา และในส่วนที่จะให้การสนับสนุนความร่วมมือเป็นพิเศษก็คือเรื่องของการข่าว เรื่องของการดูแลพื้นที่บริเวณเขตแดน และในเรื่องของการศึกษา ซึ่งจะเป็นหนึ่งในนโยบายสำคัญที่จะใช้ในการพัฒนาพื้นที่เพื่อแก้ปัญหาความไม่สงบด้วย
สำหรับเรื่องภาคใต้ สัปดาห์ที่ผ่านมาต้องยอมรับครับว่ามีเหตุการณ์หลายเหตุการณ์ด้วยกัน ซึ่งทำให้พี่น้องประชาชนนั้นแน่นอนที่สุดครับ ต้องรู้สึกไม่สบายใจ ต้องรู้สึกไม่พอใจ ผมอยากจะเรียนว่าเรื่องของนโยบายของภาคใต้นั้น เป็นนโยบายที่รัฐบาลนี้กำลังมาปรับเปลี่ยน โดยมุ่งเน้นในเรื่องของการพัฒนา โดยมุ่งเน้นในเรื่องของการเมืองนำการทหารอย่างแท้จริง ซึ่งผมพูดตั้งแต่ในช่วงแรกว่าจะต้องใช้เวลา และทราบดีว่าจะต้องถูกทดสอบ ถูกท้าทายจากฝ่ายตรงกันข้าม ซึ่งสิ่งสำคัญที่สุดก็คือเราต้องมีความแน่วแน่ในการที่จะเดินไปในแนวทางนี้ เพราะเป็นแนวทางที่ยั่งยืนแนวทางเดียว พร้อม ๆ กันไปนะครับในช่วงนี้ เราก็ต้องช่วยกันให้ความร่วมมือ อดทน อดกลั้น แล้วก็ไม่ตกเป็นเหยื่อ ในการที่จะสร้างความรุนแรง ความแตกแยกในรูปแบบต่าง ๆ สำหรับในรายการในวันนี้จะมีในช่วงถัดไปนะครับ ซึ่งผมได้สนทนากับนักข่าวสายความมั่นคงในช่วงที่เดินทางกลับจากการที่ไปตรวจราชการในเรื่องของโครงการไทยเข้มแข็ง ก็จะมีรายละเอียดในเรื่องของนโยบายภาคใต้ต่อไป
ไทย-กัมพูชาพร้อมเพิ่มพูนการค้าร่วมกัน
สำหรับกรณีของกัมพูชานั้น สิ่งสำคัญคือว่าก็มีโครงการความร่วมมือ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องถนนหนทาง ไม่ว่าจะเป็นความเป็นไปได้ในการที่จะมีการสร้างเขื่อนในฝั่งของกัมพูชา เพื่อส่งน้ำมายังประเทศไทย และมีการผลิตไฟฟ้า มีเรื่องของการที่จะเริ่มต้นกระบวนการของการเจรจาเกี่ยวกับพื้นที่ทับซ้อนทางทะเล ซึ่งมีทรัพยากรธรรมชาติ โดยเฉพาะเรื่องแก๊สอยู่มากมาย อย่างนี้เป็นต้น ซึ่งก็ล้วนแล้วแต่เห็นตรงกันนะครับระหว่างผู้นำทั้งสอง ว่าเป็นเรื่องที่จะช่วยให้ความสัมพันธ์ระหว่างประเทศของเราทั้งสองดีขึ้น และผลประโยชน์ของประชาชนได้รับการดูแล ซึ่งจะต้องมีการส่งเสริมในเรื่องของการเพิ่มพูนการค้า การค้าชายแดน รวมทั้งเรื่องของการเปิดจุดผ่านแดนมากยิ่งขึ้น
สำหรับกรณีปัญหาการกระทบกระทั่งกันที่บริเวณเขาพระวิหารนั้น ต้องเรียนอย่างนี้ครับว่า มันมีทั้งข้อตกลง มีทั้งกลไกที่ต้องทำหน้าที่ในการแก้ไขปัญหานี้อยู่แล้ว ผมกับนายกรัฐมนตรีกัมพูชาเห็นตรงกันว่าการแก้ปัญหานี้ต้องแก้ด้วยสันติวิธี และเป็นเรื่องที่กลไกต่าง ๆ จะต้องทำงานต่อเนื่องต่อไป และเราจะไม่ให้ปัญหานี้มาเป็นอุปสรรคต่อการที่จะพัฒนาความร่วมมือในด้านอื่น ๆ อย่างไรก็ตาม เพื่อให้เกิดความระมัดระวัง ความรัดกุม ไม่ให้เกิดการกระทบกระทั่งนั้น ก็จะเพิ่มพูนในเรื่องของการประชุมปรึกษาหารือของทุกระดับ ไม่เพียงเฉพาะกลไกที่มีอยู่ในแง่ของกรรมการชายแดน แต่จะครอบคลุมไปถึงเรื่องของการพบปะระหว่างกองทัพ การพบปะระหว่างผู้ว่าราชการจังหวัดในทั้งสองฟาก ซึ่งสิ่งเหล่านี้ผมเชื่อว่าจะช่วยทำให้สถานการณ์นั้นคลี่คลายไปในทางที่ดีขึ้น นั่นก็คือการเดินทางไป 2 ประเทศในกลุ่มอาเซียน
รัฐบาลใช้นโยบายเปิดเผยไม่ปิดบังผู้ติดเชื้อไข้หวัดใหญ่ 2009
สัปดาห์ที่ผ่านมานี้เช่นเดียวกันครับ ปัญหาในเรื่องของไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ ก็เป็นปัญหาซึ่งได้เพิ่มพูนระดับของปัญหาขึ้น เพราะว่าสิ่งที่เกิดขึ้นก็คือว่านอกจากการเริ่มพบผู้ป่วย ซึ่งติดเชื้อกันในประเทศของเราเองแล้ว ก็พบว่ามีการเดินทางมาของนักท่องเที่ยว ซึ่งเมื่อเดินทางกลับไปแล้วก็มีรายงานว่าติดเชื้อ ดังนั้น เราต้องย้อนกลับไปตรวจสอบพื้นที่ต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นพัทยา ภูเก็ต และยังมีอีกหลายจังหวัด รวมไปถึงในกรุงเทพมหานครเองในบางโรงเรียน เพราะฉะนั้น ก็ทำให้ตัวเลขของผู้ติดเชื้อเพิ่มสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว ขณะนี้ที่ผมพูดอยู่ประมาณ 80 กว่าราย สิ่งที่ผมอยากจะเรียนคืออย่างนี้ครับ ประเทศไทยและรัฐบาลไทยจะใช้นโยบายที่เปิดเผย ไม่มีการปิดบังข้อเท็จจริง เพราะว่าเราต้องการที่จะรายงานสภาพความเป็นจริงให้ทุกคนไม่ว่าจะเป็นชาวไทยหรือชาวโลกได้ทราบ จะได้มั่นใจว่าเราไม่ได้มาปิดบังเพื่อประโยชน์อะไรทั้งสิ้น ขณะเดียวกันครับการทำงานของเราค่อนข้างจะเป็นไปในเชิงรุก ตัวอย่างของการไปพบที่พัทยา เราไม่ได้รอให้คนเข้ามามีอาการแล้วรายงาน แต่ว่าพอเราทราบข่าวว่าชาวไต้หวันมาติดเชื้อจากพัทยา เราส่งทีมลงไปเพื่อไปตรวจในพื้นที่ และก็พบว่ามีหลายคนครับที่เราตรวจพบว่าติดเชื้อ แต่ยังไม่มีอาการ การทำอย่างนี้แม้ว่าตัวเลขอาจจะเพิ่มขึ้นรวดเร็ว แต่ทำให้เราสามารถที่จะดูแลแก้ไขปัญหาได้
สิ่งที่ผมอยากจะเรียนกับพี่น้องประชาชนคือว่าอย่าตื่นตระหนกครับ จริง ๆ แล้วขณะนี้ทั่วโลก เราก็ดูสถิติเห็นได้ชัดครับว่า อัตราการตายจากการติดเชื้อไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ต่ำมาก ต่ำกว่าไข้หวัดใหญ่ปกติด้วยซ้ำ เพราะฉะนั้น ตรงนี้ทำให้เราอาจจะไม่ต้องไปตื่นตระหนก ตกใจกับการเพิ่มขึ้น แต่ไม่ได้หมายความว่า เราจะไม่แก้ไข เพียงแต่ว่าการแก้ไขต้องยอมรับว่าไม่ง่าย เพราะว่าผู้ที่เดินทางเข้ามาประเทศไทยทุกวันเฉพาะที่สนามบินก็หลายหมื่นคน และหลายคนจะสามารถผ่านการตรวจเรื่องของอุณหภูมิมาได้ เพราะว่าคนที่ติดเชื้ออาจจะยังไม่มีอาการ หรือถ้าสมมติว่าเขากินยาแก้ไข้หรืออะไร ก็จะทำให้เราไม่สามารถตรวจพบได้ แต่ว่าการที่เราใช้วิธีการในเชิงรุกรีบเข้าไปดูว่าใครติดเชื้อบ้าง และให้การดูแลรักษา เป็นแนวทางที่ผมคิดว่าจะทำให้เราไม่มีความสูญเสียจากโรคนี้ ขณะเดียวกันพี่น้องประชาชนโดยทั่วไปก็พึงใช้ความระมัดระวังเหมือนกับไข้หวัดปกตินี่ล่ะครับ หมั่นล้างมือ แล้วก็เห็นใครมีอาการอะไรอย่างไรนั้น หรือตัวเองมีอาการก็ควรที่จะแยกตัวออกมา แต่นักเรียนก็อย่าไปโรงเรียน อย่างนี้เป็นต้น เพราะฉะนั้น ผมคิดว่าสถานการณ์นี้แม้ว่าในช่วงต่อไปคาดหมายได้ว่าจะมีคนติดเชื้อเพิ่มขึ้น แต่เป็นสถานการณ์ที่ควบคุมได้ และไม่มีประเด็นปัญหาที่จะต้องตื่นตระหนก ตกใจ อะไร
ปรับโครงสร้างการแก้ปัญหาราคาพืชผลทางการเกษตร
ความจริงสัปดาห์นี้ผมอยากจะมาพูดคุยถึงเรื่องของพืชผลทางการเกษตรด้วย เพราะว่ารัฐบาลกำลังจะปรับโครงสร้างของการเข้าไปแก้ไขปัญหาราคาพืชผลทางการเกษตร มีตัวเลขที่น่าสนใจที่ผมเคยติดค้างไว้ ผมไปตรวจสอบแล้ว แนวทางของการรับจำนำที่เราทำกันอยู่ ยกเว้นกรณีของข้าวนาปรัง จะมีเกษตรกรที่ได้ประโยชน์จากโครงการ ผมว่าไม่ถึงร้อยละ 20 นะครับ ดูจากข้าวโพด ดูจากมันสำปะหลัง ดูจากข้าวนาปี แต่ว่าเงินที่รัฐบาลใช้ไปอย่างฤดูกาลที่ผ่านมานี้ ถ้ารวมกันแล้วมากกว่า 150,000 ล้าน แล้วจากการที่เราไปรับจำนำ และคนที่ได้ประโยชน์อยู่ประมาณไม่ถึงร้อยละ 20 ในข้อเท็จจริงก็คือถ้าวันนี้พืชผลที่รัฐบาลเข้าไปแทรกแซงถูกนำออกขายในราคาตลาดนะครับ ก็จะมีการขาดทุนสูงถึง 35,000 ล้านบาท เพราะฉะนั้น ตรงนี้เป็นโจทย์สำคัญนะครับที่ทำไมว่ารัฐบาลกำลังจะมาทบทวน ให้เรามีโครงการที่ใช้เงินได้คุ้มค่ามากขึ้น เป็นประโยชน์กับพี่น้องเกษตรกรได้ทั่วถึงมากยิ่งขึ้น และก็ดูแลให้อย่างน้อยที่สุดคือรายได้ของเกษตรกรนั้นอยู่ในระดับที่จะทำให้พี่น้องเกษตรกรนั้นไม่เดือดร้อน หรือพอกินพอใช้ และมีกำไรอยู่ตามสมควร อันนี้เป็นเรื่องที่จะเกริ่นไว้ เพราะว่าคงจะต้องมีการติดตามเรื่องนี้ในสัปดาห์ต่อ ๆ ไป
สำหรับในวันนี้นะครับ นอกจากการจะพูดคุยกับฝ่ายนักข่าวสายความมั่นคงในเรื่องของปัญหาภาคใต้แล้ว ผมจะเดินทางไปที่จังหวัดสมุทรสาครครับ เพื่อเป็นตัวอย่างของโครงการไทยเข้มแข็ง ที่รัฐบาลกำลังจะเอาเงินที่กู้ยืมในประเทศ จะออกพันธบัตรหรือกู้ยืมในประเทศมาใช้ในการลงทุน เพื่อให้พี่น้องประชาชนได้เห็นว่าสิ่งที่รัฐบาลกำลังทำจริง ๆ นั้นคือการลงทุนเพื่อความเข้มแข็งของประเทศไทยจริงๆ ไม่ว่าจะเป็นในเรื่องของโครงสร้างพื้นฐาน วันนี้จะไปดูประตูระบายน้ำ ได้เห็นภาพในเรื่องของการขยายถนน แล้วก็ในเรื่องของงานทางด้านสังคม เช่น งานทางด้านสาธารณสุข ซึ่งจะไปเยี่ยมโรงพยาบาล วันนี้ก็เลือกจังหวัดสมุทรสาครที่จะไปดูกัน และจะมีภาพบรรยากาศเหล่านี้เข้ามา พร้อมๆ กับการพูดคุยกับพิธีรับเชิญครับ
ช่วงที่ 2
ผู้ดำเนินรายการ สวัสดีครับท่านผู้ชมครับ พบกับรายการ “เชื่อมั่นประเทศไทยกับนายกฯ อภิสิทธิ์” ผมเป็นพิธีกรรับเชิญที่มาอยู่กับท่านวันนี้ครับ สวัสดีครับ
นายกรัฐมนตรี สวัสดีครับ
ผู้ดำเนินรายการ ผมนายแพทย์ ทวีศิลป์ วิษณุโยธินครับ
ผู้ดำเนินรายการ แล้วมาพร้อมกับดิฉันค่ะ นุ้ย สุจิรา อรุณพิพัฒน์ ได้รับเกียรติมาเป็นพิธีกรรับเชิญด้วยเช่นเดียวกันค่ะ
ผู้ดำเนินรายการ เรียกว่าในช่วงนี้กระแสของสุขภาพ สัปดาห์ทั้งสัปดาห์เมื่อสักครู่นี้ท่านนายกฯ เกริ่นนำไปบ้างแล้วนะครับ แต่จริงแล้วคุณนุ้ยครับ ผมมาดูตรงนี้ ท่านมาทำงานวันนี้ตั้งแต่เช้า ทั้ง ๆ ที่วันเสาร์
ผู้ดำเนินรายการ เมื่อวานนี้ท่านเพิ่งกลับมาจากกัมพูชา ประมาณตี 3 ใช่ไหมค่ะกว่าท่านจะได้พักผ่อน
นายกรัฐมนตรี ที่จริงจะต้องกลับมาตั้งแต่ประมาณสามทุ่ม พอดีเครื่องบินขัดข้อง และก็พยายามซ่อมกันอยู่ ปรากฏว่าซ่อมไม่สำเร็จ เลยต้องเอาเครื่องบินอีกลำหนึ่งไปจากกรุงเทพฯ เครื่องบินออกจากกรุงเทพฯ ประมาณสักห้าทุ่ม
ผู้ดำเนินรายการ แต่ประทานโทษนะครับท่านผู้ชมครับ หน้าใสครับ ตรงนี้ในฐานะเป็นจิตแพทย์ด้วยนะครับ มีหลายเรื่องที่เราอยากจะรู้ เตี๊ยมกันกับคุณนุ้ย จึงอยากจะขออนุญาตกุ๊กกิ๊ก ๆ นิดหน่อย
ผู้ดำเนินรายการ แอบถาม เพราะว่าหลาย ๆ คน นุ้ยเชื่อว่าประชาชนคนไทยก็เป็นห่วงสุขภาพของท่านนายกฯ เหมือนกันนะคะว่าท่านพักผ่อนน้อย ทำงานหนักอย่างนี้ เจอความเครียดเยอะๆ ท่านรับปัญหาอย่างนี้ยังไง เพราะว่าประชาชนบางทีก็เจอปัญหาเหมือนกัน คิดว่าปัญหาตัวเองหนักแล้ว ลองมาเจอปัญหาอย่างท่านนายกฯ หนักกว่า จะแก้ปัญหาอย่างไรคะ
นายกรัฐมนตรี ต้องขอบคุณนะครับ เพราะว่ามีประชาชนจำนวนไม่น้อยเหมือนกันที่แสดงความห่วงใยเรื่องของสุขภาพ แต่ว่าผมคิดว่าข้อแรกต้องสารภาพก่อนว่า ไม่ค่อยเป็นตัวอย่างที่ดี และคิดว่านักการเมืองหลายคนก็คงไม่เป็นตัวอย่างที่ดี หนึ่ง คือว่าการพักผ่อน การนอน อาจจะน้อยไปสักนิดหนึ่ง สอง คือรับประทานอาหารไม่เป็นเวลา สาม ผมไม่ได้ออกกำลัง เพราะฉะนั้น 3 เรื่องนี้ขอความกรุณาอย่าทำตาม แต่ว่าสิ่งที่คิดว่าพอช่วยได้คือสุขภาพจิต คือผมเป็นคนที่เลือกมาทำงานนี้เพราะชอบงานการเมือง เพราะฉะนั้น ยังมีความสุขเกี่ยวกับการทำงาน มีปัญหาก็เป็นเรื่องปกติสำหรับงานอย่างนี้ และพยายามที่จะทำความเข้าใจกับปัญหาและก็แก้ไขปัญหาไป และก็ถือว่าได้รับโอกาสให้มาทำสิ่งที่เราตั้งใจว่าเราอยากจะทำ เพราะฉะนั้น ในแง่นั้นก็คือจะบอกว่าไม่เครียดก็ไม่เครียดครับ อาจจะมีแรงกดดันเรื่องนั้นเรื่องนี้บ้างเป็นปกติธรรมดา ซึ่งผมเองก็ว่าดี ผมไม่รู้หมอว่าดีหรือเปล่า แต่ผมคิดว่าคนเราทำงานก็ต้องมีแรงกดดันบ้าง ถ้าไม่มีซะเลยก็เหมือนกับขาดแรงกระตุ้น
ผู้ดำเนินรายการ แต่จริง ๆ แล้วพอพูดว่าเป็นตำแหน่งท่านนายกรัฐมนตรี วันหนึ่ง ๆ ผมแค่ติดตามแค่เช้าเดียวนะครับ งานท่านเยอะมาก แล้วก็เรียกว่าเข้ามาตลอดเวลา สมองนี่ต้องทำงานจี๋เลย ขนาดนั่งรถมาเมื่อสักครู่ ก็ยังมีการพูดคุยอีก
นายกรัฐมนตรี สัมภาษณ์
ผู้ดำเนินรายการ จะได้ไม่เสียเวลา
นายกรัฐมนตรี ถ้าไม่ทำในรถเมื่อกี้ เดี๋ยวผมก็ต้องอยู่ต่อสัมภาษณ์อีกยาว
ผู้ดำเนินรายการ เขาเรียกอะไรครับ ที่เราต้องใช้อยู่ตลอดเวลา
นายกรัฐมนตรี ความที่เราสนใจใส่ใจ และมีความสุขกับงาน มันก็ช่วยเราได้เยอะ ก็เหมือนเวลาเราอ่านหนังสือ ดูหนังสือ เป็นนักเรียน นักศึกษา หรือคนทำงาน คือถ้าเป็นสิ่งที่เราสนใจเราชอบ ก็ไม่รู้สึกว่าเป็นภาระ
ผู้ดำเนินรายการ ไม่รู้สึกเบื่อ รักที่จะทำ
นายกรัฐมนตรี แต่ถ้าเป็นเรื่องที่ไม่สนใจ ไม่ชอบ อ่านยังไงก็ไม่เข้าใจ ไม่มีความสุข เดี๋ยวก็หลับ สำหรับผมส่วนใหญ่เรื่องที่ทำอยู่เป็นเรื่องที่สนใจ เพราะฉะนั้น จะเป็นแรงกระตุ้นให้เราก็สนุกสนานไปกับมัน และไม่รู้สึกว่าล้า ไม่รู้สึกว่าเหนื่อย จนกระทั่งตอนเย็นก็อีกเรื่องหนึ่ง พอจบแล้วก็อีกเรื่องหนึ่ง
ผู้ดำเนินรายการ ขีดเส้นใต้นิดหนึ่ง เมื่อกี้ท่านบอกว่าปัญหาเป็นเรื่องที่ปกติอยู่แล้ว แต่ตอนนี้เขาเรียกว่าวิกฤตทางชีวิต วิกฤตทางสังคม ใกล้ตัวท่านด้วยก็บอกว่าการเมืองมันรุมเร้า
นายกรัฐมนตรี ก็เป็นกำลังใจให้ทุกคน ผมรู้ว่าทุกคนก็มีปัญหา มีอุปสรรค มีเรื่องราวที่จะต้องเผชิญ แต่ว่าผมก็ยังเชื่อมั่น ไม่ใช่ประเทศอย่างเดียว เชื่อมั่นประชาชน เพราะฉะนั้น ขอให้ทุกคนมีความเข้มแข็ง มีความหนักแน่น และรัฐบาลจะทำทุกวิถีทางให้ปัญหายาก ๆ ปัญหาเศรษฐกิจ ปัญหาภาคใต้ ผ่านพ้นไป อย่างช่วงนี้อาจจะรุนแรงหน่อย
ผู้ดำเนินรายการ คราวนี้มาเจาะลึกเกี่ยวกับเรื่องราว
ผู้ดำเนินรายการ คุณจะไม่ถามครอบครัวหน่อยเหรอ ตอนนี้เรื่องของไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่
ผู้ดำเนินรายการ กำลังจะถามอยู่เลยค่ะเรื่องราวของไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ เพราะว่านุ้ยเองบางทีก็ไปตามแหล่งชุมชนต่าง ๆ ไม่รู้ว่าเราจะติดมาหรือเปล่า ทางภาครัฐมีมาตรการอย่างไร
นายกรัฐมนตรี เมื่อกี้ก็อธิบายไป คุณหมอคงทราบดีกว่าผมว่ามันก็เหมือนกับไข้หวัด มันก็ติดค่อนข้างง่าย และโดยเฉพาะประเทศเราก็เดินทางไปมาหาสู่ และทั่วโลกก็เดินทางกันอย่างนี้ เพราะฉะนั้น มันก็พบกันมากขึ้นตอนนี้ เพราะว่าส่วนใหญ่จะเริ่มจากต้นตอของคนที่เดินทางกลับมาจากประเทศที่ระบาดไปแล้ว อย่างสหรัฐอเมริกาบ้าง อะไรบ้าง ตอนนี้เราจะเห็นตัวเลขในทุกประเทศเวลามันขึ้นก็จะขึ้นเร็ว บางประเทศ สหรัฐฯ หลักหมื่น ออสเตรเลียหลักพัน ญี่ปุ่นหลักร้อย ของเราผมคาดว่าวันนี้ที่อัดรายการ พรุ่งนี้ก็คงถึงหลักร้อยเป็นไปได้ แต่ก็ยอมรับ แต่ว่าความรุนแรง คือหลายคนจะนึกย้อนกลับไปเรื่องโรคซาร์ส เรื่องไข้หวัดนก อันนั้นอัตราการสูญเสียการตายค่อนข้างสูง แต่ตัวนี้ที่ติดตามตัวเลขมาค่อนข้างต่ำ น่าจะต่ำกว่าไข้หวัดใหญ่ปกติด้วยซ้ำ เพียงแต่สำหรับคนที่อายุน้อยต้องระมัดระวังหน่อย เท่าที่ดูจากสถิติ
ผู้ดำเนินรายการ ภูมิต้านทานไม่ค่อยดี ต้องระวัง
นายกรัฐมนตรี ภูมิต้านทานจะน้อยหน่อย เพราะฉะนั้น ก็พึงระมัดระวังเหมือนกับโรคติดต่อต่าง ๆ และถ้ารู้ตัวว่าตัวเองไม่สบาย ผมคิดว่าก็อย่าไปเป็นภาระคนอื่น ก็หยุดอยู่บ้าน จะเป็นนักเรียนหรือจะเป็นคนทำงานก็แล้วแต่
ผู้ดำเนินรายการ ความเชื่อมั่น ณ ตอนนี้ปัญหาอยู่ที่โรงเรียน แหล่งชุมชนต่าง ๆ มหาวิทยาลัย
นายกรัฐมนตรี นโยบายผมก็ให้ไปชัด อย่างโรงเรียนก็บอก สมมติเจอห้องเรียนก็ปิดห้องเรียน และถ้าจำเป็นต้องปิดโรงเรียนก็ปิด ดีกว่าปล่อยให้ติดต่อกันมาก ๆ เพราะว่าผมดูในหลาย ๆ ประเทศเขาก็ต้องทำอย่างนี้ บังเอิญโรงเรียนเก่าผมที่อังกฤษ มีเด็กติด 5 คน เขาก็ปิด
ผู้ดำเนินรายการ แล้วอย่างนี้ท่านนายกฯ ได้เตือนลูกสาวไหมคะ เพราะว่าเข้าไปรั้วมหาวิทยาลัยแล้ว
นายกรัฐมนตรี จริง ๆ ก็เรื่องสุขภาพต้องดูแลอยู่แล้ว ต้องเตรียมกันอยู่แล้ว และทุกคนก็เหมือนกันหมั่นล้างมือ ไปในที่ชุมชนอะไรต่าง ๆ ถ้ามีอะไรที่ระมัดระวังได้ก็สามารถทำได้ ใส่หน้ากาก
ผู้ดำเนินรายการ มีสโลแกนครับ กินร้อน ช้อนกลาง ล้างมือ และเพิ่มคำที่นายกฯ ใส่หน้ากากอนามัย
ผู้ดำเนินรายการ บางคนประหยัดแบบเป็นผ้าอย่างนี้ไม่ถูกต้องใช่ไหมคะคุณหมอ
ผู้ดำเนินรายการ ครับ จริง ๆ แล้วก็พอใช้แทนกันได้
นายกรัฐมนตรี พูดง่าย ๆ ก็คือเข้าทางปาก ทางจมูก ทางตา โดยเฉพาะเรื่องมือถ้าไม่ได้ล้างไปขยี้ตา อันนี้ไม่ได้
ผู้ดำเนินรายการ แต่ทีนี้ในลักษณะของการกระทบทางด้านสาธารณสุข เราก็มีการวางไว้ แต่ท่านกลัวไหมครับว่าจะไปกระทบต่อเศรษฐกิจ ไปกระทบต่ออะไรทั้งหลายในเรื่องตรงนี้
นายกรัฐมนตรี การท่องเที่ยวคงจะกระทบ เพราะต้องยอมรับว่าจะมีคนจำนวนหนึ่ง พอมีข่าวคราวแบบนี้ ประเทศไหนมีก็ไม่ไป แต่ผมก็ยืนยันว่านโยบายที่เปิดเผยนี่ดีกว่า คือบางคนบอกว่าจะไปเปิดเผย เขาก็ตกใจ ผมบอกว่าถ้าสมมติว่าเราไปปิดบัง และเขามาเจอ และเราปิด อันนั้นจะหนักหนาสาหัสเลย เขาจะไม่ไว้วางใจ เขาจะไม่เชื่อมั่นเราเลย เพราะฉะนั้น ผมได้ให้นโยบายไปว่านอกจากจะเปิดเผยแล้ว พยายามทำให้เร็ว เข้าไปทำในเชิงรุก เมื่อกี้ก็เล่ากันไป
ผู้ดำเนินรายการ ฉะนั้นคำถามที่ชัดเจนเรื่องนี้ทิ้งท้ายไว้ก่อนว่า คำว่า “เชื่อมั่นประเทศไทยกับนายกฯอภิสิทธิ์” ผมก็ถามว่าท่านเชื่อมั่นในระบบของสาธารณสุขไหมครับ
นายกรัฐมนตรี เชื่อครับ ตอนนี้เชื่อเพราะว่าผมเห็นการทำงานรวดเร็ว แต่ว่าแน่นอนครับความเป็นประเทศที่ค่อนข้างเปิด ทำให้เราก็มีความเสี่ยงต่อการที่จะมีคนติดค่อนข้างมาก แต่ที่ผ่านมาก็ดูแลได้ครบถ้วนทุกคน หมายความว่ารักษา ส่งกลับบ้านเรียบร้อย และหลายรายเจอตั้งแต่ก่อนที่จะมีอาการรุนแรงด้วยซ้ำ ทำให้เราทำได้ง่ายขึ้น ขอความร่วมมือพี่น้องประชาชนด้วย รู้สึกว่าตัวเองไม่สบาย เจ็บไข้ได้ป่วยอะไร รีบไปหาหมอ
ผู้ดำเนินรายการ ก็ถือว่าวิกฤตนี้ก็เป็นโอกาสด้วยที่ทำให้ทุก ๆ คนได้มาดูแลสุขภาพตัวเอง
นายกรัฐมนตรี ก็ไม่อยากจะไปมองอย่างนั้นนะครับ
ผู้ดำเนินรายการ เรียกว่าไม่ต้องตื่นตระหนกมาก แต่ว่าระวังไว้ดีกว่านะคะ
นายกรัฐมนตรี มาอีกเรื่องหนึ่ง ซึ่งเมื่อสักครู่ที่บอกว่าติดตามท่านไป อันนี้สำคัญเลย
ผู้ดำเนินรายการ ไปที่โรงพยาบาลกระทุ่มแบนใช่ไหมคะ
นายกรัฐมนตรี วันจันทร์เป็นต้นไป รัฐบาลกำลังขอความร่วมมือจากสมาชิกสภาฯ ช่วยผ่านกฎหมาย 3 ฉบับก็ว่าได้ ฉบับหนึ่งคือกฎหมายงบประมาณประจำปี อันนี้เป็นเรื่องปกติ อีกฉบับเป็นพระราชกำหนด (พ.ร.ก.) และอีกฉบับเป็นพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) ในเรื่องเดียวกัน คือขออำนาจรัฐบาลในการกู้เงิน ซึ่งผมขอย้ำว่าเป็นการกู้ภายในประเทศ จริง ๆ แล้วคือจะเอาเงินซึ่งแช่อยู่ในระบบธนาคารของคนไทยด้วยกันเอง เอามาใช้ ทีนี้เอามาใช้เอามาทำอะไร ชื่อโครงการคือไทยเข้มแข็ง หลายคนกังวลว่าหนี้สินเพิ่มหรือเปล่า ผมก็เลยเริ่มไปแสดงให้เห็นว่าเรากำลังทำอะไร สิ่งที่เรากำลังทำคือกำลังไปลงทุนในสิ่งซึ่งประชาชนเกือบทุกพื้นที่ในประเทศไทยรอคอยมานาน
จุดที่ไปจุดแรกก็โรงพยาบาลกระทุ่มแบน ที่โรงพยาบาลก็คงเหมือนกับอีกหลายอำเภอ หรืออาจจะเกือบทุกอำเภอ ทุกเช้าโดยเฉพาะถ้าวันธรรมดา ใครไปเห็นการเข้าคิว นั่งรอกัน ข้อเท็จจริงคือว่าเราแทบไม่ได้มีการจัดเงินมาลงทุนในการที่จะปรับปรุง ในการที่จะเพิ่มพูนความสามารถในการบริการด้านสาธารณสุขในภาครัฐมาหลายปีแล้ว ส่วนหนึ่งพูดตรงไปตรงมาคือว่าเพราะค่าใช้จ่ายในโครงการรักษาฟรี มันกินเงินไปเกือบหมด เพราะฉะนั้น ก็ไปดู ที่นี่คิวก็ยาวมาก และภายใน 3-4 ปีที่ผ่านมา ผู้ป่วยนอก คือคนไข้ที่ไปทุกเช้าเพิ่มขึ้นเป็นเท่าตัว เพราะฉะนั้น ไม่พอ เขาก็ต้องการอาคารอุบัติเหตุ อาคารผู้ป่วยนอก ตึก 5 ชั้น ของบประมาณมา เขาก็บอกไม่รู้กี่ปีแล้วไม่เคยได้ นี่ล่ะไทยเข้มแข็ง คือบอกเอาเงินมาทำตรงนี้ซะ เพราะประเทศต้องการตรงนี้ แล้วจะรอจนกว่าเรามีเศรษฐกิจดี มีงบประมาณเข้ามา ไม่ใช่ ตรงกันข้ามก็ทำตรงนี้ ประเทศไทยเข้มแข็งขึ้น ก็จัดสรรให้ ก็ถามเขาเลยบอกว่าแล้วพร้อมทำหรือเปล่า เขาบอกว่าถ้าสภาฯ อนุมัติเงินออกมา แบบทุกอย่างเรียบร้อยหมดแล้ว เพราะทุกปีรอเงินอย่างเดียว ตัวนี้ก็จะเริ่ม จะสร้างเสร็จภายใน 1 ปี ผมเลยถาม เมื่อกี้ที่นั่งอยู่ก็มีท่านปลัดกระทรวงสาธารณสุข ผู้ตรวจราชการกระทรวง ก็บอกว่าทั่วประเทศที่ขาดแคลนที่รอคอยตรงนี้ก็จะเข้ามาอยู่ในโครงการไทยเข้มแข็ง อันนี้ตัวอย่างเรื่องสาธารณสุข
เสร็จจากนั้นผมก็ไปที่อำเภอบ้านแพ้ว ไปดูประตูระบายน้ำชื่อ “บางยาง” ก็ถามว่าเป็นยังไง เขาบอกว่าพื้นที่นั้นมีคลองระหว่างแม่น้ำท่าจีน แม่น้ำแม่กลอง แล้วมันต้องควบคุมสภาพระดับน้ำเพื่อประตูน้ำ ปรากฏว่าประตูน้ำที่เขาใช้อยู่นี้ทำสมัยสงครามโลก ตอนแรกผมก็ถามเหมือนกันว่าครั้งที่ 1 หรือเปล่า เสร็จแล้วเขาใช้มือหมุน และก็เริ่มรั่วเริ่มอะไรต่าง ๆ ชาวบ้านบอกว่าขอโครงการนี้มาเป็นสิบ ๆ ปี ก็ไม่ได้ และวันนี้โครงการในเรื่องของแหล่งน้ำ การบริหารจัดการน้ำ ในส่วนของไทยเข้มแข็งก็จะลงไปทำตัวนี้ ก็บอกว่าอันนี้ยากหน่อยนะครับ ยากกว่าสร้างตึกโรงพยาบาลอีก เขาบอกว่าต้องรื้อและสร้างใช้เวลาเกือบ 3 ปี แต่ว่าพร้อมที่จะดำเนินการปลายปีนี้ ถ้าทุกอย่างในเรื่องของเงิน เงินกู้ที่เข้ามางบออกมา ชาวบ้านก็แก้บนกันไปหลายคน เพราะว่าน้ำท่วมครับ ที่เดือดร้อนคือน้ำท่วมมาทุกปี ๆ ตรงนี้ นี่ก็เป็นอีกตัวอย่างหนึ่ง พอดีรีบกลับมาเนื่องจากว่าต้องสัมภาษณ์อะไรต่าง ๆ ด้วย เลยไม่ได้ไปดูอีกโครงการหนึ่งที่เป็นตัวอย่าง เป็นการขยายถนนให้เป็น 4 ช่องจราจร ระหว่างถนนพระประโทน-บ้านแพ้ว ซึ่งตรงนั้นจะเป็นในหมวดของคมนาคม
เพราะฉะนั้น จริง ๆ แล้วมีหมวดคมนาคมขนส่ง แหล่งน้ำ หรือการบริหารจัดการน้ำ โรงเรียน เสียดายวันนี้ยังไม่ได้ไปดูโรงเรียน และก็มีสาธารณสุข นอกนั้นจะเติมเป็นเรื่องแหล่งท่องเที่ยวบ้าง ปัญหาภาคใต้ซึ่งมีงบเพื่อไปทำให้เป็นเขตเศรษฐกิจพิเศษอะไรต่าง นี่คือสาระของมัน ผมเลยบอกว่า คือไม่สบายใจเหมือนกัน อ่านบอกเป็นเรื่องกู้ เป็นเรื่องหนี้ ที่จริงเป็นเรื่องลงทุน และเป็นการลงทุนซึ่งกระจายไปทั่วประเทศ แล้วจะเป็นตัวสร้างงานด้วย ระหว่างที่โครงการเหล่านี้ทำ เราก็ตั้งเป้าว่าจะสร้างงานให้ได้สัก 1.5-2 ล้านคน ก็จะกระตุ้นเศรษฐกิจด้วย และไม่ใช่เป็นการกระตุ้นที่ไปพึ่ง เมื่อก่อนจะพึ่งโครงการใหญ่ ๆ 2-3 โครงการ โครงการเป็นแสนล้าน ปรากฏว่าพอมีปัญหาขึ้นมาก็ไม่มีอะไรขยับ แล้วก็กระจุกตัวอยู่ ไม่ใช่ อันนี้คือกระจายไปทั่วประเทศ และขณะนี้ผมขอให้ทางท่านรัฐมนตรีทั้งหลายลงพื้นที่แบบเดียวกัน ไปดูความพร้อมของโครงการเหล่านี้ และที่สำคัญคือเวลาไป พี่น้องประชาชนจะมา เราก็จะฝากเลยพี่น้องประชาชนบอกว่า หนึ่ง ช่วยดูหน่อยนะที่เขาบอกว่าจะเอาตึกนี้ไหม เสร็จภายในปีหน้า ดูแลให้เสร็จด้วย สอง ซักให้ละเอียดเลย ตึกราคาเท่าไหร่ ยังไง ถ้ามีอะไรไม่โปร่งใสบอกรัฐบาลมา
ผู้ดำเนินรายการ แค่ปักป้ายราคาไม่พอ ต้องเข้าไปดูด้วย
นายกรัฐมนตรี เพราะฉะนั้น ก็อยากจะเชิญชวนว่าพี่น้องประชาชน ผมเชื่อว่าทุกอำเภอมีโครงการในไทยเข้มแข็งแน่นอน ติดตามสอบถามสิ เราก็กำลังเอารายละเอียดของพวกนี้ขึ้นเว็บไซต์หรือเผยแพร่ออกไป เพื่อพี่น้องประชาชนจะได้ติดตามด้วย
ผู้ดำเนินรายการ ตรงนี้คุณนุ้ยครับ ขีดเส้นใต้อีกเหมือนกันครับ ผมชอบเน้นตรงนี้หน่อยนึง คำว่า “ไทยเข้มแข็ง” ถ้าพูดถึงตอนแรก กู้เงินมา ๆ สร้างโน้นสร้างนี่ แต่ท่านพูดให้เป็นภาพชัดเจน
นายกรัฐมนตรี ไม่ใช่พูดสร้างโน้น พูดสร้างหนี้อย่างเดียว ผมอยากจะบอกว่าหนี้นี่คือหนี้สาธารณะ มันไม่เหมือนหนี้ของคน หนี้สาธารณะคือหนี้ของรัฐบาล การใช้หนี้ของรัฐบาลคือการเก็บภาษีในวันข้างหน้า ซึ่งมันเป็นหลักทั่วไปของการบริหาร ยามเศรษฐกิจดี เราก็จะเก็บภาษีเขามาได้เยอะ เราก็จะใช้จังหวะช่วงนั้นในการใช้หนี้ และก็เป็นการทำให้เศรษฐกิจมีเสถียรภาพ เพราะเศรษฐกิจดี ถ้าร้อนเกินไป ไม่ดีใช่ไหมครับ เราก็เก็บเงินเข้ามาเป็นภาษี เวลาเศรษฐกิจไม่ดี เราก็จะเก็บภาษีได้น้อย คนก็จะว่างงาน เราก็จำเป็นจะต้องมาลงทุนในช่วงอย่างนี้ และหนี้ก็จะสูงขึ้น เพราะฉะนั้น หนี้สาธารณะจะขึ้น-ลงอยู่ตลอดเวลา จริง ๆ พวกเราแทบจะไม่รู้ตัวว่าเราเป็นหนี้เพิ่มขึ้น น้อยลงหรือไม่ เพราะมันเป็นเรื่องการบริหารจัดการการเงินการคลัง ยกเว้นเราไม่มีวินัยเลยเรียกว่าเอาจนท่วม จนประเทศล้มละลาย
ซึ่งผมยืนยันได้ว่าที่เราทุ่มในการลงทุนครั้งนี้ดูตัวเลขว่า เขาจะดูตัวเลขสัดส่วนหนี้ต่อรายได้ของประเทศ มันจะขึ้นไปถึงประมาณ 60 เปอร์เซ็นต์ 60 เปอร์เซ็นต์นี่ใกล้เคียงกับเมื่อตอนที่เราผ่านวิกฤตครั้งที่แล้ว แล้วก็ต่ำกว่าอีกหลายประเทศ และเป็นระดับที่สากลยอมรับได้ และก็ดูแลแล้วว่าไม่เกินเลยไปกว่านี้ เพราะฉะนั้น ขอให้มั่นใจว่าวันนี้ปัญหาไม่ใช่เรื่องหนี้ ปัญหามาช่วยกันดูดีกว่าว่าเราจะเข้มแข็ง เราจะลงทุนกันหรือยัง ทำให้ได้เร็ว ทำให้ได้เต็มเม็ดเต็มหน่วย ทำอย่าให้รั่วไหล ทำให้ตรงกับความต้องการของประชาชน
ผู้ดำเนินรายการ พูดตรงนี้ผมไม่ได้พูดเข้าข้างนะครับ พอดีอยู่ในวงการสาธารณสุขนะครับคุณนุ้ย เพราะว่าจริง ๆ แล้วงบประมาณในเรื่องการก่อสร้างหรือปรับปรุงสถานพยาบาล ประทานโทษถูกตรึง เขาเรียกว่าตอกหมุดมานานแล้ว ไม่มีงบมาเลย
นายกรัฐมนตรี ผมยืนยันว่าประมาณ 6-7 ปีที่ผ่านมา ถ้าพูดเรื่องสาธารณสุข เงินส่วนใหญ่ไปมีปัญหากับเรื่องโครงการรักษาฟรี 30 บาทอะไรต่าง ๆ เพราะฉะนั้น การลงทุนน้อย ถนนนี่ ผมก็ทราบมาว่างบซ่อมแซมแทบไม่พอ อาจจะเป็นเพราะว่ามีการจัดงบประมาณไปเรื่องอื่น โรงเรียนก็เช่นเดียวกัน การปรับปรุงจะเป็นห้องปฏิบัติการ จะเป็นห้องสมุด ห้องอะไร น้อยมาก และผมขอในเรื่องการศึกษา ที่กำลังขอเพิ่มเติมคือเรื



