
ปฏิบัติการรุกฆาต'โจเซฟ'หัวหน้าทีมสังหารข้ามชาติ
ปฏิบัติการรุกฆาต'โจเซฟ ฮันเตอร์' หัวหน้าทีมสังหารข้ามชาติ : วิศิษฎ์ ชวนพิพัฒน์พงศ์รายงาน
ปฏิบัติการจู่โจมจับกุม โจเซฟ ฮันเตอร์ อดีตทหารหน่วยรบพิเศษของกองทัพสหรัฐอเมริกา ผู้ต้องหาตัวการค้ายาเสพติด และก่ออาชญากรรมข้ามชาติ ที่ทางการสหรัฐต้องการตัวมากที่สุดคนหนึ่ง พร้อมกับชาวต่างชาติอีก 5 คน ที่เป็นเครือข่าย ได้กลางเกาะภูเก็ต เมื่อวันที่ 25 กันยายน ที่ผ่านมา นับว่าเป็นปฏิบัติการร่วมระดับประเทศที่ประสบความสำเร็จเป็นอย่างดีอีกครั้งหนึ่ง
เบื้องหลังความสำเร็จเป็นความร่วมมือระหว่างกองบัญชาการตำรวจปราบปรามยาเสพติด (บช.ปส.) กองบังคับการปราบปราม (บก.ป.) และทีมงานเจ้าหน้าที่ดีอีเอ สหรัฐอเมริกา ที่จับตาติดตามความเคลื่อนไหวของมาเฟียกลุ่มนี้มาเป็นเวลานาน
เมื่อการข่าวยืนยันความเคลื่อนไหวของเป้าหมายว่ามีการเดินทางเข้าประเทศไทยและสามารถระบุแหล่งกบดานได้แล้ว จึงมีการประสานขอความร่วมมือมายัง พล.ต.อ.เพรียวพันธ์ ดามาพงศ์ ที่ปรึกษานายกรัฐมนตรี และสำนักงานตำรวจแห่งชาติ โดยมอบหมายให้ พล.ต.ท.สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง รอง ผบ.ตร. พล.ต.ท.พงศ์พัฒน์ ฉายาพันธุ์ ผบช.ก. พล.ต.ท.ชัยวัฒน์ โชติมา ผบช.ปส. พล.ต.ต.สุพิศาล ภักดีนฤนาถ ผบก.ป. จัดชุดเฉพาะกิจไล่ล่า
คำสั่งถูกถ่ายทอดไปยังหน่วยสยบริปูสะท้าน หรือที่รู้จักกันในชื่อหน่วยคอมมานโด กองบังคับการปราบปราม ชุดปฏิบัติการพิเศษจับกุม วิคเตอร์ บูธ นักค้าอาวุธสงครามระดับโลก ซึ่งได้รับการฝึกฝนยุทธวิธีคอนแทค แอนด์ คัฟเวอร์ (Contact & Cover) การันตีได้จากการจับกุม สมชาย คุณปลื้ม หรือ กำนันเป๊าะ ผู้ต้องหาหลบหนีหมายจับอีกด้วย
นอกจากนี้ยังมีหน่วยปฏิบัติการพิเศษอีก 2 หน่วย นั่นคือ หน่วยนิลพัท และหน่วยปฏิบัติการพิเศษสยบไพรี กองบัญชาการตำรวจปราบปรามยาเสพติด โดยมีการประสานข้อมูลกับหน่วยดีอีเอ สหรัฐอเมริกา กันอย่างใกล้ชิด ภายใต้ชื่อ ปฏิบัติการ “รุกฆาต” (Operation Checkmate)
กว่าสองเดือนที่ปฏิบัติการรุกฆาตผ่านการวางแผน เตรียมการ และดำเนินการมาอย่างเงียบกริบ หลังจากการสืบสวนแกะรอยจนได้ข้อมูลว่า โจเซฟ เดินทางมาพักอาศัยอยู่ที่เกาะภูเก็ต โดยมีลูกสมุนกระจายกันอยู่ตามบ้านเช่าและโรงแรมใกล้กับสนามบิน และพื้นที่ อ.กะทู้
ก่อนปฏิบัติการจะเริ่มขึ้นหนึ่งสัปดาห์จึงค่อยๆ แทรกซึมชุดสืบสวน ชุดปฏิบัติการต่างๆ เข้าไปในพื้นที่ ทว่าระหว่างนั้นกลับพบความเคลื่อนไหวของลูกน้องในเครือข่ายอีก 2 คน บินจากฟิลิปปินส์ตามมาสมทบ ส่วนบางกลุ่มที่อยู่ในไทยอีกราวๆ 4 คน กลับบินออกนอกประเทศ จึงต้องมีการปรับแผนกันใหม่
กระทั่งการข่าวกลุ่มคนร้ายเริ่มนิ่ง แผนปฏิบัติการรุกฆาตจึงเริ่มต้นขึ้นเมื่อเช้าตรู่วันที่ 25 กันยายน ชุดเฉพาะกิจทั้งหมด 60 นาย นำโดย พล.ต.ต.ทนัย อภิชาติเสนีย์ รักษาการ ผบก.สกัดกั้นยาเสพติด บช.ปส. ได้แบ่งหน้าที่ในแต่ละส่วนของปฏิบัติที่จะเกิดขึ้น โดยหน่วยนิลพัททำหน้าที่สะกดรอยและจับกุมมือเปล่า หน่วยคอมมานโดอาวุธครบมือรับหน้าที่จู่โจมเข้าตรวจค้น จับกุม และระวังป้องกัน หน่วยสยบไพรี เป็นกำลังสนับสนุน ดูแลความปลอดภัยโดยรอบพื้นที่
เมื่อได้รับรายงานสถานการณ์หน่วยคอมมานโดอาวุธครบมือจัดเตรียมเสบียงอาหารและคอมฟอร์ทร้อย เก็บตัวอยู่ในรถตู้ 2 คัน ขณะที่เวลาผ่านไปหลายชั่วโมงยังไม่มีสัญญาณใดๆ ทำให้บรรยากาศเริ่มตึงเครียด ชุดปฏิบัติการถึงขั้นอาเจียนเพื่อระบายความอึดอัด
กระทั่งย่างเข้าสู่ช่วงบ่ายจึงส่งสัญญาณไฟเขียวให้เริ่มเคลื่อนกำลังบนกระดานตามแผนรุกฆาตที่วางไว้ ชุดสืบสวนพร้อมชุดจู่โจมตรวจค้นที่พักของนายโจเซฟ ซึ่งมีทั้งหมด 3 หลัง แต่สองหลังแรกมีเพียงห้องว่างๆ ที่เปิดเครื่องปรับอากาศทิ้งไว้ และมีโทรศัพท์มือถือวางอยู่หลายเครื่อง ไร้ร่องรอยนายโจเซฟ
บรรยกาศกลับมาตึงเครียดอีกครั้ง แต่หลังจากตรวจสอบเบาะแสเพิ่มเติมจากพยานแวดล้อมและภาพจากกล้องโทรทัศน์วงจรปิดแล้วก็ทำให้ทราบความเคลื่อนไหวของเป้าหมาย โจเซฟกำลังขี่รถจักรยานยนต์ไปที่บ้านหรูข้างสนามกอล์ฟ ก่อนเข้ารุกฆาตปิดเกมบนกระดานแห่งการไล่ล่า รวบตัวอาชญากรคนสำคัญรายนี้มาได้ในที่สุด
ส่วนบรรดาลูกสมุนในเครือข่ายที่กระจายกันอยู่ตามบ้านเช่าและโรงแรมต่างๆ ในภูเก็ตก็ถูกตามล็อกตัวมาได้ 5 คน โดยทั้งหมดเป็นชาวต่างชาติ สัญชาติไต้หวัน ฟิลิปปินส์ อังกฤษ และสโลวัก
พ.ต.ท.อัครวุฒิ์ หลิมรัตน์ รอง ผกก.ปพ.บก.ป. กล่าวว่า ผู้ต้องสงสัยรายนี้พัวพันกับคดียาเสพติดและอาชญากรรมอุกฉกรรจ์หลายคดี และในการปฏิบัตินั้นต้องใช้เจ้าหน้าที่อาวุธครบมือ เพราะประวัติของผู้ต้องสงสัยรายนี้เป็นอดีตหน่วยรบพิเศษ จึงต้องเตรียมพร้อมไว้เพื่อป้องกันการสูญเสีย
การข่าวระบุว่า โจเซฟ เป็นผู้ต้องหาคนสำคัญที่มีบทบาทในแก๊งค้ายาเสพติดระดับโลกแก๊งหนึ่ง โดยเป็นหัวหน้าทีมสังหาร ซึ่งเป็นทั้งผู้สั่งการและร่วมลงมือปฏิบัติการตามออเดอร์ที่แก๊งส่งเป้าหมายมาให้ ล่าสุดพัวพันกับคดีสังหารผู้พิพากษา อัยการ และหัวหน้าแก๊งค้ายาเสพติดฝ่ายตรงข้ามในประเทศฟิลิปปินส์
ความร้ายกาจไม่ได้อยู่ที่ว่า โจเซฟ เป็นอดีตทหารหน่วยรบพิเศษของกองทัพบกสหรัฐ หรือที่รู้จักกันในชื่อหน่วย สเปเชียล ฟอร์ซ (SPECIAL FORCE) ซึ่งได้รับการฝึกฝนเรื่องการต่อสู้มือเปล่าและการใช้อาวุธทุกรูปแบบ เพียงอย่างเดียว แต่เขามีลูกน้องเป็นทีมทหารรับจ้างอีกหลายคน ซึ่งเป็นทีมสังหารที่มีศักยภาพในการทำงานทุกรูปแบบและสามารถปฏิบัติการได้ทุกที่ทั่วโลก และยังสามารถโจรกรรมข้อมูลเหยื่อจากอีเมลได้ด้วย
ดังนั้นในการเข้าจับกุมคนร้ายกลุ่มนี้จะต้องไม่ประมาท สังเกตได้ว่า ชุดจับกุมที่เข้าประชิดตัวจะไม่พกอาวุธใดๆ ทั้งสิ้นเพื่อป้องกันคนร้ายแย่งอาวุธ และยังมีข้อมูลอีกว่า ลูกน้องนายโจเซฟคนหนึ่งที่ถูกจับกุมก่อนหน้านั้นสามารถถอดเครื่องพันธนาการที่มือหลบหนี แต่โชคดีที่เจ้าหน้าที่ติดตามจับกุมกลับมาได้อีกครั้ง
นอกจากปฏิบัติการจับกุมนายโจเซฟ พร้อมกับเครือข่ายด้านยาเสพติดอีก 5 คน ที่ภูเก็ตแล้ว ปฏิบัติการครั้งนี้ยังเกิดขึ้นพร้อมกันที่ประเทศแถบยุโรปและแอฟริกาด้วย โดยมีการจับกุมทหารรับจ้างที่เป็นลูกน้องนายโจโซฟมาได้อีก 4 คน
นี่คืออีกหนึ่งปฏิบัติการปราบปรามเครือข่ายองค์กรอาชญากรรมข้ามชาติระดับโลกที่เกิดขึ้นในแผ่นดินไทย แม้ในมุมหนึ่งจะเป็นเรื่องน่ายินดีที่ปฏิบัติการนี้ลุล่วงไปด้วยดีไม่มีการสูญเสียเลือดเนื้อเกิดขึ้น และยังสะท้อนศักยภาพในการปราบปรามอาชญากรของตำรวจไทย
แต่ในอีกมุมหนึ่งก็สร้างความวิตกกังวลอยู่ไม่น้อยว่า เหตุใดเหล่าอาชญากรระดับโลกจึงเข้าออกประเทศไทยได้เป็นว่าเล่น บางรายถึงขึ้นลงหลักปักฐานใช้ไทยเป็นฮับ (hub) ขยายเครือข่ายในภูมิภาคนี้เลยทีเดียว
-------------------------------------------------------
(หมายเหตุ : ปฏิบัติการรุกฆาต'โจเซฟ ฮันเตอร์' หัวหน้าทีมสังหารข้ามชาติ : วิศิษฎ์ ชวนพิพัฒน์พงศ์รายงาน)



